ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

คนไข้รายหนึ่งเดินเข้ามาในห้องฉุกเฉินด้วยอาการหอบเหนื่อย อ่อนเพลียอย่างรุนแรงจนแทบไม่มีแรงพูดคุย ญาติบอกว่าเขามีอาการคลื่นไส้อาเจียนและซึมลงเรื่อยๆ ตลอดทั้งวัน หลังจากที่หมอได้เจาะเลือดตรวจอย่างละเอียด ก็พบว่าเขากำลังเผชิญกับภาวะวิกฤตทางเคมีในร่างกายที่เรียกว่า ภาวะกรดในเลือดสูงจากเมแทบอลิซึม ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อาจส่งผลกระทบต่อการทำงานของอวัยวะทุกส่วนและเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

ในฐานะหมอ หมออยากบอกว่าร่างกายของเราทำงานคล้ายกับเครื่องจักรเคมีที่ซับซ้อนและละเอียดอ่อนมาก โดยเฉพาะการรักษาค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) ในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติที่ประมาณ 7.35 ถึง 7.45 หากมีอะไรไปรบกวนจนค่านี้ตกลงต่ำกว่าเกณฑ์ ร่างกายจะเริ่มส่งสัญญาณเตือนทันที วันนี้หมอจะพาทุกคนไปทำความเข้าใจกับภาวะนี้อย่างลึกซึ้ง เพื่อที่เราจะได้รู้เท่าทันและป้องกันตัวเองรวมถึงคนที่เรารักได้อย่างถูกต้อง

ทำความเข้าใจง่ายๆ: เลือดเป็นกรดเกิดขึ้นได้อย่างไร?

ลองจินตนาการว่าร่างกายของเรามีตราชั่งคอยปรับสมดุลกรดและด่างอยู่ตลอดเวลา โดยปกติแล้ว สารที่เป็นกรดจะถูกกำจัดออกผ่านทางปอด (ในรูปของคาร์บอนไดออกไซด์เวลาเราหายใจออก) และผ่านทางไต (ขับออกทางปัสสาวะ) รวมถึงมีสารที่เป็นด่างคอยช่วยสะเทินฤทธิ์กรดเหล่านี้ไว้

แต่เมื่อใดก็ตามที่กระบวนการเผาผลาญในร่างกายหรือที่เรียกว่าเมแทบอลิซึมทำงานผิดปกติ จนทำให้เกิดการสร้างกรดขึ้นมามากเกินไป หรือไตไม่สามารถขับกรดออกได้ตามปกติ หรือร่างกายสูญเสียสารด่างไปอย่างรวดเร็ว ตราชั่งนี้จะเอียงวูบทันที ส่งผลให้เกิดภาวะกรดในเลือดสูงจากเมแทบอลิซึม ซึ่งส่งผลเสียต่อการทำงานของเซลล์ต่างๆ ทั่วร่างกาย

สาเหตุตัวร้ายที่ทำให้ร่างกายผลิตกรดมากเกินไป

ภาวะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นลอยๆ แต่เป็นผลพวงมาจากโรคหรือความผิดปกติทางร่างกายอื่นๆ โดยหมอสามารถแบ่งสาเหตุหลักที่พบบ่อยได้ดังนี้

เมื่อเบาหวานคุมไม่ได้จนเกิดกรดสะสม

สำหรับคนที่เป็นโรคเบาหวาน โดยเฉพาะเบาหวานชนิดที่ 1 หรือเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ขาดการดูแลรักษาอย่างถูกต้อง เมื่อร่างกายขาดอินซูลิน จะไม่สามารถนำน้ำตาลในเลือดไปใช้เป็นพลังงานได้ ร่างกายจึงต้องหันไปสลายไขมันมาใช้แทน กระบวนการนี้จะทำให้เกิดสารพลอยได้ที่มีฤทธิ์เป็นกรดรุนแรงที่เรียกว่า คีโตน สะสมในเลือดจนเกิดภาวะเลือดเป็นกรดจากคีโตน ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์

ไตทำงานหนักเกินไปจนขับกรดออกไม่ทัน

ไตมีหน้าที่สำคัญในการกรองและขับกรดส่วนเกินออกจากร่างกาย รวมถึงดูดซึมสารด่างกลับคืนสู่กระแสเลือด เมื่อเกิดภาวะไตวายเฉียบพลันหรือโรคไตเรื้อรังระยะรุนแรง ไตจะไม่สามารถทำหน้าที่เหล่านี้ได้ ทำให้กรดเริ่มสะสมในกระแสเลือดมากขึ้นเรื่อยๆ

ภาวะช็อกและการขาดออกซิเจนในเนื้อเยื่อ

เมื่อร่างกายเกิดภาวะช็อกจากการติดเชื้อในกระแสเลือด การสูญเสียเลือดอย่างรุนแรง หรือภาวะหัวใจล้มเหลว เนื้อเยื่อต่างๆ จะขาดออกซิเจน ส่งผลให้เซลล์ต้องเปลี่ยนไปใช้กระบวนการสร้างพลังงานแบบไม่ใช้ออกซิเจน ซึ่งจะผลิตกรดแลกติกออกมาเป็นจำนวนมากจนท่วมท้นในกระแสเลือด

การสูญเสียด่างจากการท้องเสียอย่างรุนแรง

ในทางเดินอาหารส่วนลำไส้ของเราจะมีสารด่างสะสมอยู่เป็นจำนวนมาก หากเรามีอาการท้องเสียอย่างรุนแรงและต่อเนื่อง ร่างกายจะสูญเสียสารด่างเหล่านี้ออกไปกับอุจจาระ เมื่อด่างในร่างกายลดลง สัดส่วนของกรดในเลือดจึงสูงขึ้นโดยปริยาย

สัญญาณเตือนภัยที่บอกว่าร่างกายของคุณเริ่มรับไม่ไหว

อาการของภาวะกรดในเลือดสูงจากเมแทบอลิซึมอาจจะไม่ได้จำเพาะเจาะจงในช่วงแรก แต่เมื่อกรดสะสมมากขึ้น ร่างกายจะพยายามดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอด โดยจะแสดงอาการออกมาดังต่อไปนี้

  • หายใจเร็วและลึก: เป็นกลไกที่ร่างกายพยายามขับคาร์บอนไดออกไซด์ (ซึ่งมีฤทธิ์เป็นกรด) ออกทางปอดให้ได้มากที่สุดเพื่อลดความเป็นกรดในเลือด ทางการแพทย์เรียกการหายใจแบบนี้ว่า Kussmaul breathing
  • เหนื่อยล้า อ่อนเพลียอย่างรุนแรง: เนื่องจากเอนไซม์และเซลล์ต่างๆ ในร่างกายไม่สามารถทำงานได้ตามปกติในสภาพแวดล้อมที่เป็นกรด
  • คลื่นไส้ อาเจียน และเบื่ออาหาร: เป็นอาการทางระบบทางเดินอาหารที่พบบ่อยมากเมื่อเลือดเริ่มเป็นกรด
  • สับสน มึนงง และซึมลง: กรดที่สูงในเลือดส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบประสาทส่วนกลาง หากรุนแรงอาจทำให้หมดสติหรือหมดสติไปเลยได้
  • หัวใจเต้นผิดจังหวะ: ความสมดุลของเกลือแร่ในร่างกายจะปั่นป่วนตามไปด้วย ซึ่งส่งผลเสียต่อกล้ามเนื้อหัวใจโดยตรง

หมอตรวจวินิจฉัยและดูแลรักษาภาวะนี้อย่างไร?

เมื่อคนไข้มาถึงโรงพยาบาลด้วยอาการที่น่าสงสัย หมอจะทำการเจาะเลือดเพื่อตรวจวัดระดับก๊าซในเลือดแดงเพื่อดูค่า pH และระดับคาร์บอนไดออกไซด์ รวมถึงตรวจดูระดับเกลือแร่ ค่าการทำงานของไต และระดับน้ำตาลในเลือดเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง

สำหรับการรักษา สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่แค่การให้ยาไปลดกรด แต่คือการแก้ไขที่ต้นเหตุของปัญหา

  • หากเกิดจากเบาหวานคุมไม่ได้ หมอจะให้อินซูลินร่วมกับน้ำเกลืออย่างระมัดระวังเพื่อหยุดยั้งการสร้างกรดคีโตน
  • หากเกิดจากภาวะช็อกหรือขาดน้ำ หมอจะเติมสารน้ำและออกซิเจน เพื่อช่วยให้เนื้อเยื่อต่างๆ ได้รับเลือดไปเลี้ยงเพียงพอและลดการสร้างกรดแลกติก
  • หากเกิดจากไตวาย อาจต้องใช้การฟอกไตเพื่อช่วยกรองกรดและของเสียออกจากเลือด
  • ในบางกรณีที่เลือดเป็นกรดรุนแรงจนเป็นอันตรายต่อระบบไหลเวียนโลหิต หมออาจพิจารณาให้สารละลายโซเดียมไบคาร์บอเนต (สารด่าง) ทางหลอดเลือดดำเพื่อประคับประคองอาการชั่วคราว

การดูแลตัวเองเพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายเผชิญกับภาวะวิกฤตนี้

แม้ว่าภาวะนี้จะฟังดูน่ากลัว แต่ในความเป็นจริงแล้วเราสามารถป้องกันและลดความเสี่ยงได้ด้วยการดูแลสุขภาพขั้นพื้นฐานอย่างสม่ำเสมอ

หากคุณเป็นโรคเบาหวาน การหมั่นตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือด ทานยาหรือฉีดอินซูลินตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัดคือสิ่งสำคัญที่สุด ส่วนคนที่เป็นโรคไตเรื้อรัง ควรควบคุมอาหารหลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสเค็มจัดหรือโปรตีนสูงเกินไปตามคำแนะนำของแพทย์ และที่สำคัญคือหลีกเลี่ยงการซื้อยาทานเอง โดยเฉพาะยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด (NSAIDs) ที่อาจทำลายไตเพิ่มเติม

นอกจากนี้ การดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอในแต่ละวันเพื่อช่วยให้ไตทำงานได้ดี และการรีบไปพบแพทย์เมื่อมีอาการท้องเสียรุนแรงหรือติดเชื้อ ก็เป็นวิธีง่ายๆ ที่ช่วยป้องกันไม่ให้ร่างกายของเราต้องตกอยู่ในภาวะวิกฤตจากความเสียสมดุลทางเคมีนี้ได้

สุดท้ายนี้ หมออยากฝากไว้ว่าร่างกายของเราส่งสัญญาณเตือนเสมอเมื่อมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น อย่าละเลยอาการเหนื่อยล้าที่หาสาเหตุไม่ได้ หรือการหายใจที่ผิดปกติ เพราะการสังเกตตัวเองและเข้ามารับการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยรักษาชีวิตของเราไว้ได้อย่างทันท่วงที

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down