ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เมื่อโรงเรียนไม่ใช่ที่ปลอดภัยของลูกอีกต่อไป

หลายครั้งที่หมอตรวจคนไข้วัยรุ่นหรือเด็กที่มาด้วยอาการปวดท้องเรื้อรัง นอนไม่หลับ หรือไม่อยากไปโรงเรียน พอพูดคุยลงลึกไปจริงๆ มักจะพบสาเหตุที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังนั่นคือการถูกกลั่นแกล้งในโรงเรียน หรือที่เราคุ้นหูกันว่า Bullying เรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องเด็กเล่นกันหรือการแกล้งหยอกล้อธรรมดา แต่มันคือปมในใจที่อาจส่งผลเสียต่อพัฒนาการของเขาไปตลอดชีวิต

ผลกระทบทางจิตใจจากการถูกกลั่นแกล้งในโรงเรียน มีอะไรบ้าง

การถูกรังแกซ้ำๆ ไม่ว่าจะเป็นทางกาย วาจา หรือการกีดกันออกจากกลุ่มเพื่อน ส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบประสาทและการทำงานของสมอง โดยเฉพาะในส่วนที่ควบคุมอารมณ์และความมั่นใจ ผลกระทบที่พบบ่อยได้แก่:

  • ความมั่นใจในตัวเองลดลง: เด็กจะเริ่มสงสัยในคุณค่าของตัวเอง รู้สึกว่าตัวเองไม่ดีพอจนนำไปสู่ความหวาดกลัวการเข้าสังคม
  • โรควิตกกังวลและภาวะซึมเศร้า: การถูกกระทำย่ำยีสะสมทำให้เกิดความเครียดเรื้อรัง จนอาจพัฒนาเป็นโรคซึมเศร้าหรือโรควิตกกังวลในอนาคต
  • ความรู้สึกไม่ปลอดภัยตลอดเวลา: เด็กจะอยู่ในสภาวะตื่นตัว หวาดระแวงว่าจะมีใครมาทำร้ายหรือล้อเลียนเมื่อไหร่ ทำให้สมาธิในการเรียนลดลงอย่างเห็นได้ชัด

ทำไมเรื่องนี้ถึงส่งผลระยะยาวต่ออนาคตของเด็ก

เมื่อสมองของเด็กถูกข่มขู่หรือลดทอนคุณค่าอยู่เป็นประจำ ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนความเครียดออกมามากเกินไป ซึ่งส่งผลต่อการตัดสินใจ การควบคุมอารมณ์ และการสร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่นในวัยผู้ใหญ่ หลายคนเมื่อโตขึ้นอาจกลายเป็นคนที่มีปัญหาในการไว้ใจคนอื่น หรือบางรายอาจมีพฤติกรรมก้าวร้าวเพื่อป้องกันตัวเองจากคนรอบข้าง เพราะประสบการณ์ในอดีตสอนเขาว่าโลกนี้เป็นพื้นที่ที่ต้องต่อสู้เพียงลำพัง

สัญญาณเตือนที่พ่อแม่และครูควรสังเกต

บ่อยครั้งที่เด็กไม่กล้าบอกตรงๆ ว่าถูกกลั่นแกล้ง หมออยากให้สังเกตสัญญาณเหล่านี้ให้ดี:

  • ไม่อยากไปโรงเรียนโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน
  • มีอาการทางกาย เช่น ปวดหัว ปวดท้องบ่อยๆ ก่อนไปโรงเรียน
  • เก็บตัวมากขึ้น ไม่ค่อยเล่าเรื่องที่โรงเรียนให้ฟังเหมือนเคย
  • ข้าวของเครื่องใช้เสียหาย หรือมีรอยฟกช้ำผิดปกติ
  • ผลการเรียนตกลงอย่างกะทันหัน

ช่วยเยียวยาจิตใจเด็กที่ผ่านการถูกกลั่นแกล้งอย่างไร

หัวใจสำคัญที่สุดคือการรับฟังโดยไม่ตัดสิน ไม่ใช่การบอกให้เขาสู้กลับหรือทนเอา แต่เป็นการให้เขารู้สึกว่ายังมีที่ปลอดภัยให้เขาได้พักพิง การมีพื้นที่ให้เขาระบายความรู้สึกโดยที่มีผู้ใหญ่รับฟังอย่างเข้าใจจะช่วยลดแรงกระแทกทางจิตใจได้มหาศาล หากพบว่าเด็กเริ่มมีอาการซึมเศร้าหนักหรือมีความคิดทำร้ายตัวเอง การพาน้องมาปรึกษาจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นเพื่อพูดคุยปรับกระบวนการทางความคิดเป็นสิ่งที่ควรทำอย่างยิ่ง เพราะการเยียวยาตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้เขากลับมามองเห็นคุณค่าในตัวเองและมีชีวิตที่สดใสได้อีกครั้ง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down