ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลองจินตนาการถึงวันที่ต้องวิ่งเข้าห้องน้ำวันละหลายรอบ มีอาการปวดเกร็งท้องเป็นๆ หายๆ ติดต่อกันนานหลายเดือน พอกินยาแก้ท้องเสียธรรมดาก็เหมือนจะดีขึ้นแค่ชั่วคราว แล้วก็กลับมารบกวนชีวิตประจำวันอีกรอบ อาการเหล่านี้ไม่ใช่แค่เรื่องของอาหารเป็นพิษทั่วไป แต่อาจเป็นสัญญาณเตือนของ ภาวะลำไส้อักเสบเรื้อรังที่มีสาเหตุไม่แน่ชัด ที่ระบบทางเดินอาหารกำลังส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือ

ทำความรู้จักภาวะลำไส้อักเสบเรื้อรังที่มีสาเหตุไม่แน่ชัด เมื่อลำไส้ประท้วงโดยไม่ทราบสาเหตุ

ภาวะลำไส้อักเสบเรื้อรังที่มีสาเหตุไม่แน่ชัด หรือที่ในทางการแพทย์มักเรียกรวมๆ ว่ากลุ่มโรค IBD (Inflammatory Bowel Disease) คือภาวะที่ผนังบุภายในระบบทางเดินอาหารเกิดการอักเสบอย่างต่อเนื่องและยาวนาน ต่างจากการติดเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัสทั่วไปที่มักจะหายได้เองในไม่กี่วัน ความน่าสนใจคือการอักเสบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะกินอาหารไม่สะอาด แต่เกิดจากความผิดปกติภายในร่างกายเองที่หาคำตอบเด็ดขาดได้ยาก

เปรียบเสมือนมีไฟไหม้ซ่อนอยู่ในลำไส้ตลอดเวลา แม้บางช่วงไฟจะเบาลงจนแทบไม่มีอาการ แต่เมื่อมีปัจจัยมากระตุ้น ไฟนั้นก็พร้อมจะลุกลามขึ้นมาใหม่ ทำให้ผู้ป่วยต้องเผชิญกับช่วงเวลาที่โรคสงบสลับกับช่วงที่โรคกำเริบอยู่เรื่อยๆ

2 โรคหลักที่มักซ่อนอยู่: ความเหมือนที่แตกต่างระหว่างโครห์นและลำไส้ใหญ่เป็นแผล

เมื่อพูดถึงภาวะลำไส้อักเสบเรื้อรังกลุ่มนี้ หมอมักจะแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลักตามลักษณะและตำแหน่งของการอักเสบ:

  • โรคอุจจาระร่วงเรื้อรังจากลำไส้ใหญ่เป็นแผล (Ulcerative Colitis): การอักเสบชนิดนี้จะเกิดขึ้นเฉพาะที่เยื่อบุผิวชั้นในสุดของลำไส้ใหญ่และทวารหนัก โดยมีลักษณะเป็นแผลตื้นๆ ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องกันเป็นผืนเดียว
  • โรคโครห์น (Crohn's Disease): มีความซับซ้อนกว่า เพราะสามารถเกิดการอักเสบได้ตั้งแต่ช่องปากไปจนถึงทวารหนัก และมักจะอักเสบลึกลงไปถึงชั้นกล้ามเนื้อของผนังลำไส้ ลักษณะการเกิดมักเป็นจุดๆ กระจายตัว ไม่ติดกันเป็นแผ่น

สัญญาณเตือนจากร่างกาย ปวดท้อง ถ่ายบ่อยแบบไหนที่ไม่ควรมองข้าม

อาการของภาวะนี้อาจค่อยๆ ปรากฏขึ้นทีละน้อยจนหลายคนมองข้าม แต่หากมีอาการเหล่านี้ติดต่อกันเกิน 2-4 สัปดาห์ ควรรีบมาปรึกษาหมอเพื่อตรวจเช็กอย่างละเอียด:

  • ท้องเสียเรื้อรัง: ถ่ายเหลวหรือถ่ายเป็นน้ำวันละหลายครั้ง และบ่อยครั้งมักมีมูกหรือเลือดปนออกมาด้วย
  • ปวดบิดเกร็งที่ท้อง: มักปวดบริเวณท้องน้อยด้านขวาหรือซ้าย ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ลำไส้อักเสบ
  • น้ำหนักลดลงโดยไม่ตั้งใจ: ร่างกายซูบผอมลงอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากลำไส้ไม่สามารถดูดซึมสารอาหารได้ตามปกติ
  • อ่อนเพลียและมีไข้ต่ำๆ: รู้สึกเหนื่อยล้าตลอดเวลา ซึ่งเกิดจากการอักเสบเรื้อรังหรือภาวะโลหิตจางจากการเสียเลือดในอุจจาระ
  • รู้สึกถ่ายไม่สุด: มีความรู้สึกอยากถ่ายอยู่ตลอดเวลา แม้จะพึ่งเข้าห้องน้ำเสร็จก็ตาม

ทำไมถึงเกิดขึ้น? เมื่อระบบภูมิคุ้มกันทำงานสับสนและโจมตีตัวเอง

จนถึงปัจจุบัน ทางการแพทย์ยังไม่สามารถระบุสาเหตุที่แน่ชัดได้ว่าอะไรคือชนวนเหตุแรก แต่เรารู้ว่าภาวะนี้เกิดจาก 3 ปัจจัยหลักที่มาเกี่ยวข้องกัน:

1. ระบบภูมิคุ้มกันทำงานผิดพลาด

โดยปกติภูมิคุ้มกันมีหน้าที่ต่อสู้กับเชื้อโรคภายนอก แต่ในผู้ป่วยภาวะนี้ ระบบภูมิคุ้มกันกลับเข้าใจผิดว่าเซลล์ลำไส้หรือแบคทีเรียชนิดดีในลำไส้เป็นสิ่งแปลกปลอม จึงส่งเม็ดเลือดขาวเข้ามาโจมตีจนเกิดการอักเสบเรื้อรัง

2. พันธุกรรมและปัจจัยทางครอบครัว

หากมีคนในครอบครัวสายตรงเคยเป็นโรคในกลุ่มนี้ ตัวเราก็จะมีโอกาสเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไปเล็กน้อย แสดงให้เห็นว่ามียีนบางตัวที่ส่งต่อความสุ่มเสี่ยงนี้ได้

3. สิ่งแวดล้อมและรูปแบบการใช้ชีวิต

การรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง อาหารแปรรูป การสูบบุหรี่ รวมถึงการเปลี่ยนไปของแบคทีเรียในลำไส้ (Gut Microbiome)ล้วนเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการอักเสบขึ้นได้ง่ายขึ้น

ขั้นตอนการตรวจวินิจฉัย หมอมีวิธีส่องหาจุดอักเสบในลำไส้อย่างไร

การวินิจฉัยภาวะนี้ต้องอาศัยข้อมูลหลายด้านประกอบกัน เพื่อตัดโรคอื่นๆ เช่น การติดเชื้อ หรือโรคลำไส้แปรปรวน (IBS) ออกไป:

  • การตรวจเลือดและอุจจาระ: เพื่อดูค่าการอักเสบในร่างกาย ตรวจหาภาวะซีด และเช็กว่ามีสารชีวภาพที่บ่งบอกการอักเสบในลำไส้หรือไม่
  • การส่องกล้องลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy): เป็นวิธีที่ดีที่สุด เพราะหมอจะได้เห็นเนื้อเยื่อลำไส้ด้วยตาเปล่า เห็นลักษณะแผล ความรุนแรง และสามารถตัดชิ้นเนื้อขนาดเล็กไปส่งตรวจทางพยาธิวิทยาเพื่อยืนยันผลได้
  • การเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ หรือ MRI: ช่วยให้เห็นภาพรวมของลำไส้เล็กและผนังลำไส้ส่วนที่กล้องส่องเข้าไปไม่ถึง

วิธีดูแลและปรับชีวิตประจำวัน เพื่อให้ลำไส้กลับมาสงบอีกครั้ง

แม้ว่าภาวะนี้จะเป็นโรคเรื้อรังที่ยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด 100% แต่เป้าหมายหลักของการรักษาคือการควบคุมการอักเสบ ให้โรคสงบลง และป้องกันไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อน

การรักษาด้วยยา

หมอจะเลือกใช้ยาตามความรุนแรงของโรค เริ่มตั้งแต่ยาลดการอักเสบเฉพาะที่ ยากดภูมิคุ้มกัน ไปจนถึงยาสารชีวภาพ (Biologics) ที่เข้าไปปรับการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันอย่างแม่นยำ สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องรับประทานยาอย่างต่อเนื่องตามแพทย์สั่ง ห้ามหยุดยาเองแม้จะรู้สึกว่าอาการดีขึ้นแล้ว

การปรับเรื่องอาหารการกิน

ไม่มีสูตรอาหารที่สมบูรณ์แบบสำหรับทุกคน แต่ละคนจะมีอาหารที่เป็นตัวกระตุ้นต่างกัน หมอแนะนำให้จดบันทึกไดอารี่การกิน เพื่อสังเกตว่ากินอะไรแล้วมีอาการ ปรุงอาหารให้สุกสะอาด หลีกเลี่ยงของทอด ของมัน อาหารรสจัด และเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือกาเฟอีนในช่วงที่โรคกำเริบ

จัดการความเครียดและพักผ่อน

สมองและลำไส้มีความเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด ความเครียดสะสมสามารถกระตุ้นให้ลำไส้บีบตัวผิดปกติและภูมิคุ้มกันปรวนแปรได้ การออกกำลังกายเบาๆ ฝึกการหายใจ หรือทำสมาธิจะช่วยบรรเทาอาการได้มาก

อาการแบบไหนที่บอกว่าภาวะลำไส้อักเสบเริ่มรุนแรง และต้องมาโรงพยาบาลทันที

หากได้รับการวินิจฉัยแล้ว หรือกำลังสงสัยว่าตนเองเป็นภาวะนี้ ควรสังเกตสัญญาณเตือนอันตรายต่อไปนี้ หากเกิดขึ้นต้องรีบมาพบแพทย์โดยไม่ต้องรอตามนัด:

  • มีไข้สูงลอย ร่วมกับอาการปวดท้องอย่างรุนแรง
  • ถ่ายเป็นเลือดสดออกมาในปริมาณมาก หรือถ่ายเป็นสีดำสนิท
  • มีอาการอาเจียนไม่หยุด ไม่สามารถทานอาหารหรือดื่มน้ำได้
  • หน้ามืด เวียนศีรษะ คล้ายจะเป็นลม ซึ่งแสดงถึงการเสียเลือดหรือขาดน้ำอย่างรุนแรง

ภาวะลำไส้อักเสบเรื้อรังที่มีสาเหตุไม่แน่ชัด อาจฟังดูน่ากังวลในตอนแรก แต่ด้วยเทคโนโลยีการแพทย์ในปัจจุบัน ร่วมกับการดูแลตัวเองอย่างถูกวิธี ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวัน ทำงาน ท่องเที่ยว และรับประทานอาหารร่วมกับครอบครัวได้อย่างมีความสุข หากคุณมีอาการเข้าข่าย อย่าลังเลที่จะเข้ามาพูดคุยและปรึกษาหมอ เพื่อหาทางออกร่วมกันตั้งแต่เนิ่นๆ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down