อุ้มลูกน้อยอยู่ดีๆ ทำไมถึงปวดหลังและปวดไหล่ตามมา?
เวลาที่เราเห็นเจ้าตัวเล็กส่งยิ้มหรืออ้าแขนรอให้กอด คนเป็นพ่อเป็นแม่อุ้มขึ้นมาทันทีโดยไม่ได้คิดถึงท่าทางของตัวเองเป็นเรื่องธรรมดามาก แต่พอผ่านไปสักพัก อาการปวดเมื่อยตามตัว ไม่ว่าจะเป็นหลัง คอ บ่า ไหล่ หรือแม้แต่ข้อมือ ก็เริ่มถามหาจนแทบจะอุ้มต่อไม่ไหว
ในฐานะหมอที่ตรวจคุณพ่อคุณแม่ป้ายแดงมาเยอะ ปัญหาเรื่องอาการปวดกล้ามเนื้อจากท่านอุ้มที่ไม่เหมาะสมเป็นเรื่องที่เจอได้ทุกวันครับ กล้ามเนื้อของเราไม่ได้ถูกออกแบบมาให้รับน้ำหนักในมุมเอียงหรือเกร็งค้างไว้เป็นเวลานานๆ พอเราฝืนอุ้มด้วยท่าทางที่ผิดซ้ำๆ กล้ามเนื้อจึงเกิดการหดเกร็งและอักเสบขึ้นมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
สำรวจตัวเองด่วน ท่านอุ้มแบบไหนที่กำลังทำร้ายกล้ามเนื้อของคุณ?
การอุ้มลูกดูเหมือนเป็นเรื่องง่าย แต่ถ้าร่างกายอยู่ในท่าทางที่ไม่สมดุล แรงกดทับจะไปตกอยู่ที่กระดูกสันหลังและข้อต่อโดยตรง ลองมาเช็คดูกันว่าคุณกำลังเผลอทำพฤติกรรมเหล่านี้อยู่หรือเปล่า
แอ่นสะโพกรับน้ำหนักลูก
เวลาอุ้มลูกแล้วมักจะดันสะโพกข้างใดข้างหนึ่งออกด้านข้างเพื่อให้ลูกนั่งบนสะโพกได้ถนัด ท่านี้ทำให้กระดูกสันหลังโค้งงอผิดรูป กล้ามเนื้อหลังด้านหนึ่งต้องทำงานหนักเกินไปเพื่อพยุงตัว ส่วนข้อต่อสะโพกและหมอนรองกระดูกก็ได้รับแรงกดทับที่ไม่เท่ากัน
ห่อไหล่และก้มหน้ามองลูกตลอดเวลา
ความรักความผูกพันทำให้เราอยากก้มมองหน้าลูกน้อยตลอดเวลา แต่การก้มคอและห่อไหล่ต่อเนื่องเป็นชั่วโมง ทำให้กล้ามเนื้อคอและสะบักต้องเกร็งค้าง ส่งผลให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวก เกิดอาการตึงลามไปถึงท้ายทอยและปวดหัวได้ง่ายๆ
เกร็งแขนและล็อกข้อมืองัดน้ำหนัก
การใช้ข้อมือรับน้ำหนักศีรษะหรือลำตัวของลูกโดยตรง โดยเฉพาะท่าที่กางข้อศอกออกด้านข้าง ทำให้เอ็นข้อมืออักเสบ บวม และเจ็บแปล๊บเวลาขยับมือ ซึ่งอาการนี้พบได้บ่อยในคุณแม่ที่ให้นมและอุ้มลูกพร้อมกัน
วิธีปรับท่านอุ้มใหม่ให้ถูกต้อง เพื่อบอกลาอาการปวดเรื้อรัง
ข่าวดีคือเราไม่ต้องทนปวดไปตลอดการเลี้ยงลูกครับ แค่ปรับเปลี่ยนเทคนิคเล็กน้อยในการอุ้ม ก็ช่วยเซฟกล้ามเนื้อได้เยอะมากแล้ว
- แนบลำตัวลูกให้ชิดกับอก: ยิ่งลูกอยู่ห่างจากตัวคุณมากเท่าไหร่ แรงกดที่หลังจะยิ่งเพิ่มทวีคูณ การอุ้มให้ตัวลูกแนบชิดกับอกของคุณจะช่วยกระจายน้ำหนักให้อยู่ในแนวศูนย์กลางของร่างกาย
- ใช้กล้ามเนื้อขาช่วยย่อตัว: เวลาจะอุ้มลูกขึ้นจากเตียงหรือพื้น ให้ใช้วิธีงอเข่าและย่อตัวลงไปโดยหลังยังตรง แล้วใช้กำลังจากต้นขาและสะโพกยกขึ้นมา แทนการก้มตัวลงไปอุ้มตรงๆ
- สลับข้างอุ้มและเปลี่ยนมือบ้าง: อย่าอุ้มลูกไว้ที่สะโพกหรือแขนข้างเดิมนานเกินไป ฝึกสลับซ้ายขวาเพื่อให้กล้ามเนื้อทำงานและพักผ่อนอย่างสมดุล
- หาตัวช่วยผ่อนแรง: เป้อุ้มเด็กที่ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ หรือหมอนรองให้นม สามารถช่วยถ่ายเทน้ำหนักจากแขนและหลังส่วนบนไปที่ลำตัวและสะโพกได้ดีขึ้น
การดูแลเบื้องต้นเมื่อเริ่มมีอาการปวดกล้ามเนื้อ
หากวันไหนเผลออุ้มเพลินจนมีอาการปวดตึงกล้ามเนื้อขึ้นมาแล้ว ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้จนเรื้อรัง ลองดูแลตัวเองตามขั้นตอนนี้ดูครับ
- ประคบเย็นและประคบร้อนให้ถูกจังหวะ: ถ้าเพิ่งเริ่มปวดภายใน 48 ชั่วโมงแรก ให้ใช้เจลเย็นประคบเพื่อลดการอักเสบ แต่ถ้าผ่านไปหลายวันแล้วยังมีอาการตึงเรื้อรัง ให้ใช้การประคบอุ่นเพื่อช่วยคลายกล้ามเนื้อและกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด
- ยืดเหยียดกล้ามเนื้อเบาๆ: หาเวลาว่างระหว่างวันยืดเหยียดกล้ามเนื้อคอ บ่า ไหล่ และหลัง เพื่อคลายปมกล้ามเนื้อที่หดเกร็ง
- พักการใช้งานชั่วคราว: หากปวดมากควรหาคนมาช่วยอุ้มลูกแทนสลับกันไป เพื่อให้กล้ามเนื้อได้มีเวลาฟื้นฟูตัวเอง
สัญญาณเตือนแบบไหนที่ควรไปพบแพทย์ทันที?
ส่วนใหญ่แล้วอาการปวดจากการอุ้มลูกจะดีขึ้นได้เองเมื่อพักผ่อนและปรับท่านอุ้ม แต่ถ้าคุณมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ไม่ควรปล่อยไว้เด็ดขาด ควรมาพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด
- มีอาการชา หรือรู้สึกเหมือนมีเข็มทิ่มตามแขน ขา หรือปลายนิ้ว
- อาการปวดร้าวลงไปที่ขา หรือปวดหลังรุนแรงจนขยับตัวลำบาก
- กล้ามเนื้อมีอาการอ่อนแรง หยิบจับสิ่งของแล้วร่วงหล่นบ่อย
- อาการปวดไม่ดีขึ้นเลยแม้ว่าจะพักผ่อนและดูแลตัวเองเบื้องต้นแล้วหลายวัน
การเลี้ยงลูกเป็นงานที่ใช้พลังงานและร่างกายเยอะมากๆ อย่าลืมใส่ใจสุขภาพของตัวเองควบคู่ไปกับการดูแลลูกน้อยด้วย เพราะร่างกายที่แข็งแรงของคุณคือต้นทุนสำคัญที่สุดในครอบครัวครับ