ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เวลาที่ทำงานในโรงพยาบาล ดูแลผู้ป่วย หรือแม้แต่การเจออุบัติเหตุไม่คาดฝันแล้วเผลอไปโดนเลือดหรือสารคัดหลั่งของคนอื่นเข้า สิ่งแรกที่มักจะเกิดขึ้นในหัวคือความตกใจและความกังวลสารพัด ยิ่งถ้าคิดไปไกลถึงโรคติดต่อร้ายแรงอย่างเอชไอวีหรือไวรัสตับอักเสบบีและซีด้วยแล้ว ยิ่งทำให้มือไม้สั่นทำอะไรไม่ถูก หมอเข้าใจความรู้สึกนี้ดีเพราะเคยเจอเคสแบบนี้มานับไม่ถ้วน

สิ่งสำคัญที่สุดที่อยากบอกคือ ตั้งสติให้มั่น การสัมผัสไม่ได้แปลว่าจะติดเชื้อเสมอไป โอกาสรอดและปลอดภัยมีสูงมาก หากเรารู้จักขั้นตอนการจัดการที่ถูกต้องตั้งแต่วินาทีแรกที่เกิดเรื่อง

ตั้งสติแล้วจัดการแผลทันที: ล้างและทำความสะอาดอย่างไรให้ปลอดภัยที่สุด

เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น ห้ามตกใจจนทำอะไรไม่ถูก ให้รีบจัดการกับร่างกายตัวเองเป็นอันดับแรกโดยไม่ต้องรอหรือคิดอย่างอื่น

  • ถ้าโดนเข็มตำหรือมีแผลเปิด: อย่าไปบีบหรือเค้นแผลแรงๆ เด็ดขาด เพราะนั่นจะทำให้เชื้อโรคยิ่งซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้ง่ายขึ้น ให้รีบพาแผลไปล้างผ่านน้ำสะอาดที่ไหลผ่านก๊อก และฟอกด้วยสบู่เบาๆ ปล่อยให้น้ำชะล้างสิ่งสกปรกออกไปสักพัก
  • ถ้าเลือดหรือสารคัดหลั่งเข้าตา: ให้รีบใช้น้ำสะอาดหรือน้ำเกลือล้างตาล้างผ่านตามากๆ ทันที โดยเปิดเปลือกตาค้างไว้ ห้ามขยี้ตาเด็ดขาด
  • ถ้าโดนผิวหนังปกติที่ไม่มีแผล: ให้ล้างด้วยน้ำและสบู่ให้สะอาดทันทีเช่นกัน

ล้างแผลเสร็จแล้วต้องทำอย่างไรต่อ: สำรวจความเสี่ยงและจดจำรายละเอียด

หลังจากทำความสะอาดร่างกายเบื้องต้นแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการประเมินสถานการณ์รอบตัวเพื่อเตรียมข้อมูลให้หมอห้องฉุกเฉินหรือแพทย์อาชีวเวชศาสตร์

ให้พยายามนึกและบันทึกรายละเอียดให้ได้มากที่สุดว่า สารคัดหลั่งนั้นมาจากไหน เป็นเลือด น้ำเหลือง หรือสารหลั่งชนิดใด ปริมาณมากแค่ไหน และอุปกรณ์ที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุคืออะไร เช่น เข็มที่ใช้เจาะเลือดผู้ป่วยโดยตรง หรือเข็มฉีดยาที่ใช้แล้วทิ้ง ข้อมูลเหล่านี้มีความจำเป็นอย่างมากในการประเมินความเสี่ยงว่าจะต้องได้รับยาต้านไวรัสหรือไม่

รีบพบแพทย์ด่วนที่สุด: เวลาทุกนาทีมีค่ากับการรับยาป้องกัน

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่รอช้าไม่ได้เด็ดขาด เมื่อทำความสะอาดแผลเบื้องต้นเสร็จแล้ว ให้รีบไปพบแพทย์ที่ห้องฉุกเฉินหรือแผนกที่ดูแลเรื่องนี้ทันที

ระยะเวลาที่ดีที่สุดในการรับยาป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี (PEP) คือต้องเริ่มกินให้เร็วที่สุดภายใน 2 ถึง 24 ชั่วโมงแรกหลังเกิดเหตุ และไม่ควรเกิน 48 ชั่วโมง ยิ่งเร็วยิ่งมีประสิทธิภาพในการป้องกันสูงมาก หมอจะทำการเจาะเลือดทั้งตัวเราและผู้ป่วย (ถ้าสามารถหาตัวได้) เพื่อตรวจหาเชื้อพื้นฐาน และพิจารณาจ่ายยาต้านไวรัสให้กินต่อเนื่องประมาณ 1 เดือน รวมถึงนัดติดตามผลเลือดเป็นระยะ

การดูแลตัวเองและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ซ้ำ

หลังจากผ่านช่วงเวลาตื่นตระหนกมาแล้ว สิ่งที่ต้องทำคือการกินยาตามที่แพทย์สั่งให้ครบถ้วน ห้ามหยุดยาเองกลางคันแม้จะมีอาการข้างเคียงจากยา เช่น คลื่นไส้ เวียนหัว เพราะผลของการป้องกันการติดเชื้อมีความสำคัญมากกว่า

ในระหว่างนี้ควรงดการบริจาคโลหิต และระมัดระวังเรื่องการมีเพศสัมพันธ์โดยการใช้ถุงยางอนามัยป้องกันจนกว่าผลเลือดจะแน่ใจว่าปลอดภัย ส่วนในแง่ของการทำงาน ให้ย้อนกลับมาดูว่าอุบัติเหตุเกิดจากอะไร แล้วปรับปรุงกระบวนการทำงานหรือการทิ้งขยะติดเชื้อให้รัดกุมยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ใจหายแบบนี้ขึ้นอีกในอนาคต

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down