ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

คนไข้หลายคนมักจะเดินเข้ามาหาหมอที่ห้องตรวจด้วยความสงสัยปนท้อแท้ว่า เคยตรวจพบพยาธิใบไม้ในตับ ได้กินยาฆ่าพยาธิจนครบตามที่หมอสั่ง และตรวจอุจจาระซ้ำจนมั่นใจว่าหายขาดแล้ว แต่พอเวลาผ่านไปไม่กี่ปี กลับมาตรวจสุขภาพอีกครั้งก็ยังเจอพยาธิตัวเดิมกลับมารังควานในร่างกายอีกรอบ

เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่เป็นเรื่องที่หมออยากชวนมาพูดคุยกันอย่างจริงจัง เพราะ ปัญหาการกลับมาเป็นซ้ำของโรคพยาธิใบไม้ในตับ เป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้เราไม่สามารถกำจัดโรคนี้ให้หมดไปจากชุมชนได้เสียที และที่น่ากลัวกว่านั้นคือ ทุกครั้งที่พยาธิกลับมาใหม่ ร่างกายของเราจะยิ่งบอบช้ำและขยับเข้าใกล้โรคร้ายแรงมากขึ้นเรื่อยๆ

ทำไมกินยาฆ่าพยาธิหมดแล้ว ถึงยังมีพยาธิใบไม้ในตับกลับมาใหม่ได้อีก?

สิ่งแรกที่หมออยากทำความเข้าใจตรงกันก่อนคือ ยารักษาพยาธิใบไม้ในตับ (Praziquantel) ที่เรากินเข้าไปนั้น มีหน้าที่เพียงแค่เข้าไปฆ่าตัวพยาธิที่กำลังอาศัยอยู่ในท่อน้ำดี ณ เวลานั้นให้ตายลงและขับถ่ายออกมา แต่มันไม่มีฤทธิ์ในการป้องกันโรค และไม่ได้สร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายเหมือนวัคซีน

นั่นหมายความว่า หากกินยาจนหายดีแล้ว แต่ยังมีพฤติกรรมการใช้ชีวิตและการกินแบบเดิมๆ ร่างกายก็พร้อมที่จะรับตัวอ่อนพยาธิเข้าไปใหม่ได้ทันทีผ่านปัจจัยเหล่านี้

  • วิถีการกินเมนูโปรดที่ไม่ยอมเปลี่ยน: การกินอาหารประเภทปลาน้ำจืดเกล็ดขาวแบบดิบ หรือกึ่งสุกกึ่งดิบ เช่น ก้อยปลา ลาบปลา ปลาส้มปรุงไม่สุก หรือปลาร้าดิบ ซึ่งเมนูเหล่านี้มักมีตัวอ่อนระยะติดต่อของพยาธิใบไม้ในตับฝังตัวอยู่ในเนื้อปลา
  • ความเชื่อที่ผิดเกี่ยวกับการฆ่าพยาธิ: คนไข้บางคนบอกหมอว่า บีบมะนาวใส่ปลาจนเนื้อเปลี่ยนสีเป็นสีขาวแล้ว คิดว่ากรดจากมะนาวจะฆ่าพยาธิได้ หรือบางคนดื่มสุราไปด้วยกินก้อยปลาไปด้วย หวังให้แอลกอฮอล์ช่วยฆ่าพยาธิ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว กรดจากมะนาวหรือแอลกอฮอล์ไม่สามารถทำอะไรตัวอ่อนพยาธิที่ซ่อนตัวอยู่ในเนื้อปลาได้เลย
  • ร่างกายมนุษย์ไม่มีภูมิคุ้มกันพยาธิชนิดนี้: ไม่ว่าจะเคยเป็นโรคนี้มาแล้วกี่ครั้ง ร่างกายก็ไม่สามารถสร้างภูมิต้านทานเพื่อป้องกันการติดเชื้อครั้งต่อไปได้ ตราบใดที่มีพยาธิเล็ดลอดเข้าสู่ปาก พยาธิก็จะเจริญเติบโตในท่อน้ำดีของเราได้เสมอ

ทำไม ปัญหาการกลับมาเป็นซ้ำของโรคพยา ถึงน่ากลัวกว่าการติดเชื้อครั้งแรก?

การติดเชื้อพยาธิใบไม้ในตับเพียงครั้งเดียวและรักษาหาย อาจไม่ได้ส่งผลกระทบระยะยาวกับร่างกายมากนัก แต่การที่พยาธิกลับมาเป็นซ้ำบ่อยๆ เปรียบเสมือนการที่เรามีแผลเป็นที่โดนสะกิดให้ถลอกและอักเสบซ้ำๆ อยู่ตลอดเวลา

เมื่อตัวอ่อนพยาธิเดินทางเข้าสู่ท่อน้ำดี มันจะใช้ส่วนหัวยึดเกาะและดูดกินน้ำดี ทำให้เกิดแผลและการอักเสบเรื้อรังที่ผนังท่อน้ำดี ร่างกายจะพยายามซ่อมแซมตัวเองด้วยการสร้างพังผืดขึ้นมาทดสอบ ส่งผลให้ท่อน้ำดีหนาตัวและตีบแคบลง หากปล่อยให้เกิดวงจร อักเสบ ซ่อมแซม และเกิดพังผืด ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจากการติดเชื้อครั้งใหม่ เซลล์บริเวณท่อน้ำดีจะเริ่มทำงานผิดปกติ กลายพันธุ์ และพัฒนาไปสู่อันตรายขั้นสูงสุด นั่นคือ โรคมะเร็งท่อน้ำดี ซึ่งเป็นมะเร็งที่รักษาได้ยากและมีอัตราการเสียชีวิตสูงมาก

สังเกตตัวเองอย่างไร ว่าพยาธิใบไม้ในตับกลับมารังควานเราอีกรอบแล้ว?

ในระยะแรกของการติดเชื้อซ้ำ คนไข้ส่วนใหญ่มักไม่มีอาการแสดงใดๆ เลย ทำให้ชะล่าใจและละเลยการรักษา แต่เมื่อเวลาผ่านไปจนพยาธิเติบโตและเริ่มอุดตันท่อน้ำดี ร่างกายจะส่งสัญญาณเตือนดังต่อไปนี้

อาการเตือนระยะแรกที่ต้องเริ่มเอะใจ

  • รู้สึกแน่นท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ คล้ายอาหารไม่ย่อย โดยเฉพาะหลังทานอาหารประเภทไขมัน
  • รู้สึกตึงหรือเจ็บเจ็บแปลบๆ บริเวณใต้ชายโครงขวา ซึ่งเป็นตำแหน่งของตับ
  • อ่อนเพลียง่าย เหนื่อยง่ายกว่าปกติ โดยไม่มีสาเหตุชัดเจน

อาการรุนแรงที่ต้องรีบมาพบหมอทันที

  • มีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง (ดีซ่าน) ซึ่งเกิดจากท่อน้ำดีอุดตันจนน้ำดีไหลลงสู่ลำไส้ไม่ได้
  • อุจจาระมีสีซีดลง และปัสสาวะมีสีเข้มจัดเหมือนน้ำชา
  • เบื่ออาหาร น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วโดยไม่ได้ตั้งใจลด

วิธีตัดวงจรการเป็นซ้ำอย่างยั่งยืน เพื่อปกป้องตับของคุณ

การจะแก้ปัญหาการกลับมาเป็นซ้ำของโรคพยาธิใบไม้ในตับได้อย่างแท้จริง ไม่ใช่การคอยวิ่งหาซื้อยาถ่ายพยาธิมากินทุกครั้งที่กินของดิบ เพราะนั่นเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุและทำให้ตับต้องทำงานหนักจากการรับสารเคมี แต่คือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างถาวรตามแนวทางนี้

1. ยึดหลัก สุกร้อนทั่วถึง: หลีกเลี่ยงการกินปลาน้ำจืดมีเกล็ดแบบดิบทุกชนิด โดยต้องปรุงอาหารให้ผ่านความร้อนจนสุกอย่างทั่วถึงเท่านั้น การแช่น้ำปลา บีบมะนาว หรือใส่มดแดง ไม่สามารถฆ่าพยาธิได้

2. ปรับสุขอนามัยในการขับถ่าย: ถ่ายอุจจาระในส้วมที่ถูกสุขลักษณะเสมอ ไม่ขับถ่ายลงแหล่งน้ำธรรมชาติ เพื่อป้องกันไม่ให้ไข่พยาธิแพร่กระจายไปสู่น้ำ หอย และปลา ซึ่งเป็นพาหะในวงจรชีวิตของพยาธิ

3. ตรวจเช็กสุขภาพประจำปี: สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ระบาด หรือมีประวัติเคยชอบกินปลาดิบ ควรเข้ารับการตรวจหาไข่พยาธิในอุจจาระ หรือตรวจคัดกรองด้วยการทำอัลตราซาวนด์ตับและท่อน้ำดีตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อค้นหาความผิดปกติและรักษาตั้งแต่ระยะแรกเริ่ม

หมออยากฝากทิ้งท้ายไว้ว่า ตับของเรามีอยู่เพียงชิ้นเดียว และเป็นอวัยวะที่อดทนมาก มักจะไม่แสดงอาการเจ็บปวดจนกว่าจะเสียหายไปมากกว่าครึ่ง การเลิกกินปลาดิบเพียงหนึ่งมื้อ อาจช่วยยืดอายุตับของคุณและคนที่คุณรักให้อยู่ด้วยกันไปอีกนานแสนนาน

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down