ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

หลายครั้งที่หมอมักจะได้รับคำถามจากน้องๆ พยาบาล หรือแม้กระทั่งบุคคลทั่วไปที่ทำงานใกล้ชิดกับความเสี่ยง ว่าถ้าหากเกิดอุบัติเหตุไม่คาดคิด เช่น โดนเข็มฉีดยาตำมือ หรือมีเลือดและสารคัดหลั่งกระเด็นเข้าตาและโดนแผลสด ควรจะตั้งสติและจัดการอย่างไรดี เพราะความตื่นตระหนกมักทำให้เราทำอะไรไม่ถูกในนาทีชีวิตแบบนั้น

การสัมผัสเลือดหรือสารคัดหลั่งที่มีเชื้อโรค โดยเฉพาะไวรัสตับอักเสบ B, ไวรัสตับอักเสบ C และเอชไอวี ถือเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามเด็ดขาด เพราะยิ่งเราจัดการได้เร็วเท่าไหร่ โอกาสและความเสี่ยงที่จะติดเชื้อก็จะยิ่งลดลงเท่านั้น วันนี้หมอเลยอยากมาเล่าขั้นตอนการปฏิบัติที่ถูกต้อง เข้าใจง่าย และทำตามได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น

ล้างทำความสะอาดแผลทันทีด้วยน้ำสะอาดและสบู่

สิ่งแรกที่ต้องทำเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น โดนเข็มตำ มีดบาด หรือเลือดกระเด็นโดนผิวหนังที่มีแผล คือการตั้งสติแล้วรีบจัดการกับบาดแผลทันที

  • กรณีโดนแผลบาดหรือเข็มตำ: ห้ามบีบหรือเค้นเลือดออกจากแผลเด็ดขาด เพราะการไปบีบเค้นจะยิ่งทำให้เนื้อเยื่อช้ำ และเปิดทางให้เชื้อโรคเข้าสู่กระแสเลือดได้ง่ายขึ้น
  • การล้างแผล: ให้รีบปล่อยน้ำสะอาดให้ไหลผ่านแผลทันที พร้อมกับฟอกด้วยสบู่เบาๆ ปล่อยให้น้ำชะล้างสิ่งสกปรกออกไปอย่างน้อยสิบถึงสิบห้าวินาที
  • กรณีสารคัดหลั่งเข้าตา: ให้ล้างตาด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำเกลือล้างแผลปริมาณมากๆ โดยลืมตาในน้ำ หรือปล่อยให้น้ำไหลผ่านตาอย่างต่อเนื่อง
  • กรณีเข้าปาก: ให้บ้วนปากด้วยน้ำสะอาดหลายๆ ครั้ง แล้วพยายามบ้วนทิ้ง ห้ามกลืนเด็ดขาด

ประเมินความเสี่ยงและชนิดของสารที่สัมผัส

หลังจากจัดการเบื้องต้นเสร็จแล้ว ขั้นตอนต่อมาคือการทำความเข้าใจว่าสิ่งที่เราสัมผัสนั้นมีความเสี่ยงมากน้อยแค่ไหน ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้ช่วยประเมินจากปัจจัยเหล่านี้

  • ชนิดของสารคัดหลั่ง เช่น เลือด น้ำเหลือง น้ำไขสันหลัง หรือน้ำอสุจิ จะมีความเสี่ยงสูงกว่าน้ำลายหรือปัสสาวะที่ไม่มีเลือดปน
  • ลักษณะของอุบัติเหตุ เช่น เข็มกลวงที่ใช้เจาะเลือดคนไข้โดยตรง ย่อมมีความเสี่ยงสูงกว่าเข็มเย็บแผลทั่วไป
  • ประวัติของผู้ป่วยต้นทาง หากทราบว่าเป็นผู้ติดเชื้อโรคใดโรคหนึ่ง แพทย์จะสามารถวางแผนการรักษาหรือการให้ยาต้านไวรัสได้อย่างรวดเร็ว

รีบไปโรงพยาบาลพบแพทย์เพื่อรับคำปรึกษาด่วน

เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่จะปล่อยไว้รอให้ผ่านไปหลายวันได้ การเดินทางไปพบแพทย์ที่ห้องฉุกเฉินหรือแผนกอาชีวเวชศาสตร์ของโรงพยาบาลทันทีภายในไม่กี่ชั่วโมงแรก คือหัวใจสำคัญที่สุด

แพทย์จะทำการซักประวัติ ประเมินแผล และพิจารณาความจำเป็นในการให้ยาป้องกันหลังการสัมผัสเชื้อ เช่น ยาต้านไวรัสเอชไอวี ซึ่งจะต้องเริ่มกินให้เร็วที่สุดภายในสองถึงสิบสองชั่วโมงแรกหลังเกิดเหตุ และไม่ควรเกินเจ็ดสิบสองชั่วโมงเด็ดขาด รวมถึงการพิจารณาฉีดวัคซีนหรืออิมมูโนโกลบูลินเพื่อป้องกันไวรัสตับอักเสบ B

การตรวจเลือดติดตามผลและการดูแลตัวเองระยะยาว

เมื่อผ่านพ้นช่วงเวลาฉุกเฉินมาแล้ว สิ่งสำคัญที่ไม่ควรละเลยคือการมาตรวจเลือดติดตามผลตามที่แพทย์นัดอย่างเคร่งครัด

โดยทั่วไปแพทย์จะนัดตรวจเลือดเพื่อหาเชื้อซ้ำ ณ ช่วงเวลาต่างๆ เช่น วันที่เกิดเหตุ, สามเดือน และหกเดือน เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีการติดเชื้อเกิดขึ้นจริงๆ ระหว่างนี้ก็ใช้ชีวิตตามปกติได้ แต่ควรปฏิบัติตามคำแนะนำเรื่องการป้องกันการแพร่เชื้อ เช่น การงดบริจาคโลหิต หรือการใช้ถุงยางอนามัยในการมีเพศสัมพันธ์ จนกว่าจะแน่ใจว่าผลเลือดเป็นลบอย่างถาวร

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down