ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เคยไหมที่จู่ๆ ก็รู้สึกปวดหน่วงๆ หรือปวดแปลบขึ้นมาที่บริเวณท้องน้อยจนทำให้ใช้ชีวิตประจำวันลำบาก หลายคนมักจะคิดไปเองว่าเป็นเพียงอาการปวดประจำเดือนธรรมดา หรือแค่ท้องอืด ท้องเฟ้อ แล้วเลือกที่จะหาซื้อยาแก้ปวดมารับประทานเอง แต่ในความเป็นจริงแล้ว อาการปวดในลักษณะนี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคที่ซ่อนอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อาการปวดท้องน้อยและอุ้งเชิงกรานอักเสบเฉียบพลัน ซึ่งเป็นภาวะที่พบได้บ่อยในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ และหากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษาอย่างถูกต้อง อาจส่งผลกระทบต่อการมีบุตรในอนาคตได้

ปวดท้องน้อยแบบไหน? ที่อาจเป็นสัญญาณของอุ้งเชิงกรานอักเสบ

ปกติแล้ว อาการปวดประจำเดือนทั่วไปมักจะปวดตื้อๆ บริเวณกลางท้องน้อย และจะค่อยๆ บรรเทาลงหลังจากประจำเดือนหมด แต่สำหรับ อาการปวดท้องน้อยและอุ้งเชิงกรานอักเสบเฉียบพลัน นั้น จะมีลักษณะเฉพาะตัวที่แตกต่างออกไป ซึ่งอยากให้ลองสังเกตตัวเองดูว่ามีอาการเหล่านี้ร่วมด้วยหรือไม่:

  • ปวดท้องน้อยอย่างต่อเนื่อง: อาจปวดทั้งสองข้างหรือปวดข้างใดข้างหนึ่ง โดยอาการปวดจะรุนแรงขึ้นเมื่อขยับตัว เดิน หรือในขณะมีเพศสัมพันธ์
  • ตกขาวผิดปกติ: มีตกขาวปริมาณมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด มีสีเปลี่ยนไปเป็นสีเหลือง สีเขียว มีกลิ่นเหม็นคาว หรือบางครั้งอาจมีเลือดปน
  • มีไข้หนาวสั่น: มักพบในกรณีที่การติดเชื้อเริ่มรุนแรงและแพร่กระจาย
  • มีอาการทางระบบทางเดินปัสสาวะ: รู้สึกแสบขัดเวลาปัสสาวะ หรือปัสสาวะบ่อยผิดปกติ
  • เลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด: มีเลือดออกกะปริบกะปรอยที่ไม่ใช่รอบประจำเดือนปกติ หรือมีเลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์

ทำความรู้จักกับอุ้งเชิงกรานอักเสบเฉียบพลันกันก่อน

ในทางการแพทย์ ภาวะอุ้งเชิงกรานอักเสบเฉียบพลัน (Acute Pelvic Inflammatory Disease หรือ PID) คือการอักเสบและติดเชื้อของระบบสืบพันธุ์ส่วนบนของผู้หญิง ซึ่งประกอบไปด้วย มดลูก ท่อนำไข่ รังไข่ และเนื้อเยื่อโดยรอบอุ้งเชิงกราน

เมื่อมีเชื้อโรคจากช่องคลอดหรือปากมดลูกเล็ดลอดผ่านขึ้นไปยังโพรงมดลูก ร่างกายจะเกิดปฏิกิริยาต่อต้านและทำให้เกิดการอักเสบขึ้นอย่างรวดเร็ว หากเปรียบเทียบให้เห็นภาพง่ายๆ ก็เหมือนกับการเกิดแผลอักเสบและเป็นหนองในอวัยวะภายใน ซึ่งหากได้รับการรักษาช้า เนื้อเยื่อที่อักเสบอาจกลายเป็นพังผืด ดึงรั้งท่อนำไข่ให้ตีบตัน ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะมีบุตรยาก หรือเพิ่มความเสี่ยงในการตั้งครรภ์นอกมดลูกที่เป็นอันตรายถึงชีวิต

โรคนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร และใครบ้างที่มีความเสี่ยงสูง?

สาเหตุส่วนใหญ่ของโรคนี้มาจากการติดเชื้อแบคทีเรีย โดยเฉพาะเชื้อที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์อย่างเชื้อหนองในแท้ และหนองในเทียม นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากเชื้อแบคทีเรียประจำถิ่นในช่องคลอดที่เจริญเติบโตมากเกินไปจนเสียสมดุล แล้วย้อนกลับขึ้นไปทำลายระบบภายใน

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ผู้หญิงมีโอกาสเผชิญกับภาวะนี้มากขึ้น ได้แก่:

  • ผู้ที่มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้สวมถุงยางอนามัยป้องกัน
  • ผู้ที่มีคู่นอนหลายคน หรือมีคู่นอนคนใหม่
  • ผู้ที่มีประวัติเคยเป็นโรคอุ้งเชิงกรานอักเสบมาก่อน เนื่องจากเนื้อเยื่อภายในอาจเคยเสียหายทำให้ติดเชื้อซ้ำได้ง่าย
  • พฤติกรรมการสวนล้างช่องคลอด ซึ่งเป็นการทำลายแบคทีเรียชนิดดีที่คอยปกป้องช่องคลอด ทำให้เชื้อโรคก่อโรคเติบโตได้ง่ายขึ้น
  • ผู้ที่เพิ่งเข้ารับการหัตถการในโพรงมดลูก เช่น การใส่ห่วงคุมกำเนิดในช่วง 2-3 สัปดาห์แรก หรือการขูดมดลูก

อาการปวดท้องน้อยและอุ้งเชิงกรานอักเสบเฉียบพลัน มีอาการแบบไหนที่ต้องรีบไปพบแพทย์ด่วน?

แม้ว่าอาการปวดท้องน้อยบางครั้งอาจจะพอดูแลตัวเองเบื้องต้นได้ แต่หากมีอาการเตือนสีแดง (Red Flags) ต่อไปนี้ร่วมด้วย ควรรีบเดินทางไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลทันทีโดยไม่ต้องรอ:

  • มีไข้สูงลอย ร่วมกับอาการหนาวสั่นอย่างรุนแรง
  • ปวดท้องน้อยอย่างรุนแรงจนทนไม่ไหว ขยับตัวหรือเดินไม่ได้
  • มีอาการคลื่นไส้ อาเจียนอย่างมาก จนไม่สามารถรับประทานอาหารหรือน้ำได้
  • มีอาการหน้ามืด คล้ายจะเป็นลม หรือเหงื่อออกตัวเย็น ซึ่งอาจบ่งบอกถึงภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด หรือมีถุงหนองในช่องท้องแตก

ขั้นตอนการรักษาและการดูแลตัวเองให้กลับมาแข็งแรง

เมื่อมาพบแพทย์และได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นอุ้งเชิงกรานอักเสบเฉียบพลัน แนวทางการรักษาจะเน้นไปที่การกำจัดเชื้อและการลดการอักเสบเป็นสำคัญ ดังนี้:

การใช้ยาปฏิชีวนะอย่างเคร่งครัด

แพทย์จะจ่ายยาปฏิชีวนะที่สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้ครอบคลุมหลายชนิด สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ต้องรับประทานยาให้ครบตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด ห้ามหยุดยาเองเด็ดขาดแม้ว่าอาการปวดท้องน้อยจะหายดีแล้วใน 2-3 วันแรก เพื่อป้องกันการดื้อยาและการกลับมาเป็นซ้ำที่รุนแรงกว่าเดิม

การรักษาคู่นอนควบคู่กันไป

เนื่องจากโรคนี้มักมีสาเหตุหลักมาจากการติดต่อทางเพศสัมพันธ์ คู่นอนจึงจำเป็นต้องเข้ารับการตรวจและรักษาไปพร้อมกัน แม้ว่าคู่นอนจะไม่มีอาการแสดงใดๆ ก็ตาม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการติดเชื้อซ้ำซ้อนสลับกันไปมา

งดการมีเพศสัมพันธ์ชั่วคราว

ในช่วงระหว่างการรักษาและยังรับประทานยาไม่ครบ ควรงดการมีเพศสัมพันธ์โดยเด็ดขาด เพื่อให้เนื้อเยื่อภายในที่อักเสบได้มีเวลาพักฟื้นตัวอย่างเต็มที่ และลดการนำเชื้อใหม่เข้าสู่ร่างกาย

พักผ่อนและดูแลสุขภาพองค์รวม

ควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงการยกของหนักหรือการออกกำลังกายที่หักโหม ดื่มน้ำสะอาดมากๆ และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์เพื่อช่วยให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันมาฟื้นฟูตัวเองได้เร็วขึ้น

สุดท้ายนี้ อาการปวดท้องน้อยและอุ้งเชิงกรานอักเสบเฉียบพลัน เป็นโรคที่สามารถรักษาให้หายขาดได้และไม่น่ากลัวอย่างที่คิด หากเราหมั่นสังเกตความผิดปกติของร่างกาย และรีบมาพบแพทย์ตั้งแต่เนิ่นๆ อย่าปล่อยให้อาการปวดเล็กๆ กลายเป็นปัญหาเรื้อรังที่บั่นทอนความสุขในชีวิตและการมีครอบครัวในอนาคต

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down