ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เรื่องจริงจากห้องฉุกเฉิน: อุบัติเหตุเล็กๆ ที่อาจซ่อนแผลใหญ่ไว้ข้างใน

มีกรณีหนึ่งที่หมอจำได้ดี คนไข้เพศชายประสบอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ล้มลื่นไถล ดูภายนอกมีเพียงรอยถลอกฟกช้ำตามแขนขาและอาการปวดระบมสะโพกเล็กน้อย เจ้าตัวคิดว่าไม่เป็นอะไรมากจึงขอกลับไปนอนพักที่บ้าน แต่พอผ่านไปไม่กี่ชั่วโมงกลับเริ่มมีอาการปวดหน่วงที่ท้องน้อยอย่างรุนแรง และเมื่อไปเข้าห้องน้ำก็ต้องตกใจเพราะปัสสาวะออกมาเป็นสีแดงเข้มเหมือนน้ำล้างเนื้อ นี่คือตัวอย่างที่พบบ่อยของ การบาดเจ็บของระบบทางเดินปัสสาวะ จากอุบัติเหตุ ซึ่งเป็นภัยเงียบที่หลายคนมักมองข้ามในตอนแรกเพราะคิดว่าแผลภายนอกไม่ได้รุนแรงอะไร

ระบบทางเดินปัสสาวะของคนเราไม่ได้มีแค่เรื่องของการขับถ่ายปัสสาวะเท่านั้น แต่ยังรวมถึงอวัยวะสำคัญที่ทำหน้าที่กรองของเสียและรักษาสมดุลน้ำในร่างกาย เมื่อเกิดแรงกระแทกจากอุบัติเหตุ ไม่ว่าจะเป็นรถชน ตกจากที่สูง หรือการเล่นกีฬาปะทะ อวัยวะภายในเหล่านี้ก็อาจได้รับความเสียหายได้เช่นกัน

อวัยวะภายในของเราซ่อนอยู่ตรงไหน และบาดเจ็บได้อย่างไร?

เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น หมออยากชวนมาดูว่าระบบทางเดินปัสสาวะของเราซ่อนอยู่ตรงไหนบ้าง และแต่ละส่วนมีโอกาสบาดเจ็บได้อย่างไรเมื่อเกิดอุบัติเหตุ

  • ไต (Kidneys): ไตทั้งสองข้างตั้งอยู่บริเวณสีข้างด้านหลัง ใต้ซี่โครงใต้กระดูกหน้าอก ไตเปรียบเสมือนเครื่องกรองน้ำของร่างกาย การถูกกระแทกอย่างแรงจากด้านหลังหรือด้านข้าง เช่น ถูกชนท้าย หรือตกจากที่สูงลงมากระแทกพื้น อาจทำให้ไตช้ำ ฉีกขาด หรือมีเลือดออกในช่องท้องได้
  • ท่อไต (Ureters): ท่อขนาดเล็กที่ส่งปัสสาวะจากไตลงสู่กระเพาะปัสสาวะ ส่วนนี้มักจะบาดเจ็บได้ยากเนื่องจากมีความยืดหยุ่นและซ่อนอยู่ลึกมาก แต่มักเกิดการบาดเจ็บร่วมกับอวัยวะอื่นๆ ในช่องท้องเมื่อมีแรงกระแทกอย่างรุนแรง
  • กระเพาะปัสสาวะ (Bladder): ตั้งอยู่บริเวณท้องน้อยหลังกระดูกเชิงกราน จุดนี้มีข้อควรระวังสำคัญคือ หากเกิดอุบัติเหตุในขณะที่ปัสสาวะเต็มเต้า กระเพาะปัสสาวะจะขยายตัวและผนังจะบางลง ทำให้มีโอกาสแตกหรือฉีกขาดได้ง่ายเมื่อถูกกระแทกแรงๆ เช่น แรงกดจากเข็มขัดนิรภัยขณะรถชน
  • ท่อปัสสาวะ (Urethra): ท่อที่นำปัสสาวะจากกระเพาะปัสสาวะออกสู่ภายนอกร่างกาย มักบาดเจ็บร่วมกับกระดูกเชิงกรานหัก หรืออุบัติเหตุประเภทตกจากที่สูงแล้วเอาเป้ากางเกงกระแทกกับของแข็ง

สัญญาณเตือนภัยที่บอกว่าระบบทางเดินปัสสาวะกำลังมีปัญหา

หลังจากเกิดอุบัติเหตุ หากพบอาการเหล่านี้ควรรีบไปพบแพทย์ทันทีโดยไม่ต้องรอให้อาการลุกลาม

  • ปัสสาวะมีเลือดปน: อาจเป็นสีชมพูจางๆ สีแดงเข้ม หรือมีลิ่มเลือดปนออกมา นี่คือสัญญาณที่ชัดเจนที่สุดว่ามีการฉีกขาดหรือช้ำของระบบทางเดินปัสสาวะ
  • ปัสสาวะไม่ออกหรือออกยาก: รู้สึกปวดปัสสาวะมากแต่เบ่งเท่าไหร่ก็ไม่ออก หรือปัสสาวะไหลกะปริบกะปรอยร่วมกับความรู้สึกแสบร้อน
  • ปวดเกร็งบริเวณสีข้างหรือท้องน้อย: อาการปวดที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ หรือปวดร้าวลงไปถึงขาหนีบ
  • มีรอยช้ำจ้ำเลือดรอบๆ แผล: โดยเฉพาะบริเวณสีข้าง ท้องน้อย หรือบริเวณฝีเย็บและอวัยวะเพศ
  • มีหยดเลือดซึมออกมาที่ปลายท่อปัสสาวะ: แม้จะยังไม่ได้ปัสสาวะก็ตาม

เมื่อมาถึงโรงพยาบาล หมอตรวจอะไรบ้างเพื่อหาจุดบาดเจ็บ

เมื่อผู้ป่วยที่มีประวัติอุบัติเหตุและสงสัยว่ามี การบาดเจ็บของระบบทางเดินปัสสาวะ มาถึงโรงพยาบาล หมอจำเป็นต้องตรวจเช็กอย่างละเอียดเพื่อหาพิกัดและระดับความรุนแรงของการบาดเจ็บ

การตรวจปัสสาวะและตรวจเลือด

ขั้นแรกคือการตรวจหาเม็ดเลือดแดงในปัสสาวะ แม้บางครั้งปัสสาวะจะดูใสด้วยตาเปล่า แต่อาจมีเม็ดเลือดแดงซ่อนอยู่ ซึ่งตรวจพบได้ผ่านกล้องจุลทรรศน์ ร่วมกับการตรวจเลือดเพื่อดูการทำงานของไตและปริมาณการสูญเสียเลือด

การเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan)

ถือเป็นวิธีมาตรฐานที่ช่วยให้หมอเห็นภาพของไตและอวัยวะในช่องท้องได้อย่างละเอียด สามารถบอกได้ว่าไตมีรอยฉีกขาดลึกแค่ไหน มีก้อนเลือดสะสมอยู่รอบๆ หรือไม่ เพื่อวางแผนการรักษาได้อย่างถูกต้อง

การฉีดสารทึบแสงเอ็กซเรย์ระบบทางเดินปัสสาวะ

ในรายที่สงสัยว่ากระเพาะปัสสาวะหรือท่อปัสสาวะฉีกขาด หมอจะใช้การฉีดสารทึบแสงเข้าไปทางท่อปัสสาวะแล้วทำการเอ็กซเรย์ เพื่อดูว่ามีสารทึบแสงรั่วไหลออกนอกเส้นทางปกติหรือไม่

บาดเจ็บแค่ไหนต้องผ่าตัด? วิธีรักษาที่ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด

ความเชื่อเดิมๆ ที่ว่าหากอวัยวะภายในบาดเจ็บจะต้องลงเอยด้วยการผ่าตัดใหญ่นั้น ไม่ใช่เรื่องจริงเสมอไป ในปัจจุบันเทคโนโลยีทางการแพทย์ก้าวหน้าไปมาก แนวทางการรักษาจึงเน้นความปลอดภัยและประคับประคองร่างกายให้บอบช้ำน้อยที่สุด

สำหรับการบาดเจ็บของไตในระดับที่ไม่รุนแรง เช่น ไตช้ำหรือมีรอยฉีกขาดเล็กน้อย ร่างกายสามารถเยียวยาตัวเองได้ หมอจะแนะนำให้นอนพักนิ่งๆ บนเตียง งดการเคลื่อนไหวร่างกายที่รุนแรง ให้ยาแก้ปวด และให้น้ำเกลือเพื่อช่วยขับปัสสาวะ โดยมีการเฝ้าระวังสัญญาณชีพอย่างใกล้ชิด

แต่หากเป็นการฉีกขาดรุนแรง มีเลือดออกไม่หยุด หรือกระเพาะปัสสาวะแตกฉีกขาดจนปัสสาวะรั่วเข้าไปในช่องท้อง กรณีเหล่านี้จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดเพื่อซ่อมแซมรอยรั่วและห้ามเลือดอย่างเร่งด่วน เพื่อป้องกันการติดเชื้อในกระแสเลือดและภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายถึงชีวิต

สิ่งที่ควรทำทันทีและข้อห้ามสำคัญเมื่อสงสัยว่าเกิดการบาดเจ็บ

หากคุณหรือคนใกล้ชิดประสบอุบัติเหตุกระแทกอย่างรุนแรง และสงสัยว่าอาจมีการบาดเจ็บภายในระบบทางเดินปัสสาวะ นี่คือหลักปฏิบัติที่ช่วยลดความรุนแรงได้

ข้อควรทำ: รีบพาผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลทันที และพยายามให้ผู้ป่วยเคลื่อนไหวน้อยที่สุดเพื่อป้องกันไม่ให้อวัยวะที่บาดเจ็บฉีกขาดมากขึ้น

ข้อห้ามสำคัญ: หากสังเกตเห็นว่ามีเลือดหยดซึมอกมาจากปลายท่อปัสสาวะ หรือผู้ป่วยบ่นว่าปวดปัสสาวะมากแต่เบ่งไม่ออก ห้ามพยายามสวนปัสสาวะเด็ดขาด เพราะหากท่อปัสสาวะมีการฉีกขาดอยู่แล้ว การใส่สายสวนโดยไม่มีการตรวจเช็กที่ถูกต้องอาจทำให้ท่อปัสสาวะฉีกขาดสมบูรณ์จนรักษาได้ยากขึ้น

อุบัติเหตุเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้ว การสังเกตอาการอย่างมีสติและการพบแพทย์อย่างรวดเร็วคือหัวใจสำคัญที่จะช่วยรักษาชีวิตและฟื้นฟูระบบทางเดินปัสสาวะให้กลับมาทำงานได้เป็นปกติอีกครั้ง

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด

คลินิกกุมารเวชกรรมโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ศูนย์รวมวัคซีน ตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพที่คุณต้องการ หรือเลือกดูตามหมวดหมู่

🐻 แชทคุยกับคุณหมอนะคะ