ดึกดื่นเที่ยงคืน ลูกน้อยนอนหลับไปแล้ว แต่อยู่ๆ ก็ตื่นขึ้นมาด้วยอาการไอแห้งๆ เสียงดังโฮกๆ ฟังดูคล้ายเสียงแมวน้ำเห่า หายใจมีเสียงหวีด และบางครั้งก็หายใจลำบากจนอกบุ๋ม ภาพแบบนี้ทำเอาคุณพ่อคุณแม่มือใหม่อกสั่นขวัญแขวน รีบอุ้มลูกวิ่งวุ่นมาหาหมอที่ห้องฉุกเฉินกลางดึกแทบทุกราย อาการแบบนี้ในทางการแพทย์เราเรียกว่า กลุ่มอาการครูป (Croup) หรือการอักเสบของกล่องเสียงและหลอดลม ซึ่งแม้จะดูน่ากลัวจนน่าตกใจ แต่ถ้าเรารู้จักวิธีรับมือและเข้าใจธรรมชาติของโรค ความตื่นตระหนกจะลดลงไปเยอะเลยทีเดียว
ทำไมลูกถึงไอเสียงแปลกๆ แบบนี้? ความจริงแล้วมันเกิดอะไรขึ้นในคอ
โรคนี้ไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คิดครับ ต้นเหตุหลักมักมาจากเชื้อไวรัสที่ทำให้ทางเดินหายใจส่วนบน โดยเฉพาะบริเวณกล่องเสียงและหลอดลมส่วนต้นเกิดอาการบวมอักเสบ พอท่อลมมันแคบลง เวลาที่น้องหายใจเอาอากาศผ่านจุดที่บวมนั้น ลมจึงตีกับเนื้อเยื่อที่บวมจนเกิดเป็นเสียงไอแห้งก้องกังวานเหมือนเสียงสัตว์ หรือที่หมอชอบเปรียบเทียบให้ฟังง่ายๆ ว่าเสียงเหมือนแมวน้ำเห่า มักจะเจอได้บ่อยในเด็กเล็กอายุตั้งแต่หกเดือนถึงสามปี เพราะหลอดลมของน้องยังเล็กและนิ่ม ยุบตัวหรือบวมได้ง่ายเวลาติดเชื้อ
ช่วงกลางคืนอาการมักจะแย่ลง ทำไมถึงเป็นแบบนั้น?
คุณพ่อคุณแม่อาจจะสังเกตว่า ตอนกลางวันลูกยังดูร่าเริงดี มีไข้ต่ำๆ หรือน้ำมูกนิดหน่อย แต่พอตกดึกเท่านั้นแหละ อาการไอเสียงแมวน้ำและหายใจลำบากจะจู่โจมเข้ามาทันที สาเหตุที่เป็นแบบนี้เพราะในช่วงกลางคืน อุณหภูมิร่างกายที่เปลี่ยนแปลง การนอนราบที่ทำให้หลอดลมระคายเคืองง่ายขึ้น รวมถึงการหลั่งฮอร์โมนบางตัวในร่างกายช่วงเวลานั้น มีส่วนทำให้การอักเสบและอาการบวมที่กล่องเสียงแสดงออกมาชัดเจนที่สุดในช่วงดึกถึงตีสองตีสาม
วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นตอนดึก ก่อนตัดสินใจพาไปโรงพยาบาล
ถ้าลูกตื่นขึ้นมาไอเสียงก้องและหายใจลำบาก สิ่งแรกที่ต้องทำคือตั้งสติให้มั่นคง เพราะความเครียดและเสียงร้องไห้ของพ่อแม่จะยิ่งทำให้เด็กตกใจ หายใจเร็วขึ้น และทำให้หลอดลมยิ่งตีบแคบลงไปอีก มีเทมเพลตวิธีบรรเทาอาการเบื้องต้นที่ได้ผลดีและทำได้ทันทีที่บ้าน ดังนี้ครับ
- พาออกไปสูดอากาศเย็น: การพาเด็กออกไปรับอากาศเย็นยามค่ำคืนสักครู่ หรือพาไปยืนหน้าตู้เย็นที่เปิดประตูค้างไว้ ความเย็นจะช่วยลดอาการบวมของเนื้อเยื่อในทางเดินหายใจได้อย่างรวดเร็ว
- ไอน้ำช่วยชีวิต: พาเข้าไปในห้องน้ำ เปิดฝักบัวน้ำอุ่นทิ้งไว้ให้ห้องเต็มไปด้วยไอออนความชื้น แล้วให้ลูกสูดไออุ่นนั้นเข้าไป ความชื้นจะช่วยลดการระคายเคืองคอและทำให้เสมหะนิ่มลง
- ให้ลูกจิบน้ำอุ่นบ่อยๆ: น้ำอุ่นช่วยให้คอชุ่มชื้น ลดอาการเกร็งของกล่องเสียงได้ดี
- อุ้มให้อยู่ในท่านั่ง: การนอนราบจะทำให้หายใจลำบากขึ้น การอุ้มให้ศีรษะสูงหรือนั่งพิงอกพ่อแม่จะช่วยให้ทางเดินหายใจโล่งขึ้น
อาการแบบไหนที่แปลว่าอันตราย และต้องรีบพาไปหาหมอด่วนที่สุด?
แม้ว่าครูปส่วนใหญ่จะเป็นไม่รุนแรงและหายได้เอง แต่ก็มีบางกรณีที่อาการบวมมากจนปิดกั้นทางเดินหายใจ ซึ่งอันตรายถึงชีวิต หากลูกมีสัญญาณเตือนเหล่านี้ ห้ามรอจนถึงเช้าเด็ดขาด ต้องรีบพาไปโรงพยาบาลทันที
- หายใจลำบากมาก จนซี่โครงบุ๋ม คอแอ่น หรือท้องกระเพื่อมเวลาหายใจ
- มีเสียงหวีดดังชัดเจนแม้ในเวลาที่ไม่ได้ไอ
- น้ำลายไหลยืด กลืนน้ำลายไม่ได้ หรือพูดไม่เป็นประโยคเนื่องจากหายใจไม่ทัน
- ริมฝีปาก ปลายมือปลายเท้าเริ่มเขียวคล้ำจากภาวะขาดออกซิเจน
- ซึมลง ปลุกตื่นยาก หรืออ่อนแรง
วิธีรักษาจากคุณหมอที่โรงพยาบาล
เมื่อมาถึงมือแพทย์แล้ว หากประเมินว่าเป็นกลุ่มอาการครูป (Croup) ที่มีอาการปานกลางถึงรุนแรง หมอตakจะพิจารณาให้การรักษาที่ตรงจุดเพื่อลดอาการบวมอย่างรวดเร็ว ซึ่งมักจะประกอบด้วยการให้ยาสตอรอยด์ชนิดกินหรือพ่น เพื่อลดการอักเสบและยุบตัวของกล่องเสียงภายในเวลาไม่นาน บางรายที่มีอาการหนักอาจต้องพ่นยาอิพิเนฟรินผ่านหน้ากากออกซิเจนเพื่อเปิดทางเดินหายใจให้อย่างเร่งด่วน พร้อมทั้งสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดในโรงพยาบาลจนกว่าจะปลอดภัย
การดูแลลูกรักในช่วงพักฟื้นที่บ้าน
เมื่ออาการดีขึ้นและแพทย์อนุญาตให้กลับมาพักผ่อนที่บ้าน การดูแลต่อเนื่องเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้หายขาดและไม่กลับมาเป็นซ้ำ ให้ลูกนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำมากๆ อาหารให้อ่อนย่อยง่าย หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นที่อาจทำให้ระคายเคืองคอ เช่น ฝุ่น ควันบุหรี่ หรืออากาศที่แห้งจัด และที่สำคัญคอยสังเกตเสียงหายใจและอาการไออย่างใกล้ชิดอีกสักสองสามวัน หากยังมีไข้สูงหรือไอไม่ยอมหยุด ควรกลับมาพบแพทย์เพื่อประเมินซ้ำอีกครั้ง