เวลาที่นั่งคุยกับคุณพ่อคุณแม่ในห้องตรวจ หลายคนมักจะกุมขมับกับปัญหาเดิมๆ ลูกไม่ยอมอาบน้ำ ไม่ยอมทำการบ้าน วางของระเกะระกะ หรือแม้แต่ตอนเช้าก่อนไปโรงเรียนที่มักจะวุ่นวายจนกลายเป็นสนามรบขนาดย่อม พอมานั่งวิเคราะห์ดูกันจริงๆ แล้ว ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากความดื้อรั้น แต่สมองส่วนหน้าที่ทำหน้าที่บริหารจัดการของเด็กกลุ่มนี้ เขามีวิธีทำงานที่แตกต่างจากเด็กทั่วไป
ในฐานะหมอที่ดูแลเด็กๆ กลุ่มนี้มานาน ผมมักจะแนะนำเครื่องมือชิ้นหนึ่งที่เรียกว่า การประยุกต์ใช้ระบบตารางเวลาและ กิจวัตรประจำวัน ซึ่งเปรียบเสมือนพวงมาลัยรถที่คอยประคองให้ชีวิตประจำวันของเด็กสมาธิสั้นวิ่งไปในทิศทางเดียวกันได้โดยไม่ต้องคอยจี้หรือดุว่ากันตลอดเวลา
ทำไมสมองเด็กสมาธิสั้นถึงต้องการตารางเวลามากกว่าเด็กทั่วไป?
ลองนึกภาพตามนะครับว่า สมองของเด็กสมาธิสั้นเหมือนห้องสมุดที่ไม่มีบรรณารักษ์ หนังสือถูกวางกระจัดกระจาย เวลาจะหาอะไรหรือต้องทำอะไรตามลำดับขั้นตอน มันจึงยากมากๆ ที่พวกเขาจะจัดการตัวเองได้เมื่อถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนกิจกรรม สมองส่วนที่เรียกว่า Executive Functions ซึ่งทำหน้าที่วางแผนและยับยั้งชั่งใจ จะทำงานได้ช้ากว่าเด็กวัยเดียวกัน
การที่เราสร้าง การประยุกต์ใช้ระบบตารางเวลาและ กิจวัตรประจำวันขึ้นมา ก็เหมือนกับการสร้างราวเกาะให้เขาได้เหนี่ยวรั้งเวลาที่รู้สึกเคว้งคว้าง ช่วยลดความวิตกกังวล และที่สำคัญคือลดการปะทะกันระหว่างพ่อแม่กับลูก เพราะกฎเกณฑ์ไม่ได้มาจากอารมณ์ของพ่อแม่ แต่มาจากตารางที่ตกลงร่วมกัน
เปลี่ยนตารางเวลาบนกระดาษให้เป็นภาพที่เด็กๆ มองเห็นและเข้าใจทันที
เด็กสมาธิสั้นมักจะมีปัญหาเรื่องการรับรู้เวลา คำว่า อีกสิบนาที หรือ อีกเดี๋ยว ของเรากับเขาไม่เท่ากันเลย สำหรับพวกเขา เวลาแบ่งออกเป็นสองอย่างเท่านั้นคือ ตอนนี้ กับ ไม่ใช่ตอนนี้ ดังนั้น การทำตารางเวลาที่ดีจึงควรเป็นแบบรูปภาพหรือสัญลักษณ์ที่มองเห็นได้ชัดเจน
- ใช้รูปภาพแทนตัวหนังสือล้วน: สำหรับเด็กเล็กหรือเด็กที่สมาธิสั้นมากๆ รูปภาพถ่ายตัวเขาเองกำลังแปรงฟัน กำลังใส่ชุดนักเรียน จะช่วยให้สมองประมวลผลได้เร็วกว่าการอ่านตัวหนังสือยาวๆ
- แบ่งช่วงเวลาให้สั้นและชัดเจน: อย่าใส่ตารางเวลาที่แน่นเอี๊ยดจนหายใจไม่ออก ช่วงเวลาทำกิจกรรมควรมีความยาวพอดีกับสมาธิของเขา เช่น ทำการบ้านยี่สิบนาทีแล้วพักห้านาที
- ติดตารางไว้ในจุดที่มองเห็นง่าย: แปะไว้ที่ตู้เย็นหรือผนังห้องนอนตรงที่เขาเดินผ่านบ่อยๆ เพื่อให้เขาเช็กได้ด้วยตัวเองว่าตอนนี้ต้องทำอะไรต่อ
สร้างกิจวัตรประจำวันซ้ำๆ จนกลายเป็นกล้ามเนื้อความจำ
ความลับของการทำให้เด็กสมาธิสั้นทำอะไรได้เองโดยไม่ต้องเตือนซ้ำๆ คือการทำสิ่งเดิมเวลาเดิมซ้ำๆ จนกลายเป็นอัตโนมัติ สมองไม่ต้องออกแรงคิดมากว่าจะต้องทำอะไรต่อ
ช่วงเวลาเข้านอนและตื่นนอนคือด่านแรกที่ควรจัดระบบให้เป๊ะที่สุด เริ่มต้นจากการทำกิจกรรมสงบๆ ก่อนนอนเวลาเดียวกันทุกวัน ปิดจอทุกชนิดก่อนนอนอย่างน้อยหนึ่งชั่วโมง เพื่อให้สารสื่อประสาทในสมองได้ปรับตัวพร้อมสำหรับการนอนหลับลึก พอตื่นเช้ามาลำดับการอาบน้ำ กินข้าว แต่งตัว ก็ควรเรียงลำดับแบบเดิมทุกวันจนเป็นกิจวัตร
เทคนิคพาเด็กๆ ก้าวผ่านช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านที่มักจะงอแงที่สุด
ช่วงเวลาที่ยากที่สุดของเด็กสมาธิสั้นไม่ใช่ตอนทำกิจกรรม แต่คือตอนที่ต้อง เปลี่ยน จากกิจกรรมหนึ่งไปอีกกิจกรรมหนึ่ง เช่น กำลังเล่นเกมสนุกๆ แล้วต้องไปอาบน้ำ สมองของเขาจะเบรกไม่ทันและมักจะแสดงออกด้วยการอาละวาด
สิ่งที่เราช่วยได้คือการให้สัญญาณเตือนล่วงหน้าแบบเป็นรูปธรรม เช่น ใช้กระดิ่งเคาะเบาๆ หรือบอกว่า อีกสองเพลงเพลงนี้จบ เราจะไปอาบน้ำกันนะ การให้เวลาสมองได้เตรียมตัวเปลี่ยนเกียร์จะช่วยลดการต่อต้านลงไปได้เยอะมาก
เมื่อไหร่ที่ควรปรับเปลี่ยนตาราง และวิธีรับมือเมื่อลูกหลุดจากระบบ
ไม่มีตารางเวลาไหนที่จะใช้ได้ผลไปตลอดกาล เมื่อเด็กโตขึ้นหรือบริบทเปลี่ยนไป เช่น เปิดเทอมใหม่ กิจวัตรก็ต้องปรับตามความเหมาะสม สิ่งสำคัญคือต้องมีความยืดหยุ่น
ถ้าวันไหนลูกหลุดจากตารางหรืออาละวาดใส่ตาราง สิ่งแรกที่ต้องทำคือการตั้งสติของตัวพ่อแม่เอง อย่าเพิ่งใช้อารมณ์ตัดสิน ให้พาเขาถอยออกมาสงบสติอารมณ์ก่อน แล้วค่อยมาทบทวนร่วมกันว่าเกิดอะไรขึ้น ระบบตารางเวลาไม่ได้สร้างขึ้นมาเพื่อขังเขาไว้ในกรอบที่เข้มงวด แต่สร้างขึ้นเพื่อช่วยโอบอุ้มให้เขาสามารถใช้ชีวิตในแต่ละวันได้อย่างมีความสุขและมีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้นต่างหาก