เวลาที่มีคนไข้เดินเข้ามาปรึกษาหมอหลังจากไปตรวจสุขภาพประจำปี แล้วพบว่ามีก้อนเนื้อเล็กๆ อยู่ในไตจากการทำอัลตราซาวนด์ สิ่งแรกที่หมอมักจะเห็นในแววตาของพวกเขาก็คือความกังวลและความกลัว คำถามแรกที่ตามมาเสมอคือ ตัวเองกำลังเผชิญหน้ากับโรคร้ายอยู่ใช่ไหม ในความเป็นจริงแล้ว โรคมะเร็งไต อาจฟังดูน่ากลัวและไกลตัวสำหรับหลายคน แต่การทำความเข้าใจกับโรคนี้อย่างถูกต้องจะช่วยลดความตื่นตระหนก และทำให้พร้อมที่จะรับมือได้อย่างมีสติ
โรคมะเร็งไตคืออะไร ทำไมอวัยวะกรองของเสียถึงเกิดเนื้อร้ายได้?
ถ้าจะอธิบายให้เข้าใจง่ายที่สุด ไตของคนเรามีหน้าที่คล้ายกับเครื่องกรองน้ำอัจฉริยะที่คอยกรองของเสียออกจากเลือดและขับออกทางปัสสาวะ นอกจากนี้ยังมีหน้าที่ควบคุมความดันโลหิตและสร้างฮอร์โมนที่จำเป็นต่อร่างกายด้วย
โรคมะเร็งไต เกิดขึ้นเมื่อเซลล์เนื้อเยื่อบริเวณไตมีการเจริญเติบโตที่ผิดปกติ รวดเร็ว และควบคุมไม่ได้ จนกลายเป็นก้อนเนื้อร้าย โดยชนิดที่พบได้บ่อยที่สุดในผู้ใหญ่คือ มะเร็งเซลล์ไต (Renal Cell Carcinoma) ซึ่งมักจะเริ่มต้นขึ้นที่บริเวณท่อเล็กๆ ภายในไตที่ทำหน้าที่กรองเลือดนั่นเอง
สัญญาณเตือนแบบไหนที่บอกว่าไตของคุณเริ่มมีปัญหา?
ความน่ากลัวอย่างหนึ่งของโรคนี้คือ ในระยะแรกเริ่มมักจะไม่มีอาการแสดงใดๆ เลย คนไข้ส่วนใหญ่ตรวจเจอเพราะไปทำอัลตราซาวนด์ช่องท้องด้วยเรื่องอื่น เช่น การตรวจสุขภาพประจำปี หรือตรวจนิ่วในถุงน้ำดี แต่เมื่อก้อนเนื้อเริ่มมีขนาดใหญ่ขึ้น ร่างกายก็อาจจะส่งสัญญาณเตือนเหล่านี้ออกมาให้เห็น
- ปัสสาวะมีเลือดปน: อาจเห็นเป็นสีแดงจางๆ สีน้ำล้างเนื้อ หรือบางครั้งปัสสาวะอาจจะมีสีเข้มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดโดยไม่มีอาการปวดร่วมด้วย
- อาการปวดบริเวณสีข้าง: เป็นอาการปวดตื้อๆ บริเวณบั้นเอวหรือสีข้างด้านใดด้านหนึ่ง โดยที่ไม่ได้เกิดจากการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ และอาการปวดไม่ดีขึ้นหลังจากการพักผ่อน
- คลำพบก้อนเนื้อ: ในคนไข้บางรายที่มีรูปร่างผอม อาจคลำพบก้อนเนื้อผิดปกติที่บริเวณสีข้างหรือหน้าท้อง
- อาการร่วมทางระบบอื่นๆ: เช่น น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วโดยไม่มีสาเหตุ เบื่ออาหาร อ่อนเพลียเรื้อรัง หรือมีไข้ต่ำๆ ที่หาสาเหตุไม่ได้
พฤติกรรมแบบไหนที่อาจเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดโรคมะเร็งไตโดยไม่รู้ตัว
แม้ทางการแพทย์จะยังไม่สามารถระบุสาเหตุที่แน่ชัดของการเกิดโรคนี้ได้ แต่พบว่ามีปัจจัยหลายอย่างที่เพิ่มความเสี่ยงในการเกิด โรคมะเร็งไต ได้อย่างมีนัยสำคัญ
- การสูบบุหรี่: สารพิษจากบุหรี่จะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดและกรองผ่านไต การสูบบุหรี่เป็นประจำจึงเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคนี้เป็นเท่าตัว
- ภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วน: ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางฮอร์โมนบางชนิดที่เข้าไปกระตุ้นการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง
- โรคความดันโลหิตสูง: คนที่มีความดันโลหิตสูงเรื้อรังมีความเสี่ยงสูงขึ้นอย่างชัดเจน ซึ่งจำเป็นต้องควบคุมระดับความดันให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
- ประวัติครอบครัว: หากมีญาติสายตรงเคยมีประวัติเป็นโรคนี้ ก็มีโอกาสที่พันธุกรรมจะส่งต่อความเสี่ยงมาถึงรุ่นเราได้
เมื่อมาพบหมอ เราจะตรวจเช็กอย่างไรให้มั่นใจว่าเป็นมะเร็งไตหรือไม่?
เมื่อมีอาการที่น่าสงสัย หรือตรวจพบก้อนเนื้อจากการตรวจคัดกรองเบื้องต้น ขั้นตอนต่อไปคือการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดเพื่อยืนยันโรคและวางแผนการรักษา
การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) หรือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI)
การตรวจวิธีนี้จะช่วยให้เห็นภาพของไตแบบสามมิติ ทำให้เห็นขนาดของก้อนเนื้อ ตำแหน่งที่แน่ชัด และประเมินได้ว่ามีการลุกลามไปยังอวัยวะข้างเคียงหรือเส้นเลือดดำใหญ่ภายในช่องท้องหรือไม่ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จำเป็นอย่างยิ่งในการเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสม
การเจาะชิ้นเนื้อไปตรวจ
ในบางกรณีที่ภาพเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ยังให้ผลไม่ชัดเจน หรือในคนไข้ที่วางแผนจะรักษาด้วยวิธีที่ไม่ใช่การผ่าตัด การเจาะชิ้นเนื้อขนาดเล็กมาตรวจทางพยาธิวิทยาจะช่วยยืนยันชนิดของเซลล์มะเร็งได้อย่างแม่นยำและมีความปลอดภัยสูงขึ้นมากในปัจจุบัน
วิธีรักษาเมื่อตรวจพบมะเร็งไต: ไม่ได้มีแค่การตัดไตทิ้งเสมอไป
ความเข้าใจผิดอย่างหนึ่งคือ เมื่อเป็น โรคมะเร็งไต แล้วจะต้องถูกตัดไตทิ้งไปทั้งหมดและต้องลงเอยด้วยการฟอกไตไปตลอดชีวิต ความจริงแล้วแนวทางการรักษาในปัจจุบันก้าวหน้าไปมาก และมีทางเลือกที่หลากหลายขึ้นอยู่กับระยะของโรค
- การผ่าตัดแบบอนุรักษ์เนื้อไต: หากตรวจเจอตั้งแต่ระยะแรกที่ก้อนเนื้อยังมีขนาดเล็ก หมอจะใช้วิธีผ่าตัดเอาเฉพาะส่วนที่เป็นก้อนมะเร็งออกและเหลือเนื้อไตที่ดีไว้ เพื่อให้คนไข้ยังมีเนื้อไตทำงานได้ตามปกติหลังการผ่าตัด
- การผ่าตัดไตออกทั้งหมด: ใช้ในกรณีที่ก้อนเนื้อมีขนาดใหญ่มากหรืออยู่กึ่งกลางไต แต่ร่างกายของคนเราสามารถใช้ชีวิตอย่างเป็นปกติสุขได้ด้วยไตเพียงข้างเดียวที่เหลืออยู่ หากไตอีกข้างยังทำงานได้ดี
- การรักษาเฉพาะจุดโดยไม่ต้องผ่าตัด: เช่น การจี้เย็นหรือการใช้คลื่นความถี่วิทยุจี้ทำลายก้อนมะเร็ง เหมาะสำหรับคนไข้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวหลายอย่างและไม่เหมาะกับการดมยาสลบเพื่อผ่าตัดใหญ่
- ยามุ่งเป้าและภูมิคุ้มกันบำบัด: สำหรับคนไข้ในระยะแพร่กระจาย ยาเหล่านี้จะเข้าไปยับยั้งการเติบโตของเซลล์มะเร็งโดยเฉพาะ หรือช่วยกระตุ้นให้ภูมิคุ้มกันในร่างกายไปทำลายเซลล์มะเร็ง ซึ่งให้ผลการรักษาที่ดีและมีผลข้างเคียงน้อยกว่าการเคมีบำบัดแบบเดิมมาก
วิธีดูแลตัวเองเพื่อปกป้องไตให้แข็งแรงและห่างไกลจากโรคร้าย
การป้องกันและการตรวจคัดกรองตั้งแต่เนิ่นๆ คืออาวุธที่ดีที่สุดในการรับมือกับ โรคมะเร็งไต เราสามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น การงดสูบบุหรี่ ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และเลี่ยงการทานเค็มเพื่อป้องกันโรคความดันโลหิตสูง ที่สำคัญที่สุดคือการเข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปีรวมถึงการทำอัลตราซาวนด์ช่องท้องตามคำแนะนำของแพทย์ เพราะการตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจะช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาให้หายขาดได้สูงมาก