เรื่องน่ารู้ของระบบระบายน้ำตา ทำไมตาถึงแฉะตลอดเวลา?
เวลาที่เรากะพริบตา ต่อมน้ำตาจะทำหน้าที่ผลิตน้ำตาออกมาเคลือบกระจกตาให้ชุ่มชื้นอยู่เสมอ จากนั้นน้ำตาส่วนเกินจะไหลมารวมกันที่หัวตา ผ่านรูเล็กๆ ที่เรียกว่าจุดรับน้ำตา ก่อนจะเดินทางเข้าสู่ท่อน้ำตาและลงไปสู่โพรงจมูก แต่ถ้าเกิดสะดุดติดขัดขึ้นมาตรงจุดใดจุดหนึ่ง น้ำตาก็จะล้นทะลักไหลอาบแก้มเหมือนคนร้องไห้ตลอดเวลา ทั้งที่ไม่ได้มีเรื่องเสียใจอะไร ซึ่งอาการน้ำตาเอ่อเรื้อรังแบบนี้มักมีต้นตอมาจากความผิดปกติ ในท่อน้ำตา ที่เรามักมองข้ามและคิดว่าเป็นแค่เรื่องตาแห้งหรือภูมิแพ้
อาการเตือนแบบไหนที่บอกว่าท่อน้ำตาเริ่มมีปัญหา?
หลายคนมักเข้าใจผิดว่าอาการน้ำตาไหลพรากเวลาเจอแดดหรือลมแรงเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้ามีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ให้สงสัยไว้ก่อนเลยว่าระบบระบายน้ำตาอาจกำลังมีปัญหา:
- น้ำตาเอ่อล้นตลอดเวลา: ไม่ว่าจะอยู่ในห้องแอร์ เดินตากลม หรือนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ ก็มีน้ำตาคลอเบ้าอยู่ตลอดเวลาจนต้องหยิบกระดาษทิชชูมาซับอยู่เรื่อยๆ
- มีขี้ตาแฉะตอนเช้า: ตื่นนอนมาแล้วรู้สึกว่าเปลือกตาติดกัน มีขี้ตาเหนียวข้นหรือมีหนองซึมบริเวณหัวตา เกิดจากการที่น้ำตาค้างเติ่งแล้วกลายเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรีย
- หัวตาบวมแดงและเจ็บ: บางครั้งการอุดตันทำให้เกิดการติดเชื้อลุกลาม จนคลำเจอไตแข็งๆ หรือมีอาการบวมแดงที่บริเวณหัวตาอย่างเห็นได้ชัด
- การมองเห็นพร่ามัวชั่วคราว: เนื่องจากมีฟิล์มน้ำตาหนาเกินไปมาบังกระจกตา ทำให้ภาพที่มองเห็นดูเบลอๆ ต้องกะพริบตาถี่ๆ ถึงจะชัดขึ้น
ทำไมอยู่ดีๆ ถึงเกิดอาการตัน ในท่อน้ำตา ขึ้นมาได้?
สาเหตุของการอุดตันนั้นมีหลากหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับช่วงอายุและประวัติสุขภาพของแต่ละคน โดยแบ่งออกเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ได้ดังนี้:
- ภาวะท่อน้ำตาตีบตันแต่กำเนิด: มักพบในทารกแรกเกิด เนื่องจากเยื่อบุบางๆ ตรงส่วนปลายของท่อน้ำตายังเปิดไม่เต็มที่ ทำให้เด็กมักมีอาการตาแฉะและมีขี้ตาข้างเดียวตั้งแต่อายุไม่กี่สัปดาห์
- ความเสื่อมตามวัย: เมื่ออายุมากขึ้น ท่อทางเดินน้ำตาและรูเปิดอาจมีขนาดเล็กและตีบแคบลงตามธรรมชาติ ทำให้การระบายน้ำตาทำได้ไม่ดีเหมือนเก่า
- การอักเสบและการติดเชื้อเรื้อรัง: โรคภูมิแพ้ขึ้นตา เยื่อบุตาอักเสบเรื้อรัง หรือการอักเสบในโพรงจมูก สามารถทำให้เนื้อเยื่อรอบท่อน้ำตาบวมจนเกิดการอุดตันตามมา
- อุบัติเหตุและการบาดเจ็บ: เคยประสบอุบัติเหตุบริเวณใบหน้า จมูกหัก หรือกระดูกเบ้าตาแตก ซึ่งอาจทำให้โครงสร้างท่อน้ำตาบิดเบี้ยวหรือฉีกขาด
วิธีดูแลรักษาและการแก้ปัญหาท่อน้ำตาอุดตันจากหมอตา
เมื่อมาพบจักษุแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ หมอจะมีวิธีวินิจฉัยตั้งแต่การหยอดสีเพื่อดูการระบายน้ำตา ไปจนถึงการฉีดน้ำเกลือล้างท่อน้ำตาเพื่อดูว่ามีการอุดตันในระดับไหน ซึ่งแนวทางการรักษาก็จะแตกต่างกันไปตามความรุนแรง:
- การนวดหัวตา: เป็นวิธีรักษาอันดับแรกสำหรับเด็กทารกที่มีภาวะท่อน้ำตาตันแต่กำเนิด โดยการใช้นิ้วสะอาดกดและนวดเบาๆ บริเวณหัวตาเพื่อดันให้เยื่อกั้นบางๆ เปิดออก
- การใช้ยาหยอดตา: หากมีการติดเชื้ออักเสบร่วมด้วย หมอจะให้ยาปฏิชีวนะหรือยาลดการอักเสบหยอดเพื่อควบคุมอาการบวมและหนอง
- การแยงและล้างท่อน้ำตา: ในกรณีที่ตีบตันไม่มาก หมออาจใช้เครื่องมือขนาดเล็กแยงผ่านท่อน้ำตาเพื่อขยายทางเดินให้โล่งขึ้น
- การผ่าตัดสร้างทางระบายน้ำตาใหม่: หากมีการอุดตันเรื้อรังที่ไม่ตอบสนองต่อวิธีอื่น จักษุแพทย์อาจพิจารณาผ่าตัดเชื่อมต่อทางเดินน้ำตาใหม่ เพื่อให้น้ำตาสามารถระบายลงสู่โพรงจมูกได้ตามปกติ
ดูแลดวงตาคู่น้อยอย่างไรให้ห่างไกลจากปัญหาท่อน้ำตา
แม้บางสาเหตุจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่น ความเสื่อมตามวัยหรือความผิดปกติตั้งแต่เกิด แต่เราก็สามารถดูแลสุขภาพดวงตาเบื้องต้นได้ด้วยการรักษาความสะอาด หลีกเลี่ยงการขยี้ตาแรงๆ เพื่อป้องกันการอักเสบติดเชื้อ หากมีอาการตาแฉะเรื้อรังหรือมีขี้ตาผิดปกติ แนะนำให้มาพบจักษุแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด ดีกว่าปล่อยทิ้งไว้จนเกิดการอักเสบรุนแรงครับ