ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ช่วงนี้หลายคนอาจจะรู้สึกเพลียๆ เวียนหัว หรือผิวแห้งกร้านกว่าปกติโดยไม่รู้สาเหตุ บางทีเราอาจจะเผลอดื่มน้ำน้อยเกินไปจนร่างกายเริ่มประท้วงแล้วก็ได้ครับ ในฐานะหมอ มักจะเจอคนไข้ที่มาด้วยอาการอ่อนเพลียเรื้อรัง แต่พอมานั่งไล่เรียงดูพฤติกรรมระหว่างวันแล้ว ปัญหาหลักกลับมาจากการดื่มน้ำไม่พอ ซึ่งเรื่องนี้ดูเหมือนจะเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ถ้าปล่อยไว้จนเกิดภาวะขาดน้ำและการประเมินการได้รับสารน้ำไม่ทันท่วงที อาจส่งผลกระทบต่อการทำงานของอวัยวะภายในได้มากกว่าที่คิด

สัญญาณเตือนจากร่างกาย เมื่อเราดื่มน้ำน้อยเกินไป

ร่างกายของเรามีน้ำเป็นส่วนประกอบหลักถึงประมาณหกสิบเปอร์เซ็นต์ เปรียบเสมือนน้ำมันเครื่องที่คอยหล่อลื่นและช่วยให้ทุกระบบทำงานได้อย่างราบรื่น เมื่อไหร่ก็ตามที่เราสูญเสียน้ำมากกว่าที่รับเข้าไป สมดุลในร่างกายจะเริ่มรวน และส่งสัญญาณเตือนออกมาผ่านอาการเหล่านี้

  • กระหายน้ำคอแห้ง: นี่คือสัญญาณพื้นฐานที่สุด แต่บางคนก็ละเลยจนปล่อยให้คอแห้งผาก
  • สีของปัสสาวะเปลี่ยนไป: ถ้าวันไหนปัสสาวะมีสีเหลืองเข้มจัดหรือมีกลิ่นฉุน นั่นแปลว่าไตกำลังพยายามกักเก็บน้ำไว้อย่างเต็มที่แล้ว
  • ปวดหัว มึนงง และไม่มีสมาธิ: สมองเป็นอวัยวะที่ไวต่อปริมาณน้ำมาก แค่ขาดน้ำนิดหน่อยก็ทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองลดลง จนเกิดอาการมึนหัวได้
  • ผิวแห้งและริมฝีปากแตก: ความยืดหยุ่นของผิวลดลง ลองสังเกตว่าช่วงนี้ผิวดูแห้งกร้านกว่าปกติหรือเปล่า

วิธีเช็กง่ายๆ ด้วยตัวเองว่าเรากำลังขาดน้ำอยู่หรือเปล่า

การประเมินว่าร่างกายได้รับน้ำเพียงพอหรือไม่ ไม่จำเป็นต้องไปเจาะเลือดตรวจเสมอไปครับ เราสามารถสังเกตความผิดปกติเบื้องต้นได้จากรอบตัวเรานี่เอง

วิธีสังเกตความยืดหยุ่นของผิวหนัง

ลองใช้ นิ้วชี้และนิ้วโป้งหยิกผิวหนังบริเวณหลังมือหรือท้องแขนเบาๆ แล้วปล่อยขึ้นมาทันที หากผิวหนังคืนตัวกลับสู่สภาพเดิมอย่างรวดเร็ว แสดงว่าระดับน้ำในร่างกายยังปกติ แต่ถ้าผิวค้างอยู่สักพักกว่าจะราบลงไป นั่นคือสัญญาณเตือนว่าร่างกายเริ่มมีภาวะขาดน้ำแล้ว

การเช็กความถี่และปริมาณของปัสสาวะ

ในหนึ่งวันเราควรเข้าห้องน้ำเพื่อปัสสาวะประมาณสี่ถึงหกครั้ง และสีควรจะเป็นสีเหลืองอ่อนใสเหมือนฟางข้าว หากใครตื่นมาแล้วปัสสาวะครั้งแรกของวันเป็นสีชาเข้ม หรือทั้งวันเข้าห้องน้ำแค่ครั้งเดียว แบบนี้ต้องเริ่มหยิบแก้วน้ำขึ้นมาจิบระหว่างวันให้มากขึ้นแล้วครับ

ดื่มน้ำอย่างไรให้พอดี และควรปฏิบัติตัวอย่างไรเมื่อร่างกายเริ่มขาดน้ำ

ความเชื่อที่ว่าต้องดื่มน้ำวันละแปดแก้วเป๊ะๆ อาจจะไม่ใช่สูตรที่ถูกต้องสำหรับทุกคนครับ ปริมาณน้ำที่เหมาะสมควรประเมินจากน้ำหนักตัวและกิจกรรมที่ทำในแต่ละวัน โดยทั่วไปแนะนำให้ดื่มน้ำเปล่าสะอาดกระจายให้ทั่วทั้งวัน ไม่ควรรวดเดียวหมดขวดเพราะร่างกายจะดูดซึมไม่ทันและขับออกทางปัสสาวะหมด

หากวันไหนเสียเหงื่อมากจากการออกกำลังกายหรือทำงานกลางแจ้ง การดื่มแค่น้ำเปล่าอย่างเดียวอาจไม่พอ การจิบเครื่องดื่มเกลือแร่ที่มีสัดส่วนของเกลือและน้ำตาลที่เหมาะสม จะช่วยทดแทนสิ่งที่สูญเสียไปได้ดีกว่า แต่สำหรับใครที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคไต หรือโรคหัวใจ การประเมินปริมาณสารน้ำที่ควรได้รับต่อวันควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์อย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายได้รับน้ำเกินจนเกิดภาวะบวมน้ำตามมา

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down