เวลาที่พูดถึงการเลี้ยงลูกที่เป็นสมาธิสั้น หลายครอบครัวมักจะนึกถึงความเหนื่อยล้า ความวุ่นวาย และความรู้สึกเหมือนเรากำลังวิ่งตามแก้ปัญหาอะไรสักอย่างที่ไม่ยอมจบสิ้นในแต่ละวัน ลูกมักจะลืมของ ลุกจากเก้าอี้ตลอดเวลา เริ่มต้นทำโน่นทำนี่หลายอย่างพร้อมกันแต่ไม่เคยเสร็จสักอย่าง จนคุณพ่อคุณแม่เองก็เริ่มหมดแรงและหงุดหงิดใส่กันโดยไม่ตั้งใจ
ในฐานะหมอที่นั่งตรวจและพูดคุยกับคุณพ่อคุณแม่กลุ่มนี้อยู่บ่อยๆ ผมมักจะแนะนำเสมอว่า สมองของเด็กสมาธิสั้นไม่ได้จัดการข้อมูลหรือลำดับความสำคัญเหมือนเด็กทั่วไป พวกเขาต้องการตัวช่วยภายนอกมาทำหน้าที่เหมือนเป็นรีโมทคอนโทรลคอยบอกว่า ตอนนี้ต้องทำอะไร และต่อไปต้องทำอะไรต่อ ซึ่งการประยุกต์ใช้ระบบตารางเวลาและกิจวัตรประจำวันที่ชัดเจน คือยาวิเศษชิ้นแรกที่เราสามารถหยิบมาใช้ได้ทันทีโดยไม่ต้องพึ่งยา
ทำไมเด็กสมาธิสั้นถึงกลัวความไม่แน่นอนและต้องการเวลาที่ชัดเจน
สมองส่วนหน้าของเด็กกลุ่มนี้ ทำหน้าที่เกี่ยวกับการควบคุมตัวเอง การวางแผน และการบริหารจัดการเวลา ซึ่งจะทำงานช้ากว่าเด็กวัยเดียวกัน การที่อยู่ๆ เราบอกให้ลูกไปอาบน้ำแต่งตัวโดยไม่มีสัญญาณเตือน สมองของเขาจะเหมือนระบบคอมพิวเตอร์ที่แฮงก์ เพราะตั้งรับไม่ทัน ความโวยวาย ดื้อดึง หรือการทำหูทวนลม จึงไม่ใช่การแกล้งทำ แต่เป็นเพราะเขาเคว้งคว้างจริงๆ
การสร้างตารางเวลาจึงเข้ามาทำหน้าที่เป็นโครงสร้างยึดเหนี่ยวจิตใจ ช่วยลดความวิตกกังวล และลดภาระของสมองในการต้องมานั่งตัดสินใจว่า ตอนนี้ฉันต้องทำอะไร ทำให้พลังงานของลูกถูกเก็บไว้ใช้กับเรื่องการเรียนและการใช้ชีวิตได้ดีขึ้น
เปลี่ยนตารางเวลาบนกระดาษ ให้กลายเป็นรูปภาพที่เด็กเข้าใจง่าย
สิ่งสำคัญที่สุดคือ เด็กสมาธิสั้นมักจะไม่ค่อยอินกับตัวหนังสือหรือคำสั่งปากเปล่าที่พูดลอยๆ ยิ่งคุณแม่บ่นซ้ำๆ ลูกก็จะยิ่งบล็อกเสียงนั้นไปเอง วิธีที่ดีกว่าคือการทำตารางเวลาแบบมองเห็นได้จริง
- ใช้รูปภาพแทนตัวหนังสือ: สำหรับเด็กเล็ก ให้ใช้รูปถ่ายหรือรูปวาดของกิจวัตร เช่น รูปแปรงฟัน รูปกินข้าว รูปอาบน้ำ มาเรียงลำดับกันในกระดานแม่เหล็ก
- ทำตารางแบบแยกช่วงเวลา: แบ่งวันออกเป็นช่วงเช้า หลังเลิกเรียน และก่อนนอน ให้ชัดเจนว่าในช่วงเวลานั้นมีภารกิจอะไรบ้าง
- ติดไว้ในจุดที่เห็นชัด: เช่น หน้าตู้เย็น หรือประตูห้องนอน เพื่อให้ลูกเดินมาเช็กได้ด้วยตัวเองว่าตอนนี้ต้องทำอะไรต่อ
เทคนิคฝึกกิจวัตรประจำวันไม่ให้บ้านลุกเป็นไฟ
การมีตารางเวลาไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างจะราบรื่นทันทีในวันแรก สิ่งสำคัญคือการค่อยๆ สร้างพฤติกรรมทีละนิดโดยอาศัยความสม่ำเสมอเป็นหลัก
ซอยงานใหญ่ให้เป็นชิ้นเล็กจิ๋ว
คำว่าไปอาบน้ำแต่งตัว อาจจะกว้างเกินไปสำหรับเด็กสมาธิสั้น ลองเปลี่ยนเป็นสเต็ปย่อย เช่น 1. ถอดเสื้อผ้าใส่ตะกร้า 2. เดินเข้าห้องน้ำ 3. เปิดฝักบัว การซอยงานแบบนี้ช่วยให้สมองของเขารับรู้ว่ามันทำสำเร็จได้ทีละขั้นโดยไม่ยากเกินไป
ใช้ตัวช่วยเรื่องเวลาที่จับต้องได้
เด็กสมาธิสั้นไม่เข้าใจว่าอีกห้านาทีคืออะไร เวลาในหัวของเขามีแค่ตอนนี้กับไม่ใช่ตอนนี้ การใช้ นาฬิกาทราย หรือตัวจับเวลาแบบหมุนที่มองเห็นสีค่อยๆ ลดลง จะช่วยให้เขาเห็นภาพว่าเวลาที่เหลืออยู่กำลังจะหมดลงจริงๆ
รับมืออย่างไรเมื่อตารางเวลาพังไม่เป็นท่า
แน่นอนว่าชีวิตจริงไม่มีทางเป๊ะได้ทุกวัน วันไหนที่ลูกงอแง ไม่ยอมทำตามตาราง สิ่งแรกที่คุณพ่อคุณแม่ต้องทำคือการหายใจลึกๆ และตั้งสติ อย่าเพิ่งใช้อารมณ์ตัดสิน เพราะเด็กสมาธิสั้นมักจะอ่อนไหวกับท่าทีของเรามากเป็นพิเศษ
ถ้าวันไหนแผนพัง ให้ยืดหยุ่นได้บ้าง แต่โครงสร้างหลักต้องยังอยู่ เช่น ถึงเวลาเข้านอนก็ต้องนอน ถึงเวลาเก็บของก็ต้องเก็บ เพื่อให้เขารู้ว่ากรอบกติกายังคงมีอยู่เสมอ การฝึกฝนเรื่องนี้ต้องอาศัยเวลาและความใจเย็นเป็นอย่างมาก แต่ถ้าทำได้อย่างต่อเนื่อง เราจะเห็นเลยว่าเด็กๆ จะเริ่มพึ่งพาตัวเองได้มากขึ้น และความสุขในครอบครัวก็จะกลับคืนมาอีกครั้ง