ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมจู่ๆ ถึงรู้สึกเพลียทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรหนัก

หลายครั้งที่คนไข้เดินเข้ามาปรึกษาหมอด้วยอาการนอนไม่หลับ ปวดหัวตุบๆ หรือรู้สึกหงุดหงิดง่ายโดยหาสาเหตุไม่ได้ พอถามถึงเรื่องงานหรือความสัมพันธ์ก็ดูปกติ แต่เมื่อลองคุยลึกลงไปถึงสภาพแวดล้อมที่ใช้ชีวิตอยู่ทุกวัน หมอถึงได้พบว่าคำตอบมักซ่อนอยู่ในสิ่งที่รายล้อมตัวเรานั่นเอง เราเรียกสภาวะนี้ว่า ภาวะเครียดจากสิ่งแวดล้อมรอบตัว ซึ่งหลายคนมองข้ามไปเพราะคิดว่ามันเป็นเรื่องปกติที่ต้องเจอ

สัญญาณเตือนที่ร่างกายกำลังบอกว่าสิ่งแวดล้อมรอบตัวเป็นพิษ

ร่างกายเราฉลาดกว่าที่คิดครับ เมื่อสิ่งแวดล้อมรอบตัวเริ่มคุกคามความสงบในใจ ร่างกายจะส่งสัญญาณเตือนออกมาเป็นระยะ หากใครกำลังเจออาการเหล่านี้อยู่ ให้ลองสังเกตตัวเองดู:

  • รู้สึกอ่อนเพลียเรื้อรังแม้จะได้นอนพักผ่อนแล้ว
  • มีอาการตึงบริเวณบ่า คอ และขมับโดยไม่มีสาเหตุจากกิจกรรมทางกาย
  • สมาธิสั้นลง ทำงานช้าลง หรือตัดสินใจเรื่องง่ายๆ ได้ยากขึ้น
  • เริ่มมีอารมณ์ฉุนเฉียวกับเรื่องเล็กน้อยที่ปกติไม่เคยเป็น
  • รู้สึกอยากปลีกตัวจากสังคมบ่อยขึ้น

ต้นเหตุที่มองไม่เห็นในชีวิตประจำวันที่ทำให้เราเครียด

ภาวะเครียดจากสิ่งแวดล้อมรอบตัวไม่ได้หมายถึงแค่เรื่องของเสียงดังหรือฝุ่นควัน แต่หมายรวมถึงปัจจัยหลายอย่างที่กระตุ้นสมองเราให้ทำงานหนักเกินไปโดยไม่รู้ตัว:

  • มลภาวะทางเสียง: เสียงจอแจในออฟฟิศ เสียงการจราจร หรือแม้แต่เสียงแจ้งเตือนจากหน้าจอสมาร์ทโฟนที่ดังตลอดเวลา
  • พื้นที่รกและระเกะระกะ: โต๊ะทำงานหรือบ้านที่เต็มไปด้วยของวางระเกะระกะ ส่งผลโดยตรงต่อการจัดระเบียบความคิดในสมอง
  • แสงสีฟ้าและแสงจ้า: การอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์นานเกินไปหรืออยู่ในห้องที่มีแสงสว่างไม่เหมาะสมส่งผลต่อระดับความเครียดในระบบประสาท
  • สภาพอากาศและการถ่ายเท: อากาศที่ร้อนอบอ้าวหรือห้องที่อับชื้นเกินไปทำให้ร่างกายต้องปรับตัวหนักขึ้นจนเกิดความล้าสะสม

ปรับสภาพแวดล้อมใหม่ เพื่อคืนความสบายใจให้ตัวเอง

การแก้ไขไม่ได้แปลว่าต้องย้ายบ้านหรือเปลี่ยนงานเสมอไป แต่เราสามารถเริ่มปรับจูนสิ่งแวดล้อมรอบตัวได้ทันที:

  • จัดการพื้นที่ส่วนตัว: ลองเคลียร์โต๊ะทำงานให้โล่งที่สุด เก็บเฉพาะสิ่งที่จำเป็นต้องใช้ สภาพแวดล้อมที่สะอาดตาช่วยลดภาระการประมวลผลของสมองได้ดีมาก
  • ควบคุมเสียงรบกวน: หากอยู่ในจุดที่เสียงดังเกินไป การใช้หูฟังแบบตัดเสียงรบกวนหรือเปิดเพลงบรรเลงเบาๆ จะช่วยสร้างสภาวะที่สมองผ่อนคลายได้
  • กำหนดเวลาตัดขาดจากจอ: ลองใช้กฎ 20-20-20 คือทุกๆ 20 นาที ให้พักสายตาและละจากหน้าจอ 20 วินาที เพื่อลดความล้าจากการรับข้อมูลเกินความจำเป็น
  • เพิ่มพื้นที่สีเขียว: การนำต้นไม้เล็กๆ มาวางใกล้ตัวช่วยปรับสมดุลอากาศและลดความตึงเครียดทางสายตาได้จริงตามหลักจิตวิทยา

เมื่อไหร่ที่ควรปรึกษาหมอ

หากปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมแล้วอาการปวดหัวเรื้อรัง นอนไม่หลับ หรืออาการทางอารมณ์ยังไม่ดีขึ้น หรือส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันจนทำงานไม่ได้ หมอแนะนำว่าอย่าปล่อยไว้ครับ เพราะบางครั้งภาวะเครียดจากสิ่งแวดล้อมอาจกลายเป็นตัวจุดชนวนให้เกิดโรคทางจิตเวชหรือโรคเรื้อรังอื่นๆ ได้ การเข้ามาพูดคุยเพื่อให้แพทย์ช่วยประเมินความเครียดและวางแนวทางการรักษาที่ถูกต้อง จะช่วยให้คุณกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขอีกครั้ง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down