ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกมีไข้สูง อย่าเพิ่งหยิบยาแก้ปวดตัวไหนก็ได้มาให้กิน

เวลาที่ลูกหลานตัวร้อนจัด มีไข้สูง คุณพ่อคุณแม่หลายคนมักกังวลใจและอยากให้ไข้ลดลงเร็วๆ จนบางครั้งอาจเผลอหยิบยาแก้ปวดที่ติดบ้านไว้ หรือได้รับคำแนะนำบอกต่อกันมาให้กินยาแก้ปวดกลุ่มที่แรงกว่าพาราเซตามอล แต่รู้หรือไม่ว่า ในสถานการณ์ที่เด็กมีไข้สูงและมีความเสี่ยงจะเป็นโรคไข้เลือดออก การเลือกยาผิดชีวิตอาจเปลี่ยนได้เลยครับ

รู้จักยาตัวร้ายที่ไม่ควรแตะต้องเมื่อลูกสงสัยว่าจะเป็นไข้เลือดออก

ยาที่ว่านี้คือกลุ่มยาแอสไพริน (Aspirin) และยากลุ่มต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า ยากลุ่มเอ็นเสด (NSAIDs) เช่น ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) หรือ ไดโคลฟีแนค (Diclofenac) ยาเหล่านี้แม้จะมีฤทธิ์ลดไข้และลดการอักเสบได้ดีในโรคอื่น แต่กลับกลายเป็นดาบสองคมร้ายแรงสำหรับเด็กที่ติดเชื้อไวรัสโดยเฉพาะไข้เลือดออก

กลไกอันตรายที่เกิดขึ้นในร่างกายเมื่อได้รับยาเหล่านี้

เมื่อเด็กได้รับเชื้อไข้เลือดออก เกล็ดเลือดจะเริ่มลดต่ำลงและความสามารถในการแข็งตัวของเลือดจะผิดปกติไป หากเราไปกินยาในกลุ่มแอสไพรินหรือเอ็นเสด ยาเหล่านี้จะเข้าไปรบกวนการทำงานของเกล็ดเลือดซ้ำเติมเข้าไปอีก ทำให้เลือดหยุดยากกว่าปกติ และยังส่งผลให้เกิดการระคายเคืองกระเพาะอาหารอย่างรุนแรงจนอาจนำไปสู่ภาวะเลือดออกในทางเดินอาหารได้

ทำไมยากลุ่มนี้ถึงทำให้เกิดภาวะเลือดออกที่น่ากลัว

สำหรับเด็กที่ป่วยเป็นไข้เลือดออก ผนังหลอดเลือดจะเริ่มรั่วและมีความเปราะบางสูง หากกินยาเหล่านี้เข้าไปจะส่งผลเสียดังนี้:

  • เกล็ดเลือดทำงานผิดปกติ ทำให้เลือดหยุดไหลได้ยากมาก
  • กัดกระเพาะอาหารโดยตรง เพิ่มความเสี่ยงต่อการอาเจียนเป็นเลือดหรือถ่ายดำ
  • อาจส่งผลกระทบต่อการทำงานของไตในขณะที่ร่างกายกำลังขาดน้ำจากภาวะไข้เลือดออก

วิธีลดไข้ที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับเด็ก

หากลูกมีไข้ สิ่งที่ปลอดภัยและเป็นมาตรฐานที่หมอแนะนำเสมอคือการใช้ยาพาราเซตามอล (Paracetamol) ตามน้ำหนักตัวที่เหมาะสม โดยให้ห่างกันทุก 4-6 ชั่วโมง ร่วมกับการเช็ดตัวลดไข้ด้วยน้ำอุณหภูมิห้อง ไม่ควรใช้น้ำเย็นจัด และที่สำคัญที่สุดคือการสังเกตอาการร่วมอื่นๆ เช่น จุดเลือดออกตามตัว อาการซึม หรือไม่ยอมกินอาหาร

เมื่อไหร่ที่ต้องเลิกเดาแล้วพาไปพบแพทย์ทันที

หากเด็กมีไข้สูงเกิน 2 วัน แล้วยังไม่ยอมลด หรือมีอาการเพลียมาก ซึมลง หรือเห็นจุดแดงๆ เล็กๆ คล้ายรอยเข็มตามแขนขา ให้รีบพาลูกมาพบแพทย์เพื่อตรวจเลือดวินิจฉัยโรคให้ชัดเจน แทนการซื้อยาทานเองที่บ้าน เพราะการวินิจฉัยที่ถูกต้องและรวดเร็วช่วยลดความเสี่ยงที่อาการจะรุนแรงจนถึงขั้นช็อกได้ครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down