ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

หลายคนเคยผ่านประสบการณ์ปวดท้อง ถ่ายบ่อย จนรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันอยู่นานหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน ตอนแรกอาจคิดว่าเป็นแค่โรคกระเพาะ ลำไส้แปรปรวน หรืออาหารเป็นพิษธรรมดา แต่พอทานยาฆ่าเชื้อหรือยากดกรด อาการก็ยังไม่หายขาด บางช่วงเหมือนจะดีขึ้น แต่สักพักก็กลับมาปวดบีบ ถ่ายเหลว หรือมีมูกเลือดปนออกมาอีก หากกำลังเจอ ปัญหานี้อยู่อย่างต่อเนื่อง อาจกำลังเผชิญกับ ภาวะลำไส้อักเสบเรื้อรังที่มีสาเหตุไม่แน่ชัด (Inflammatory Bowel Disease หรือ IBD)

ทำความเข้าใจภาวะลำไส้อักเสบเรื้อรังที่ไม่รู้สาเหตุ: เมื่อภูมิคุ้มกันเกิดสับสน

ฟังชื่อแล้วอาจดูซับซ้อน แต่ถ้าอธิบายให้เข้าใจง่าย ภาวะลำไส้อักเสบเรื้อรังที่มีสาเหตุไม่แน่ชัด ไม่ใช่โรคติดเชื้อจากอาหารไม่สะอาด และไม่ใช่โรคติดต่อ แต่เป็นภาวะที่ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานผิดปกติ แทนที่จะทำหน้าที่คุ้มกันร่างกายจากเชื้อโรค กลับหันมาโจมตีเซลล์บุผนังลำไส้ของตัวเองจนเกิดการอักเสบ เป็นแผล และเรื้อรังยาวนาน

แม้ทางการแพทย์จะยังไม่สามารถระบุสาเหตุเดี่ยวๆ ได้อย่างแน่ชัด แต่พบว่าเกิดจากปัจจัยร่วมกัน ทั้งพันธุกรรมที่แฝงอยู่ ระบบภูมิคุ้มกันที่ตอบสนองไวเกินไป สภาพแวดล้อม ความเครียด รวมถึงความสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ที่เสียไป

สองโรคหลักในกลุ่มลำไส้อักเสบเรื้อรังที่พบได้บ่อย

เมื่อพูดถึงภาวะนี้ แพทย์มักจะแบ่งออกเป็น 2 โรคหลัก ซึ่งมีลักษณะการเกิดแผลและตำแหน่งที่ต่างกันชัดเจน:

  • โรคอุจจาระร่วงเรื้อรังจากลำไส้อักเสบโครห์น (Crohn's Disease): โรคนี้สามารถเกิดการอักเสบได้ตลอดทางเดินอาหาร ตั้งแต่ริมฝีปาก กระเพาะอาหาร ลำไส้เล็ก ไปจนถึงทวารหนัก โดยมักจะเกิดการอักเสบลึกถึงชั้นผนังลำไส้ และมักเป็นเว้นช่วง ไม่ได้เป็นตลอดทั้งเส้น
  • โรคลำไส้อักเสบเรื้อรังชนิดเป็นแผล (Ulcerative Colitis): โรคนี้จะเกิดการอักเสบเฉพาะที่ลำไส้ใหญ่เท่านั้น โดยเริ่มจากบริเวณทวารหนักแล้วกระจายขึ้นไปตามลำไส้ใหญ่ การอักเสบจะเกิดที่เยื่อบุผิวชั้นในสุด ทำให้เกิดแผลเปื่อยและมีมูกเลือดออกได้ง่าย

สัญญาณเตือนแบบไหน ที่บอกว่าอาจไม่ใช่แค่ท้องเสียทั่วไป?

อาการของภาวะลำไส้อักเสบเรื้อรังมักเป็นๆ หายๆ บางช่วงอาการสงบ เหมือนคนปกติ แต่บางช่วงก็กำเริบหนักขึ้นมา อาการสำคัญที่ควรสังเกต ได้แก่:

  • ถ่ายอุจจาระเหลวเรื้อรัง: เป็นนานเกิน 4 สัปดาห์ขึ้นไป และบางครั้งมีมูกหรือเลือดสดปนออกมาด้วย
  • ปวดเกร็งท้องบ่อยๆ: มักปวดบริเวณท้องน้อยหรือรอบสะดือ ร่วมกับรู้สึกปวดอยากถ่ายตลอดเวลา
  • น้ำหนักลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ: เนื่องจากลำไส้อักเสบจนไม่สามารถดูดซึมสารอาหารได้ตามปกติ
  • มีไข้ต่ำๆ และอ่อนเพลีย: เกิดจากร่างกายมีกระบวนการอักเสบเกิดขึ้นตลอดเวลา
  • อาการนอกระบบทางเดินอาหาร: บางรายอาจมีอาการปวดข้อ ผิวหนังอักเสบ หรือตาอักเสบร่วมด้วย

คุณหมอตรวจหาภาวะนี้อย่างไร เมื่อผลตรวจอุจจาระปกติ?

เนื่องจากอาการคล้ายกับโรคทางเดินอาหารอื่นๆ การวินิจฉัยจึงต้องใช้การตรวจอย่างละเอียดหลายด้านประกอบกัน เพื่อตัดสาเหตุเรื่องการติดเชื้อออกไปก่อน

1. การส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy)

ถือเป็นวิธีมาตรฐานที่สำคัญที่สุด คุณหมอจะใช้กล้องขนาดเล็กส่องเข้าไปดูผนังลำไส้โดยตรง เพื่อดูว่ามีแผล การบวมแดง หรือลักษณะการอักเสบเป็นอย่างไร

2. การตัดเก็บเนื้อเยื่อตรวจ (Tissue Biopsy)

ขณะส่องกล้อง คุณหมอจะสะกิดชิ้นเนื้อขนาดเล็กมากๆ ส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ เพื่อยืนยันลักษณะเซลล์อักเสบที่เป็นเอกลักษณ์ของภาวะนี้

3. การตรวจเลือดและอุจจาระพิเศษ

ตรวจหาค่าการอักเสบในร่างกาย (เช่น CRP หรือ ESR) และตรวจหาค่าสารอักเสบในอุจจาระ (Calprotectin) เพื่อประเมินความรุนแรงของโรค

วิธีรักษาและปรับการกิน เพื่ออยู่อย่างเป็นสุขกับโรคนี้

แม้ภาวะลำไส้อักเสบเรื้อรังที่มีสาเหตุไม่แน่ชัดจะยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด 100% แต่การรักษาในปัจจุบันพัฒนาไปไกลมาก เป้าหมายหลักคือการควบคุมการอักเสบให้โรคสงบ และป้องกันไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อน

การใช้ยาตามคำสั่งแพทย์

แพทย์จะพิจารณาใช้ยาลดการอักเสบกลุ่มเฉพาะ ยาปรับภูมิคุ้มกัน หรือยารักษาทางชีวภาพ (Biologics) ตามระดับความรุนแรง สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องรับประทานยาอย่างต่อเนื่อง ห้ามหยุดยาเองแม้ช่วงที่ไม่มีอาการ

ปรับโภชนาการให้เหมาะกับลำไส้

  • ช่วงโรคกำเริบ: เน้นทานอาหารย่อยง่าย รสอ่อน โปรตีนสูง เลี่ยงอาหารที่มีไฟเบอร์สูงมากๆ อาการมันจัด เผ็ดจัด และผลิตภัณฑ์จากนม
  • ช่วงโรคสงบ: ค่อยๆ เพิ่มไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำได้ เช่น กล้วยสุก ข้าวโอ๊ต และสังเกตว่าอาหารชนิดไหนกระตุ้นให้ปวดท้อง เพื่อหลีกเลี่ยงในอนาคต

ดูแลสภาวะจิตใจและพักผ่อน

ความเครียดและพักผ่อนไม่เพียงพอเป็นตัวกระตุ้นชั้นดีที่ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันรวนและโรคกำเริบได้ง่าย การฝึกผ่อนคลาย ออกกำลังกายเบาๆ และนอนหลับให้พอ จะช่วยให้อาการสงบได้ยาวนานขึ้น

หากมีอาการปวดท้อง ท้องเสียเรื้อรัง หรือถ่ายเป็นเลือด อย่าปล่อยไว้หรือซื้อยากินเองเรื้อรัง ควรเข้าพบแพทย์เฉพาะทางโรคระบบทางเดินอาหารเพื่อตรวจวินิจฉัยอย่างถูกต้อง การได้รับการรักษาตั้งแต่ระยะแรกจะช่วยคุ้มครองลำไส้ และคืนคุณภาพชีวิตที่ดีให้กลับมาอีกครั้ง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down