เวลาอุ้มลูกน้อยวัยแบเบาะขึ้นมามองตา สิ่งหนึ่งที่พ่อแม่ทุกคนหลงรักคือประกายตากลมโตใสแป๋ว แต่บางครั้งคุณแม่อาจจะสังเกตเห็นแวบหนึ่งว่า ลูกน้อยแอบตาเหล่เข้าในนิดๆ หรือตาดำดูไม่ค่อยตรงกันในช่วงเดือนแรกๆ จนเกิดความกังวลใจว่าลูกจะเป็นตาเขหรือเปล่า
ในฐานะหมอเด็กและจักษุแพทย์ที่เจอคุณพ่อคุณแม่พามาปรึกษาเรื่องนี้บ่อยมาก ขอบอกตรงนี้เลยว่า ในช่วงแรกเกิดกล้ามเนื้อตาของเด็กยังทำงานไม่ประสานกันดีนัก ลูกอาจมีอาการตาเขเข้าในเป็นพักๆ ได้ ซึ่งถือว่าปกติ แต่ถ้าเลยวัย 4 ถึง 6 เดือนไปแล้ว ลูกยังมองไม่ค่อยสตรง หรือมีอาการตาเขชัดเจน แบบนี้ไม่ใช่เรื่องปกติที่ปล่อยผ่านได้แล้วครับ
ลูกมองไม่เห็นตั้งแต่แบเบาะรู้ได้อย่างไร ในเมื่อเด็กยังพูดไม่ได้
คำถามคลาสสิกที่หมอได้ยินประจำคือ เด็กเล็กแค่นี้จะตรวจสายตายังไงในเมื่อยังอ่านชาร์ตตัวอักษรไม่ได้ ความจริงก็คือ เราไม่ได้ใช้ตัวอักษรวัดสายตาครับ แต่เราใช้เครื่องมือทางการแพทย์และวิธีการสังเกตพฤติกรรมเฉพาะทาง
การตรวจคัดกรองสายตาและภาวะตาเขตั้งแต่เนิ่นๆ สำคัญมาก เพราะช่วงวัย 0 ถึง 7 ขวบ เป็นนาทีทองของการพัฒนาการมองเห็น หากปล่อยให้มีภาวะสายตาผิดปกติรุนแรงหรือตาเขโดยไม่รักษา สมองข้างนั้นจะเลิกรับภาพจากตาข้างที่มีปัญหา กลายเป็นโรคตาขี้เกียจที่รักษาไม่หายเมื่อโตขึ้น
สัญญาณเตือนภัยแบบไหนที่ฟ้องว่าลูกอาจกำลังมีปัญหาเรื่องตา
การสังเกตลูกน้อยในชีวิตประจำวันเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่คุณพ่อคุณแม่ทำได้ ลองเช็กดูว่าลูกมีพฤติกรรมเหล่านี้ร่วมด้วยหรือไม่
- ตาดำไม่อยู่ตรงกลาง: สังเกตเห็นตาดำข้างหนึ่งมองตรง แต่อีกข้างเฉออกด้านข้าง บน หรือล่าง ไม่ว่าจะมองตรงหรือมองของเล่น
- ชอบเอียงคอหรือหรี่ตาเวลาดูอะไร: เวลาลูกสนใจดูการ์ตูนหรือมองหน้าคน ถ้าต้องเอียงหัว หรี่ตา หรือปิดตาข้างหนึ่งบ่อยๆ นั่นแปลว่าสายตาอาจจะไม่เท่ากัน
- เดินชนนู่นชนนี่บ่อยเกินไป: เมื่อถึงวัยหัดเดิน ถ้าลูกกะระยะผิดพลาดบ่อย เดินชนขอบโต๊ะหรือเก้าอี้ ทั้งที่บ้านจัดวางเหมือนเดิม อาจมีปัญหาเรื่องสายตาเอียงหรือสายตาสั้นยาวไม่เท่ากัน
- ตาไวต่อแสงมากผิดปกติ: ลูกกะพริบตาถี่มากหรือน้ำตาไหลพรากเมื่อเจอแสงแดดอ่อนๆ
คุณหมอตรวจเช็กสายตาเด็กเล็กด้วยวิธีอะไรบ้าง
เมื่อพามาตรวจที่คลินิกหรือโรงพยาบาล การตรวจคัดกรองสายตาและภาวะตาเขไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดครับ หมอจะมีขั้นตอนที่เป็นมิตรกับเด็ก ดังนี้
การตรวจเช็กการทำงานร่วมกันของดวงตาทั้งสองข้าง
หมอจะใช้ไฟฉายดวงเล็กส่องดูการสะท้อนของแสงบนกระจกตาดำ เพื่อดูว่าจุดสะท้อนแสงอยู่ตรงกลางตาดำทั้งสองข้างหรือไม่ หรือใช้วิธีปิดตาข้างหนึ่งสลับไปมาเพื่อดูการเคลื่อนไหวของลูกตาว่ามีภาวะตาเขซ่อนอยู่หรือเปล่า
การหยอดตาขยายม่านตาเพื่อตรวจวัดค่าสายตา
ขั้นตอนนี้อาจทำให้ลูกงอแงนิดหน่อยเพราะแสบตาจากยาหยอด แต่มีความจำเป็นมาก เพราะยาจะช่วยคลายกล้ามเนื้อตา ทำให้หมอสามารถส่องไฟตรวจดูจอประสาทตาและวัดค่าสายตาจริงได้อย่างแม่นยำ ว่าเด็กมีภาวะสายตาสั้น ยาว หรือเอียง มากน้อยแค่ไหน
ถ้าพบว่าลูกตาเขหรือสายตาผิดปกติต้องรักษายังไงต่อ
พ่อแม่ส่วนใหญ่มักตกใจกลัวเมื่อได้ยินคำว่าลูกต้องใส่แว่นหรือต้องผ่าตัดตาเข แต่ขอให้สบายใจได้ครับว่า โรคทางตาในเด็กส่วนใหญ่ยิ่งเจอเร็ว ยิ่งแก้ไขได้ง่ายและมีโอกาสหายขาดสูงมาก
หากเป็นภาวะสายตาสั้น ยาว หรือเอียง การใส่แว่นตาเด็กที่มีเลนส์เฉพาะทางจะช่วยปรับการมองเห็นให้ชัดเจน และช่วยกระตุ้นให้สมองพัฒนาการมองเห็นได้อย่างปกติ ส่วนภาวะตาเข บางประเภทอาจรักษาได้ด้วยการใส่แว่น ฝึกบริหารกล้ามเนื้อตา หรือใช้แผ่นปิดตาข้างที่แข็งแรงเพื่อกระตุ้นตาข้างที่อ่อนแอ แต่หากมีความจำเป็นต้องผ่าตัดแก้ไขกล้ามเนื้อตา จักษุแพทย์เด็กจะเป็นผู้ประเมินช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด
ดวงตาของลูกน้อยมีค่าเกินกว่าจะรอให้โตแล้วค่อยเช็กครับ หากคุณพ่อคุณแม่เริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติเล็กๆ น้อยๆ แวะมาให้หมอตรวจคัดกรองสายตาและภาวะตาเขตั้งแต่เนิ่นๆ เถอะครับ เพื่ออนาคตการมองเห็นที่สดใสของลูกรักในระยะยาว