ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เวลาที่ต้องไปเยี่ยมไข้หรือไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล หลายคนมักจะมีความกังวลลึกๆ ในใจว่า จะปลอดภัยไหม จะมีโรคอื่นติดกลับมาบ้านหรือเปล่า ความกังวลนี้ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะในโรงพยาบาลเป็นแหล่งรวมของผู้ป่วยที่มีความเจ็บป่วยหลากหลายรูปแบบ ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อ การแพร่กระจายเชื้อในโรงพยาบาล ได้ง่ายกว่าสถานที่ทั่วไปหากไม่มีการควบคุมที่ดีพอ

ในฐานะหมอที่ทำงานอยู่ในสภาพแวดล้อมนี้ทุกวัน อยากจะมาชวนคุยและแชร์ให้ฟังแบบเข้าใจง่ายว่า เชื้อโรคเหล่านี้เดินทางอย่างไร และพวกเราทั้งบุคลากรทางการแพทย์ ผู้ป่วย และญาติ จะมีส่วนช่วยป้องกันไม่ให้วงจรการแพร่เชื้อนี้เกิดขึ้นได้อย่างไรบ้าง เพื่อให้ทุกคนไปโรงพยาบาลได้อย่างสบายใจและปลอดภัยกลับมา

ทำไมโรงพยาบาลที่เป็นสถานที่รักษาโรค ถึงกลายเป็นแหล่งแพร่กระจายเชื้อได้?

หากมองตามความเป็นจริง โรงพยาบาลคือจุดนัดพบของผู้คนที่มีร่างกายอ่อนแอและมีภูมิคุ้มกันต่ำมารวมตัวกันในพื้นที่จำกัด ตัวแปรสำคัญที่ทำให้เกิด การแพร่กระจายเชื้อในโรงพยาบาล มีอยู่ 3 ส่วนหลักด้วยกัน คือ ตัวผู้รับเชื้อที่มีร่างกายไม่แข็งแรง แหล่งรังโรคหรือผู้ที่มีเชื้ออยู่ในตัว และช่องทางการเดินทางของเชื้อโรค

นอกจากนี้ การรักษาทางการแพทย์หลายอย่าง เช่น การเจาะเลือด การใส่สายสวนปัสสาวะ หรือการใช้เครื่องช่วยหายใจ ล้วนเป็นการเปิดช่องทางให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายขึ้น ยิ่งในโรงพยาบาลมักมีเชื้อแบคทีเรียประเภทที่ดื้อยาปะปนอยู่ การควบคุมและป้องกันจึงต้องทำอย่างเข้มงวดเป็นพิเศษเพื่อไม่ให้เชื้อเหล่านี้แพร่ไปสู่ผู้ป่วยรายอื่น

เชื้อโรคในโรงพยาบาลติดต่อกันทางไหนได้บ้าง?

การจะป้องกันตัวได้อย่างถูกต้อง เราต้องรู้เท่าทันเส้นทางการเดินทางของเชื้อโรคก่อน ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว เชื้อโรคในโรงพยาบาลจะแพร่กระจายผ่าน 3 ช่องทางหลัก ดังนี้

1. การสัมผัสโดยตรงและทางอ้อม

นี่คือช่องทางที่พบบ่อยที่สุด การสัมผัสโดยตรงคือการที่ผิวหนังต่อผิวหนังแตะต้องกัน เช่น การจับมือจับไข้ ส่วนการสัมผัสทางอ้อมคือการที่มือไปแตะโดนสิ่งของเครื่องใช้ที่ปนเปื้อนเชื้อโรค เช่น ราวกั้นเตียง ปุ่มกดลิฟต์ ลูกบิดประตู หรือแม้แต่โทรศัพท์มือถือ แล้วนำมือนั้นมาขยี้ตาหรือหยิบของเข้าปากโดยไม่ได้ล้างมือ

2. ละอองฝอยจากการไอหรือจาม

เวลาที่ผู้ป่วยไอ จาม หรือพูดคุย จะมีละอองน้ำมูกน้ำลายขนาดค่อนข้างใหญ่พ่นออกมา ละอองเหล่านี้สามารถเดินทางไปในอากาศได้ในระยะไม่เกิน 1-2 เมตร หากเรายืนอยู่ใกล้ๆ และสูดดมเข้าไป หรือละอองเหล่านั้นตกลงบนตา จมูก หรือปาก ก็จะทำให้ได้รับเชื้อทันที

3. ทางอากาศในระยะไกล

เชื้อโรคบางชนิดมีความทนทานและมีขนาดเล็กมากจนสามารถลอยแขวนอยู่ในอากาศได้เป็นเวลานานและเดินทางได้ไกล เช่น เชื้อวัณโรค หรือไข้สุกใส ผู้ที่สูดลมหายใจเอาอากาศปนเปื้อนในห้องนั้นเข้าไปจึงมีโอกาสติดเชื้อได้แม้ไม่ได้อยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยโดยตรง

วิธีรับมือและแนวปฏิบัติเพื่อหยุดวงจรการแพร่เชื้อในโรงพยาบาล

ในฝั่งของโรงพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ มีมาตรการที่เรียกว่า มาตรฐานการป้องกันการติดเชื้อ ซึ่งเป็นกฎเหล็กที่ต้องปฏิบัติกับผู้ป่วยทุกคนโดยไม่มีข้อยกเว้น เพื่อสกัดกั้นไม่ให้เกิด การแพร่กระจายเชื้อในโรงพยาบาล

  • การทำความสะอาดมืออย่างเคร่งครัด: ถือเป็นหัวใจสำคัญที่สุด แพทย์และพยาบาลต้องล้างมือหรือใช้เจลแอลกอฮอล์ทุกครั้ง ทั้งก่อนและหลังสัมผัสตัวผู้ป่วย รวมถึงหลังสัมผัสสิ่งแวดล้อมรอบตัวผู้ป่วยด้วย
  • การใช้อุปกรณ์ป้องกันร่างกายที่เหมาะสม: เช่น การสวมหน้ากากอนามัย ถุงมือ ชุดกาวน์ หรือแว่นตาป้องกัน ตามความเหมาะสมของหัตถการและประเภทของโรคเพื่อสร้างกำแพงกั้นเชื้อโรค
  • การจัดการสิ่งแวดล้อมและเครื่องมือแพทย์: เครื่องมือทุกชิ้นต้องผ่านกระบวนการทำลายเชื้อและฆ่าเชื้อตามมาตรฐานระดับสูง และมีการทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัสต่างๆ ในหอผู้ป่วยอย่างสม่ำเสมอด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อที่มีประสิทธิภาพ

เรื่องง่ายๆ ที่คนไข้และญาติช่วยกันทำได้ เพื่อไม่ให้หอบเชื้อโรคกลับบ้าน

หลายคนอาจคิดว่าหน้าที่การป้องกันเป็นของหมอและพยาบาลเท่านั้น แต่จริงๆ แล้ว ผู้ป่วยและญาติคือจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่จะช่วยปิดโอกาส การแพร่กระจายเชื้อในโรงพยาบาล ได้ดีที่สุด ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ ดังนี้

ล้างมือให้บ่อยที่สุดเท่าที่ทำได้

ทุกครั้งที่เข้าและออกจากห้องพักผู้ป่วย หลังจากสัมผัสสิ่งของสาธารณะ หรือก่อนรับประทานอาหาร ขอแนะนำให้ใช้เจลแอลกอฮอล์ที่โรงพยาบาลเตรียมไว้ให้ลูบไล้มือจนแห้ง หรือล้างด้วยน้ำและสบู่ให้ทั่วถึงนานอย่างน้อย 20 วินาที

สวมหน้ากากอนามัยอย่างถูกวิธี

การสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่อยู่ในโรงพยาบาลช่วยปกป้องตัวเราจากละอองฝอยในอากาศ และในทางกลับกัน หากเรามีอาการไอจาม ก็จะเป็นการช่วยป้องกันไม่ให้เชื้อโรคของเราแพร่กระจายไปสู่ผู้อื่นด้วย

หลีกเลี่ยงการสัมผัสสิ่งแวดล้อมโดยไม่จำเป็น

พยายามไม่จับต้องอุปกรณ์ทางการแพทย์ สายน้ำเกลือ หรือปุ่มปรับต่างๆ บนเตียงผู้ป่วยโดยพลการ และหลีกเลี่ยงการนั่งบนเตียงของผู้ป่วยรายอื่นหากไปเยี่ยมในหอผู้ป่วยรวม

งดพาลูกหลานตัวเล็กหรือผู้สูงอายุมาเยี่ยมไข้

เด็กเล็กและผู้สูงอายุมักมีระบบภูมิคุ้มกันที่ยังทำงานได้ไม่เต็มที่หรือเริ่มเสื่อมถอย การพามาโรงพยาบาลโดยไม่จำเป็นอาจทำให้รับเชื้อได้ง่ายกว่าคนทั่วไป หากต้องการแสดงความห่วงใย การใช้วิธีโทรศัพท์หรือวิดีโอคอลคุยกันก็เป็นทางเลือกที่ดีและปลอดภัยที่สุด

ความปลอดภัยในโรงพยาบาลเกิดขึ้นได้จากความร่วมมือของทุกฝ่าย การตระหนักรู้และเข้าใจในธรรมชาติของการแพร่กระจายเชื้อ จะช่วยให้เราสามารถเข้ามารับการรักษาหรือมาเยี่ยมคนที่รักได้อย่างสบายใจ และกลับบ้านไปด้วยสุขภาพที่แข็งแรงปลอดภัยอย่างแท้จริง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down