คนไข้หลายคนที่เข้ามาปรึกษาเรื่องมีบุตรยาก มักจะเริ่มต้นบทสนทนาด้วยความกังวลใจและคำถามมากมาย บางคนพยายามปล่อยธรรมชาติมาเป็นปี ตรวจสุขภาพเบื้องต้นแล้วดูปกติทุกอย่าง แต่พอย้อนประวัติลึกลงไปหรือตรวจเฉพาะทางเพิ่มเติม กลับพบว่ามีพังผืดเกาะหนาแน่นในอุ้งเชิงกรานหรือมีภาวะท่อนำไข่อุดตัน ซึ่งหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่พบได้บ่อยแต่คนไข้มักไม่ค่อยทราบหรือกล้าพูดถึงก็คือ ประวัติการติดเชื้อในระบบสืบพันธุ์ในอดีต โดยเฉพาะเชื้อหนองใน
เชื้อหนองในเข้าไปทำร้ายร่างกายและทำลายฝันการมีลูกอย่างไร?
หลายคนอาจเข้าใจผิดว่าการติดเชื้อหนองในเป็นเพียงเรื่องของอาการตกขาวผิดปกติหรืออาการแสบขัดชั่วคราวที่รักษาหายด้วยยาฆ่าเชื้อแล้วก็จบไป แต่ในความเป็นจริง เชื้อแบคทีเรียชนิดนี้มีพฤติกรรมที่น่ากลัวกว่านั้นมาก หากไม่ได้รับการรักษาอย่างรวดเร็วและถูกต้อง เชื้อจะค่อยๆ คืบคลานผ่านปากมดลูก เข้าสู่โพรงมดลูก และแพร่กระจายเข้าไปยังท่อนำไข่รวมถึงอุ้งเชิงกราน
เมื่อเชื้อเข้าไปถึงท่อนำไข่ ร่างกายจะเกิดปฏิกิริยาอักเสบอย่างรุนแรง และเมื่อการอักเสบเริ่มคลี่คลาย ร่างกายจะสร้างเนื้อเยื่อเกี่ยวพันหรือพังผืดขึ้นมาเพื่อซ่อมแซมบาดแผล ส่งผลให้ท่อนำไข่ที่เคยโปร่งโล่งและยืดหยุ่นกลับกลายเป็นตีบตัน บิดเบี้ยว หรือถูกทำลายอย่างถาวร ท่อนำไข่คือเส้นทางสำคัญที่ไข่และอสุจิจะเดินทางมาพบกันและปฏิสนธิ เมื่อเส้นทางนี้ถูกปิดตาย อสุจิก็ไม่สามารถเข้าไปผสมกับไข่ได้เลย
ทำไมโรคนี้ถึงร้ายกาจ? เมื่ออาการอักเสบซ่อนตัวโดยไม่มีสัญญาณเตือน
ความน่ากลัวอย่างยิ่งของเชื้อหนองในในเพศหญิงคือ ผู้หญิงจำนวนมากกว่าครึ่งที่ติดเชื้อนี้มักไม่มีอาการแสดงใดๆ หรือมีอาการเพียงเล็กน้อยจนมองข้ามไป เช่น มีตกขาวผิดปกติเล็กน้อย เจ็บเวลามีเพศสัมพันธ์ หรือปวดหน่วงท้องน้อยคล้ายปวดประจำเดือน ทำให้หลายคนไม่ได้เข้ารับการตรวจรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ
การปล่อยให้เชื้ออักเสบเรื้อรังอยู่ในร่างกายเงียบๆ เป็นเวลานาน คือสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดโรคอุ้งเชิงกรานอักเสบ ซึ่งเมื่อการอักเสบลุกลามจนกลายเป็นพังผืดหนาแน่น จะส่งผลกระทบระยะยาวจนเกิดเป็นภาวะมีบุตรยากในสตรีที่เป็นผลตามหลังจากการติดเชื้อหนองใน ซึ่งบางครั้งกว่าจะตรวจพบก็ต่อเมื่อเริ่มวางแผนครอบครัวและปล่อยให้มีลูกแล้วไม่สำเร็จเป็นเวลานานหลายปี
ตรวจเช็กอย่างไร เพื่อให้รู้เท่าทันความเสียหายที่เกิดขึ้นในร่างกาย
เมื่อคู่สมรสเผชิญกับปัญหามีบุตรยาก แพทย์จะแนะนำขั้นตอนการตรวจประเมินอย่างละเอียดเพื่อค้นหาต้นตอของปัญหา โดยเฉพาะในกรณีที่สงสัยว่าอาจมีพังผืดหรือท่อนำไข่อุดตัน ดังนี้
- การฉีดสีดูท่อนำไข่: เป็นการฉีดสารทึบรังสีเข้าไปทางปากมดลูกแล้วถ่ายภาพเอกซเรย์ เพื่อดูว่าสารทึบรังสีสามารถไหลผ่านท่อนำไข่ออกสู่ช่องท้องได้ตามปกติหรือไม่ วิธีนี้ช่วยประเมินการอุดตันของท่อนำไข่ได้อย่างชัดเจน
- การส่องกล้องตรวจในช่องท้อง: วิธีนี้ช่วยให้แพทย์สามารถมองเห็นพังผืด รอยโรค หรือการอุดตันในอุ้งเชิงกรานได้โดยตรงผ่านกล้องขนาดเล็ก และในบางกรณี แพทย์อาจทำการผ่าตัดเลาะพังผืดออกไปพร้อมกันในคราวเดียว
- การอัลตราซาวนด์อุ้งเชิงกราน: แม้จะไม่สามารถเห็นการอุดตันของท่อนำไข่แบบปกติได้ แต่ช่วยตรวจหาภาวะท่อนำไข่บวมน้ำ ซึ่งเป็นผลข้างเคียงจากการอักเสบติดเชื้อสะสมได้ดี
เมื่อเกิดขึ้นแล้ว จะมีแนวทางแก้ไขและช่วยให้คุณมีลูกได้อย่างไรบ้าง?
สำหรับคู่รักที่ตรวจพบว่าปัญหามีบุตรยากเกิดจากผลพวงของการติดเชื้อหนองในในอดีต ขอให้อย่าเพิ่งหมดหวัง เพราะเทคโนโลยีทางการแพทย์ทุกวันนี้ก้าวหน้าไปมากและมีเครื่องมือที่ช่วยแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การผ่าตัดส่องกล้องเพื่อเลาะพังผืด
หากพังผืดเกาะตัวไม่หนาแน่นมากนัก และโครงสร้างของท่อนำไข่ยังไม่เสียหายรุนแรง การผ่าตัดส่องกล้องเพื่อเลาะพังผืดและซ่อมแซมท่อนำไข่อาจช่วยให้คนไข้กลับมามีโอกาสตั้งครรภ์ตามธรรมชาติได้อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม วิธีนี้อาจไม่ได้ผลดีนักหากท่อนำไข่ถูกทำลายไปมากแล้ว
การทำเด็กหลอดแก้ว ตัวช่วยก้าวข้ามท่อนำไข่ที่เสียหาย
วิธีนี้ถือเป็นทางออกที่ดีที่สุดและได้รับความนิยมอย่างมากสำหรับผู้ที่มีปัญหาสายท่อนำไข่อุดตันทั้งสองข้าง เพราะขั้นตอนการทำเด็กหลอดแก้วจะเป็นการนำไข่และอสุจิมาปฏิสนธิกันภายนอกร่างกายในห้องปฏิบัติการ เลี้ยงจนเป็นตัวอ่อน แล้วจึงย้ายตัวอ่อนกลับเข้าไปฝังตัวในโพรงมดลูกโดยตรง ซึ่งเป็นการข้ามขั้นตอนการทำงานของท่อนำไข่ที่เสียหายไปเลย ทำให้โอกาสประสบความสำเร็จในการตั้งครรภ์อยู่ในเกณฑ์ที่สูงมาก
วิธีดูแลตัวเองและป้องกัน เพื่อไม่ให้ปัญหาบานปลายในอนาคต
นอกเหนือจากการรักษาแล้ว การดูแลตัวเองและการป้องกันไม่ให้เกิดการติดเชื้อซ้ำถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องใส่ใจ
- ตรวจคัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อย่างสม่ำเสมอ: หากวางแผนจะมีบุตรหรือตรวจพบอาการผิดปกติ ควรเข้าตรวจสุขภาพเชิงลึกเพื่อรักษาตั้งแต่ระยะแรกเริ่ม
- การใช้ถุงยางอนามัยอย่างถูกวิธี: เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการป้องกันการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ทุกชนิดในกรณีที่ยังไม่พร้อมมีบุตร
- รักษาคู่รักร่วมด้วยเสมอ: หากตรวจพบว่ามีการติดเชื้อ คู่รักจำเป็นต้องได้รับการตรวจและรักษาไปพร้อมกันเพื่อป้องกันการโยนเชื้อกลับไปกลับมา
ความผิดพลาดในอดีตหรือโรคที่เคยเกิดขึ้นไม่ใช่สิ่งที่จะต้องแบกรับความรู้สึกผิดเอาไว้ตลอดไป การยอมรับ ตรวจหาสาเหตุอย่างตรงจุด และเข้ารับการรักษาด้วยเทคโนโลยีที่เหมาะสม จะช่วยให้ความฝันในการมีลูกและสร้างครอบครัวที่สมบูรณ์แข็งแรงเป็นจริงได้อย่างปลอดภัยในที่สุด