ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

หมอมักจะได้ยินคุณพ่อคุณแม่เดินเข้ามาปรึกษาในคลินิกด้วยความกังวลใจ 'หมอครับ ช่วงนี้ลูกดูเปลี่ยนไป ชอบเก็บตัว อยู่แต่ในห้อง ถามคำตอบคำ แถมบางครั้งก็อารมณ์ร้อนใส่ พฤติกรรมแบบนี้เป็นแค่ช่วงวัยรุ่นต่อต้าน หรือลูกกำลังป่วยกันแน่' คำถามนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญมาก เพราะหลายครั้งที่ความเปลี่ยนแปลงของเด็กถูกมองว่าเป็นเพียงอารมณ์แปรปรวนตามวัย จนทำให้โรคซึมเศร้าในเด็กและวัยรุ่นถูกมองข้ามไปอย่างน่าเสียดาย

การทำความเข้าใจเรื่องโรคซึมเศร้าในวัยนี้ ไม่ใช่เรื่องของการจับผิด แต่คือการสังเกตด้วยความรักและเข้าใจ เพื่อยื่นมือเข้าช่วยก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป

วัยรุ่นหงุดหงิดง่าย หรือกำลังป่วยเป็นโรคซึมเศร้า? แยกให้ออกก่อนสาย

สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ต้องรู้ก่อนคือ อาการของโรคซึมเศร้าในเด็กและวัยรุ่นไม่ได้แสดงออกเหมือนผู้ใหญ่เสมอไป ผู้ใหญ่อาจจะดูเศร้า ซึม ร้องไห้ หรือนั่งนิ่งๆ แต่ในเด็กและวัยรุ่น สารเคมีในสมองที่เปลี่ยนแปลงร่วมกับพัฒนาการทางอารมณ์ที่ยังไม่เต็มที่ มักแสดงออกในรูปของ ความหงุดหงิด ก้าวร้าว และอารมณ์ฉุนเฉียว

หากเป็นอารมณ์แปรปรวนตามวัย เด็กจะยังมีช่วงเวลาที่สนุกสนานกับเพื่อน ยังทำกิจกรรมที่ชอบได้ และอารมณ์เสียเป็นพักๆ ตามปัจจัยกระตุ้น แต่ถ้าเป็นโรคซึมเศร้า พฤติกรรมเหล่านั้นจะเกิดขึ้นต่อเนื่องยาวนานเกิน 2 สัปดาห์ขึ้นไป และเริ่มส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน เช่น ผลการเรียนตกต่ำอย่างเห็นได้ชัด หรือไม่อยากไปโรงเรียน

อาการโรคซึมเศร้าในเด็กและวัยรุ่น ต่างจากผู้ใหญ่ตรงไหน?

การสังเกตความผิดปกติในเด็ก ต้องมองให้ลึกกว่าแค่เรื่องอารมณ์เศร้า โดยหมอขอสรุปสัญญาณเตือนที่พบได้บ่อยออกเป็นด้านต่างๆ ดังนี้

พฤติกรรมและอารมณ์ที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน

  • หงุดหงิดง่ายและอารมณ์ร้อน: ระเบิดอารมณ์กับเรื่องเล็กน้อย ร้องไห้ง่าย หรือมีพฤติกรรมต่อต้านอย่างก้าวร้าว
  • สูญเสียความสนใจในสิ่งที่เคยชอบ: เคยชอบเล่นเกม เล่นดนตรี หรือเล่นกีฬา แต่จู่ๆ ก็เลิกทำไปเฉยๆ และดูไม่มีความสุขกับอะไรเลย
  • แยกตัวออกจากสังคม: เก็บตัวอยู่ในห้องคนเดียว ไม่คุยกับคนในบ้าน และเริ่มถอยห่างจากกลุ่มเพื่อนสนิท
  • พูดถึงความรู้สึกไร้ค่า: มักบ่นว่าตัวเองไม่ดี พอแล้ว ทำอะไรก็ผิด หรือรู้สึกเป็นภาระของคนอื่น

การเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและรูปแบบชีวิต

  • การนอนผิดปกติ: นอนไม่หลับ ตื่นกลางดึก หรือตรงกันข้ามคือขี้นอนซมทั้งวัน ไม่อยากตื่น
  • การกินเปลี่ยนไป: เบื่ออาหารจนน้ำหนักลดลงรวดเร็ว หรือกินมากเกินไปเพื่อชดเชยความรู้สึกแย่ๆ
  • บ่นปวดหัว ปวดท้อง โดยหาสาเหตุไม่เจอ: เด็กหลายคนไม่รู้วิธีอธิบายอารมณ์เศร้าเป็นคำพูด แต่ร่างกายจะแสดงออกผ่านอาการปวดต่างๆ แทน

ทำไมเด็กยุคนี้ถึงเป็นโรคซึมเศร้ากันมากขึ้น?

หมอมักถูกถามเสมอว่า เด็กๆ มีหน้าที่แค่เรียนหนังสือ ทำไมถึงเครียดจนเป็นโรคซึมเศร้าได้ ความจริงแล้ว โรคซึมเศร้าในเด็กและวัยรุ่นไม่ได้เกิดจากสาเหตุใดสาเหตุหนึ่ง แต่เกิดจากหลายปัจจัยผสมผสานกัน

  • ปัจจัยทางชีวภาพและสารเคมีในสมอง: การทำงานที่ผิดปกติของสารสื่อประสาท เช่น เซโรโทนิน รวมถึงพันธุกรรม หากมีคนในครอบครัวมีประวัติโรคอารมณ์สองขั้วหรือซึมเศร้า เด็กจะมีความเสี่ยงสูงขึ้น
  • ความกดดันทางสังคมและโซเชียลมีเดีย: การเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นในโลกออนไลน์ การถูกกลั่นแกล้งบนโลกไซเบอร์ (Cyberbullying) รวมไปถึงแรงกดดันทางการเรียนและการแข่งขันที่สูงขึ้น
  • ปัญหาความสัมพันธ์ในครอบครัว: ความขัดแย้งของพ่อแม่ ความคาดหวังที่สูงเกินไป หรือการขาดพื้นที่ปลอดภัยในการพูดคุยระบายความรู้สึก

พ่อแม่ควรทำอย่างไรเมื่อสงสัยว่าลูกกำลังรับมือกับโรคซึมเศร้า

เมื่อสงสัยว่าลูกอาจกำลังป่วย สิ่งสำคัญที่สุดคือการปรับเปลี่ยนวิธีการสื่อสารภายในบ้าน บ้านต้องกลับมาเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับเด็กก่อนเป็นอันดับแรก

คำพูดและพฤติกรรมที่ควรใช้

  • รับฟังโดยไม่ตัดสิน: เปิดโอกาสให้ลูกพูดความรู้สึกออกมา โดยไม่ต้องรีบสอน สั่ง หรือบอกว่าสิ่งที่ลูกคิดมันผิด
  • แสดงความเข้าใจและโอบรับ: ใช้คำพูดเช่น 'หม่าม้า/ป๊า เห็นว่าช่วงนี้หนูดูเหนื่อยๆ มีอะไรอยากเล่าให้ฟังไหม' หรือ 'ขอบคุณที่เล่าให้ฟังนะ เราจะผ่านมันไปด้วยกัน'
  • สังเกตสัญญาณเตือนอย่างใกล้ชิด: โดนไม่ทำให้เด็กรู้สึกเหมือนโดนจับผิดหรือคุมประคบคุมงม

คำพูดที่ห้ามพูดเด็ดขาด

  • 'เรื่องแค่นี้เอง คนอื่นเจอหนักกว่านี้ตั้งเยอะ' (เป็นการลดทอนความรู้สึกของเด็ก)
  • 'อย่ามาเรียกร้องสนใจหน่อยเลย' (ทำให้เด็กยิ่งปิดกั้นตัวเอง)
  • 'คิดมากไปเองหรือเปล่า ลองพยายามให้มากกว่านี้สิ' (โรคซึมเศร้าไม่ใช่เรื่องของความพยายาม แต่เป็นเรื่องของความเจ็บป่วย)

วิธีรักษาโรคซึมเศร้าในเด็กและวัยรุ่น หมอใช้วิธีไหนบ้าง?

การรักษาโรคซึมเศร้าในเด็กและวัยรุ่น ไม่ได้หมายถึงการกินยาเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างจิตแพทย์เด็ก พ่อแม่ และตัวเด็กเอง

  • การทำจิตบำบัด (Psychotherapy): โดยเฉพาะการปรับความคิดและพฤติกรรม (CBT) เพื่อช่วยให้เด็กเรียนรู้วิธีจัดการกับความคิดลบ ความเครียด และการแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน
  • ครอบครัวบำบัด (Family Therapy): ปรับรูปแบบการสื่อสารและความเข้าใจภายในครอบครัว เพื่อให้พ่อแม่กลายเป็นระบบซัพพอร์ตที่ดีที่สุดของลูก
  • การรักษาด้วยยา (Medication): ในกรณีที่อาการรุนแรง กระทบชีวิตประจำวันมาก หรือมีแนวโน้มทำร้ายตัวเอง จิตแพทย์อาจพิจารณาใช้ยาปรับสารเคมีในสมองกลุ่มที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก ร่วมกับการทำจิตบำบัด

อาการแบบไหนหลังสังเกตพฤติกรรม ที่ต้องรีบพาไปพบแพทย์ทันที?

หากพบว่าเด็กมีพฤติกรรมเหล่านี้ ควรรีบพาไปพบจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นโดยด่วนที่สุด ไม่ควรรอดูอาการอีกต่อไป

  • มีการพูด ทำนองว่าอยากตาย ไม่อยากอยู่แล้ว หรือ 'ถ้าไม่มีฉันสักคนคงดี'
  • เริ่มมีพฤติกรรมทำร้ายตัวเอง เช่น การใช้ของมีคมกรีดผิวหนัง หรือทำให้ตัวเองเจ็บ
  • มีการรวบรวมของสะสมอันตราย หรือเขียนคำสั่งเสียฝากไว้ให้เพื่อน
  • เงียบซึมอย่างรุนแรง ไม่ยอมกินอาหาร ไม่พูดคุยกับใครเลยตลอดทั้งวัน

โรคซึมเศร้าในเด็กและวัยรุ่นเป็นโรคที่รักษาหายได้ หากได้รับความเข้าใจ การดูแลอย่างถูกต้อง และการรักษาที่ทันท่วงที การพาลูกไปพบจิตแพทย์ไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่คือการแสดงออกถึงความรักและการปกป้องดูแลคนที่เรารักที่สุดให้กลับมาร่าเริงสดใสได้อีกครั้ง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down