ตื่นมาปวดท้องบิด ถ่ายเหลวเป็นน้ำ เรื่องใกล้ตัวที่ชวนเพลีย
หลายคนคงเคยมีประสบการณ์ตื่นมากลางดึกแล้วรู้สึกปวดมวนท้อง พะอืดพะอม ก่อนจะตามมาด้วยอาการวิ่งเข้าห้องน้ำทั้งคืนจนหมดแรง หลายคนมักเหมาเอาว่าเป็นเพราะกินส้มตำร้านเดิมหรืออาหารรสจัดเมื่อวาน แต่ในความเป็นจริงแล้ว อาการท้องเสียฉับพลันแบบนี้ส่วนหนึ่งเกิดจาก การติดเชื้อแบคทีเรียในทางเดินอาหาร ซึ่งมีความรุนแรงและต้องอาศัยการดูแลที่แตกต่างจากอาการอาหารเป็นพิษทั่วไป
ท้องเสียธรรมดากับการติดเชื้อแบคทีเรีย ต่างกันอย่างไร?
เวลาที่เรากินอาหารที่มีการปนเปื้อนเชื้อโรคเข้าไป ร่างกายจะมีกลไกขับออกทันที แต่ถ้าเชื้อตัวนั้นเป็นแบคทีเรียร้าย เช่น ซาลโมเนลลา เชื้อบิด หรืออีโคไล อาการจะไม่จบแค่การถ่ายท้องธรรมดา
เราสามารถสังเกตความต่างได้จากสัญญาณเตือนเหล่านี้:
- ไข้สูง: แบคทีเรียบางชนิดกระตุ้นให้ร่างกายมีไข้หนสั่น ต่างจากอาหารเป็นพิษทั่วไปที่มักไม่มีไข้
- อุจจาระมีมูกเลือด: ถ้าเข้าห้องน้ำแล้วเห็นมีเลือดปนหรือมูกใสๆ ออกมาด้วย นั่นคือสัญญาณชัดเจนว่าผนังลำไส้กำลังอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย
- ปวดเกร็งช่องท้องรุนแรง: อาการปวดจะบิดเป็นพักๆ ลึกๆ ในท้อง มากกว่าแค่อึดอัดแน่นท้อง
สาเหตุยอดฮิตที่ทำให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายโดยไม่รู้ตัว
แบคทีเรียพวกนี้ไม่ได้ล่องลอยมาเอง แต่มักมากับอาหารและน้ำที่เราบริโภคเข้าไปในชีวิตประจำวัน
- อาหารที่ตั้งทิ้งไว้นานในอุณหภูมิห้องโดยไม่มีฝาชีปิด ทำให้แมลงวันตอมหรือแบคทีเรียแบ่งตัวได้รวดเร็ว
- เนื้อสัตว์ ไข่ หรืออาหารทะเลที่ปรุงไม่สุก โดยเฉพาะเมนูลาบ ลวกจิ้ม หรือไข่ดาวที่ไข่แดงยังเหลวเยิ้ม
- น้ำแข็งหรือน้ำดื่มที่ไม่สะอาด มีการปนเปื้อนเชื้อโรคจากแหล่งน้ำธรรมชาติ
- ความสะอาดของมือเราเอง เผลอหยิบจับอาหารเข้าปากโดยไม่ได้ล้างมือให้สะอาดหลังจากจับสิ่งสกปรก
ช่วงสองสามวันแรกรับมืออย่างไรดี เมื่อลำไส้อยู่ในภาวะวิกฤต
หากเพิ่งเริ่มมีอาการและยังไม่มีอาการขาดน้ำรุนแรง การดูแลตัวเองเบื้องต้นมีความสำคัญมากเพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวเร็วที่สุด
- จิบเกลือแร่ (ORS) แทนน้ำเปล่า: เพื่อชดเชยน้ำและเกลือแร่ที่สูญเสียไปจากการถ่ายเหลว จิบทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง ห้ามดื่มรวดเดียวเพราะจะกระตุ้นให้อยากอาเจียน
- กินอาหารอ่อนย่อยง่าย: ข้าวต้มปลา ข้าวต้มหมูสับ หรือโจ๊กอุ่นๆ ปรุงสุกใหม่ เลี่ยงอาหารไขมันสูง นมวัว และอาหารรสจัดในช่วงนี้
- หลีกเลี่ยงการซื้อยาหยุดถ่ายกินเองทันที: หลายคนอยากหายไวเลยซื้อยาหยุดถ่ายมากิน ซึ่งเป็นวิธีที่ผิด เพราะจะทำให้เชื้อโรคและสารพิษค้างอยู่ในลำไส้ ขับออกไม่ได้ อาจทำให้ไข้สูงขึ้นและอาการแย่ลงกว่าเดิม
กินยาปฏิชีวนะฆ่าเชื้อโรคเลยดีไหม จำเป็นหรือเปล่า?
คำถามที่พบบ่อยคือ เป็นท้องเสียต้องกินยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อเลยไหม คำตอบคือ ไม่จำเป็นในทุกกรณีครับ เพราะท้องเสียส่วนใหญ่เกิดจากไวรัสหรือพิษของแบคทีเรีย ซึ่งยาปฏิชีวนะไม่มีผลในการรักษาแถมยังอาจทำลายแบคทีเรียดีในลำไส้เราอีก การใช้ยาฆ่าเชื้อจึงต้องอยู่ภายใต้การวินิจฉัยและดูแลจากแพทย์เท่านั้นเมื่อตรวจพบการติดเชื้อที่ชัดเจน
อาการแบบไหนที่เตือนว่าปล่อยไว้ไม่ได้ ต้องไปโรงพยาบาลด่วน
การติดเชื้อแบคทีเรียบางชนิดรุนแรงถึงขั้นทำให้เกิดภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดหรือไตวายได้ หากมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ควรรีบไปพบแพทย์ทันที:
- ถ่ายเหลวหรืออาเจียนจนหมดแรง หน้ามืด วิงเวียนเมื่อลุกยืน ซึ่งเป็นสัญญาณของภาวะขาดน้ำรุนแรง
- มีไข้สูงเกิน 38.5 องศาเซลเซียส และกินยาลดไข้แล้วไม่ยอมลง
- ปวดท้องรุนแรงมากจนตัวงอ หรือกดเจ็บบริเวณท้องน้อยด้านขวา
- ปัสสาวะน้อยลงมากหรือมีสีเข้มจัด แสดงว่าเลือดไปเลี้ยงไตลดลง
การป้องกันที่ดีที่สุดคือการเลือกกินอาหารที่ปรุงสุกใหม่ สะอาด และล้างมือก่อนทานอาหารทุกครั้ง เพราะการป้องกันย่อมดีกว่าการมารักษาอาการปวดท้องทรมานทีหลังแน่นอนครับ