เวลาตรวจสุขภาพประจำปีแล้วผลเลือดบอกว่าเรามีค่าธาตุเหล็กสะสมในร่างกายค่อนข้างสูง หลายคนอาจจะดีใจคิดว่าตัวเองไม่มีภาวะซีดหรือโลหิตจาง แต่ในมุมมองของหมอแล้ว ปริมาณธาตุเหล็กที่มากเกินไปจนล้นตู้เก็บของในร่างกาย อาจไม่ได้ส่งผลดีเสมอไป เพราะเจ้าระดับธาตุเหล็กที่สะสมอยู่เป็นจำนวนมากนี่แหละ ที่งานวิจัยทางการแพทย์เริ่มชี้ให้เห็นความเชื่อมโยงว่า มันอาจเข้าไปเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะบางชนิดได้มากกว่าที่คิด
ธาตุเหล็กมีประโยชน์ทำไมถึงกลายเป็นดาบสองคม
ธาตุเหล็กเป็นสารอาหารสำคัญที่ร่างกายขาดไม่ได้ ทำหน้าที่หลักในการสร้างฮีโมโกลบินเพื่อพาออกซิเจนไปเลี้ยงเซลล์ทั่วร่าง แต่ปัญหาคือร่างกายมนุษย์ไม่มีกลไกที่มีประสิทธิภาพในการขับธาตุเหล็กส่วนเกินทิ้ง เมื่อเราทานเข้าไปเกินความจำเป็น ธาตุเหล็กส่วนเกินเหล่านี้จึงถูกเก็บสะสมไว้ตามอวัยวะต่างๆ เช่น ตับ หัวใจ และม้าม
เมื่อธาตุเหล็กสะสมอยู่ในปริมาณมากเกินไป มันจะทำหน้าที่เสมือนตัวเร่งปฏิกิริยาที่คอยสร้างอนุมูลอิสระตัวร้ายขึ้นมาทำลายเซลล์และดีเอ็นเอภายในร่างกาย นานวันเข้าความเสียหายสะสมเหล่านี้อาจเป็นชนวนเหตุให้เซลล์ปกติเกิดการกลายพันธุ์และนำไปสู่ความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะในที่สุด โดยเฉพาะมะเร็งที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินอาหาร
สัญญาณเตือนและกลุ่มเสี่ยงที่มีธาตุเหล็กเกินในร่างกาย
คนไข้หลายคนมักถามหมอว่า เราจะรู้ได้อย่างไรว่าตัวเองมีธาตุเหล็กสะสมมากเกินไป อาศัยแค่การเจาะเลือดดูความเข้มข้นของเลือดอย่างเดียวอาจไม่พอครับ แพทย์มักจะต้องตรวจเลือดเช็คค่าเฟอร์ริติน ซึ่งเป็นโปรตีนที่ใช้เก็บสะสมธาตุเหล็กในร่างกายโดยตรง
กลุ่มคนที่ต้องระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ ผู้ที่ชอบทานเนื้อแดงและเนื้อแปรรูปเป็นประจำ ผู้ที่ชอบซื้อวิตามินรวมที่มีธาตุเหล็กเสริมทานเองโดยไม่จำเป็น ผู้ชายวัยหมดประจำเดือน หรือผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนที่ร่างกายไม่มีการสูญเสียเลือดประจำเดือนตามธรรมชาติแล้ว รวมถึงผู้ที่มีภาวะพันธุกรรมบางอย่างที่ทำให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กได้มากกว่าปกติ
ปรับพฤติกรรมการกินและการใช้ชีวิตเพื่อความปลอดภัย
ข่าวดีคือเราสามารถควบคุมและจัดการปริมาณธาตุเหล็กสะสมในร่างกายได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน โดยไม่ต้องพึ่งยาอะไรที่ซับซ้อนเลยครับ
เลือกทานอาหารและจัดสัดส่วนเนื้อสัตว์ให้พอดี
การลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะที่สัมพันธ์กับธาตุเหล็ก เริ่มต้นง่ายๆ ที่จานอาหารของเราเอง ลองลดความถี่ในการทานเนื้อแดงอย่างเนื้อวัว เนื้อหมู หรือหลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์แปรรูปอย่างไส้กรอก เบคอน แฮม ลงบ้าง สลับมาทานเนื้อปลา ไก่ หรือโปรตีนจากพืชให้มากขึ้น ก็ช่วยตัดวงจรการรับธาตุเหล็กส่วนเกินเข้าสู่ร่างกายได้มากโขแล้ว
เทคนิคการทานอาหารที่ช่วยเรื่องการดูดซึมธาตุเหล็ก
ถ้าเลี่ยงเนื้อสัตว์ไม่ได้จริงๆ เราสามารถเลือกวิธีทานร่วมกับอาหารกลุ่มที่ไปขัดขวางการดูดซึมธาตุเหล็กได้ เช่น ดื่มชาหรือกาแฟในมื้ออาหาร เนื่องจากสารแทนนินในชาและกาแฟช่วยลดการดูดซึมธาตุเหล็กชนิดฮีมจากเนื้อสัตว์ได้ดี หรือจะเลือกทานผักใบเขียวและธัญพืชที่มีไฟเตทสูงร่วมด้วยก็ช่วยได้เช่นกัน
บริจาคโลหิตทางเลือกสุขภาพที่ได้ทั้งบุญและลดเหล็กสะสม
สำหรับผู้ชายหรือผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนที่มีค่าธาตุเหล็กสะสมค่อนข้างสูง การบริจาคโลหิตเป็นประจำทุกสามถึงสี่เดือนถือเป็นวิธีธรรมชาติที่ดีมากๆ ในการระบายธาตุเหล็กส่วนเกินออกจากร่างกาย เพราะเมื่อร่างกายสร้างเม็ดเลือดใหม่ขึ้นมาทดแทน มันจะต้องดึงธาตุเหล็กที่สะสมตามอวัยวะต่างๆ กลับมาใช้ใหม่ ทำให้ปริมาณธาตุเหล็กส่วนเกินลดลงอย่างเห็นได้ชัด
การดูแลตัวเองให้ห่างไกลจากความเสี่ยงเรื่องธาตุเหล็กสะสม ไม่ใช่เรื่องยากเกินความสามารถของทุกคนครับ แค่รู้จักความสมดุล ทานอาหารให้หลากหลาย ไม่มากจนเกินพอดี และหมั่นสังเกตสุขภาพตัวเองผ่านการตรวจเลือดประจำปี เพียงเท่านี้เราก็ลดความเสี่ยงโรคร้ายและสร้างสุขภาพที่ดีในระยะยาวได้แล้วครับ