ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ช่วงนี้เวลาเดินไปตรวจสุขภาพประจำปี หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับการเช็กระดับน้ำตาล ไขมัน หรือการทำงานของตับ แต่มีค่าตัวเลขอีกตัวหนึ่งที่มักจะถูกมองข้ามไป ทั้งที่มีความสำคัญต่อสุขภาพในระยะยาวไม่แพ้กัน นั่นก็คือปริมาณธาตุเหล็กสะสมในร่างกาย

ในฐานะหมอ เวลาเจอคนไข้ที่ผลตรวจเลือดบอกว่ามีธาตุเหล็กสะสมค่อนข้างสูง มักจะถูกถามบ่อยๆ ว่ามันอันตรายไหม หรือต้องถึงขั้นกินยาขับออกหรือเปล่า ความจริงแล้ว ธาตุเหล็กเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายในการสร้างเม็ดเลือดแดง แต่ถ้ามีมากเกินความจำเป็นจนร่างกายกำจัดออกไม่หมด เจ้าธาตุเหล็กส่วนเกินนี้แหละที่จะกลายเป็นดาบสองคม

เหล็กส่วนเกินในร่างกาย กลายร่างเป็นสารอนุมูลอิสระทำ2ลายเซลล์ได้อย่างไร

เวลาที่เราพูดถึงธาตุเหล็ก หลายคนจะนึกถึงความแข็งแรงของเลือด แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ธาตุเหล็กในร่างกายมีปริมาณมากเกินไป เกินกว่าที่ม้าม ตับ หรือไขกระดูกจะเก็บไหว มันจะเริ่มล่องกระแสเลือดไปสะสมตามอวัยวะต่างๆ

ความน่ากลัวอยู่ตรงที่ ธาตุเหล็กอิสระเหล่านี้มีคุณสมบัติเร่งปฏิกิริยาการเกิดสารอนุมูลอิสระที่รุนแรงในร่างกาย หรือที่เรียกว่า Fenton reaction เจ้าอนุมูลอิสระตัวนี้จะคอยวิ่งไปชนและทำลายโครงสร้างของเซลล์ ดีเอ็นเอ และเนื้อเยื่อรอบข้างเปรียบเสมือนสนิมที่กัดกินเหล็ก เมื่อดีเอ็นเอในเซลล์ถูกทำลายซ้ำๆ เป็นเวลานาน โอกาสที่เซลล์จะเกิดการกลายพันธุ์และพัฒนาไปเป็นเซลล์มะเร็งย่อมสูงขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะมะเร็งในระบบทางเดินอาหารและตับ

สัญญาณเตือนจากร่างกาย เมื่อเหล็กเริ่มล้นทะลัก

ภาวะธาตุเหล็กสะสมเกินไม่ได้เกิดขึ้นชั่วข้ามคืน แต่ค่อยๆ สะสมทีละน้อยจนกระทั่งร่างกายแสดงอาการฟ้องออกมา ซึ่งอาการเหล่านี้มักจะไม่ค่อยเฉพาะเจาะจง ทำให้หลายคนมองข้ามไป

  • อ่อนเพลียเรื้อรัง: พักผ่อนเท่าไหร่ก็ยังรู้สึกเหนื่อยล้า สมองไม่ค่อยแจ่มใส
  • ปวดข้อและกล้ามเนื้อ: มักเริ่มมีอาการปวดตามข้อต่อ โดยเฉพาะบริเวณนิ้วมือและเข่า
  • ผิวคล้ำขึ้น: สีผิวดูคล้ำลงกว่าปกติ ทั้งที่ไม่ได้โดนแดดจัด ซึ่งเกิดจากการสะสมของเม็ดเลือดและธาตุเหล็กที่ผิวหนัง
  • แน่นท้องและจุกเสียด: อาจมีอาการตึงบริเวณชายโครงขวา ซึ่งเป็นตำแหน่งของตับ

ปรับพฤติกรรมการกินและการใช้ชีวิต เพื่อลดปริมาณธาตุเหล็กสะสมส่วนเกิน

ข่าวดีคือ ภาวะนี้สามารถควบคุมและป้องกันได้ด้วยการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะเรื่องอาหารการกินและการตรวจเช็กสุขภาพ

เลือกกินเนื้อแดงและเครื่องในสัตว์ให้พอเหมาะ

อาหารที่เป็นแหล่งของธาตุเหล็กชนิดฮีม (Heme iron) ซึ่งดูดซึมได้ง่ายที่สุด ได้แก่ เนื้อแดง เช่น เนื้อวัว เนื้อหมู และเครื่องในสัตว์ แม้จะมีประโยชน์ แต่ถ้ากินในปริมาณที่มากเกินไปเป็นประจำ ก็จะทำให้ธาตุเหล็กสะสมในร่างกายเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว การสลับไปโปรตีนจากปลา ไก่ หรือโปรตีนจากพืชบ้าง จะช่วยลดภาระการสะสมของธาตุเหล็กในร่างกายได้ดี

หลีกเลี่ยงการกินวิตามินซีร่วมกับมื้ออาหารที่มีธาตุเหล็กสูง

หลายคนชอบกินผลไม้รสเปรี้ยวหรือดื่มน้ำผลไม้พร้อมมื้ออาหารที่มีเนื้อสัตว์ เพื่อช่วยให้สดชื่น แต่ในแง่ของธาตุเหล็ก วิตามินซีมีฤทธิ์ช่วยเพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็กในลำไส้ให้สูงขึ้นไปอีก หากใครที่มีภาวะธาตุเหล็กสะสมสูงอยู่แล้ว ควรแยกเวลากินวิตามินซีออกจากมื้อเนื้อสัตว์หลัก เพื่อไม่ให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กเกินความจำเป็น

การบริจาคโลหิต ทางออกธรรมชาติในการลดธาตุเหล็ก

สำหรับคนที่มีภาวะธาตุเหล็กสะสมในร่างกายสูงกว่าเกณฑ์ปกติ และไม่มีข้อห้ามทางการแพทย์ การบริจาคโลหิตถือเป็นวิธีธรรมชาติที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดวิธีหนึ่ง เพราะร่างกายจะต้องดึงธาตุเหล็กที่สะสมอยู่ในตับและอวัยวะต่างๆ มาใช้สร้างเม็ดเลือดแดงชุดใหม่ขึ้นมาทดแทนส่วนที่เสียไป ช่วยลดปริมาณเหล็กส่วนเกินในร่างกายลงได้อย่างปลอดภัยภายใต้คำแนะนำของแพทย์

ตรวจเช็กระดับธาตุเหล็กสะสมในเลือด ใครบ้างที่ควรระวังเป็นพิเศษ

การตรวจสุขภาพประจำปีทั่วไปมักจะตรวจแค่ความเข้มข้นของเลือด (CBC) ซึ่งอาจไม่พบบorภาวะเหล็กเกิน หากสงสัยว่ามีความเสี่ยง เช่น มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคพันธุกรรมเหล็กเกิน หรือชอบกินตับและเนื้อแดงเป็นประจำ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจเลือดหาค่าเฉพาะเจาะจงเพิ่มเติม เช่น ค่า Serum Ferritin และ Transferrin Saturation เพื่อประเมินปริมาณธาตุเหล็กที่แท้จริงที่สะสมอยู่ในร่างกาย และหาแนวทางการลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งได้อย่างตรงจุดตั้งแต่เนิ่นๆ ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินแก้

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down