ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เวลาที่ลูกรักมีไข้สูง คนเป็นพ่อแม่ย่อมกระวนกระวายใจเป็นธรรมดา ยิ่งถ้าไข้สูงต่อเนื่องกันเป็นสัปดาห์ ไปหาหมอมาแล้วหลายรอบก็ยังหาสาเหตุไม่เจอ ยาลดไข้ที่เคยกินก็ดูเหมือนจะช่วยได้แค่ชั่วคราวแล้วไข้ก็กลับมาใหม่ ความกังวลใจยิ่งทวีคูณเพิ่มขึ้นทุกนาที ความคิดต่าง ๆ นานาเริ่มพรั่งพรูเข้ามาว่าลูกกำลังเผชิญกับโรคร้ายแรงหรือไม่ ในฐานะหมอเด็ก หมอเข้าใจความรู้สึกนี้ดีที่สุด และอยากบอกว่าการที่เด็กคนหนึ่งมีไข้ต่อเนื่องนาน ๆ โดยยังหาสาเหตุไม่ได้ในช่วงแรก ไม่ได้แปลว่าจะไม่มีทางรักษาเสมอไป แต่จำเป็นต้องใช้เวลาและความละเอียดรอบคอบในการตรวจหาสาเหตุอย่างเป็นระบบ

แบบไหนที่เรียกว่า ไข้เรื้อรังไม่ทราบสาเหตุในเด็ก?

ในทางการแพทย์ เมื่อเด็กมีไข้สูงเกิน 38.3 องศาเซลเซียสบ่อยครั้ง และมีไข้ติดต่อกันนานเกิน 8 วันขึ้นไป โดยที่แพทย์ได้ทำการตรวจร่างกายเบื้องต้น ซักประวัติ และตรวจทางห้องปฏิบัติการพื้นฐานแล้วยังไม่พบสาเหตุที่แน่ชัด เราจะเรียกภาวะนี้ว่า ภาวะไข้ไม่ทราบสาเหตุเรื้อรัง (Fever of Unknown Origin หรือ FUO) ซึ่งแตกต่างจากไข้หวัดทั่วไปที่มักจะหายดีภายใน 3-5 วัน

ขั้นตอนที่คุณหมอใช้สืบค้นหาสาเหตุของไข้เรื้อรัง มีอะไรบ้าง?

การสืบค้นหาสาเหตุของไข้ที่หาสาเหตุยากเปรียบเสมือนการสืบสวนคดีของนักสืบ หมอจำเป็นต้องรวบรวมเบาะแสจากทุกช่องทางอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้ลูกน้อยต้องเจ็บตัวจากการเจาะเลือดหรือตรวจพิเศษโดยไม่จำเป็น ซึ่ง แนวทางการสืบค้นหาสาเหตุของภาวะไข้ไม่ทราบสาเหตุเรื้อรังในเด็กจะแบ่งออกเป็นระยะตามความเหมาะสมดังนี้

เริ่มต้นจากการพูดคุยเพื่อแกะรอยประวัติและการตรวจร่างกายอย่างละเอียด

นี่คือขั้นตอนที่สำคัญที่สุด หมอจะถามคำถามละเอียดมาก ตั้งแต่ประวัติการเดินทาง แหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติ การสัมผัสสัตว์เลี้ยงหรือสัตว์ป่า อาหารการกิน ยาที่เคยได้รับ ประวัติการเจ็บป่วยของคนในครอบครัว ไปจนถึงพฤติกรรมการเล่นของเด็ก จากนั้นจะเป็นการตรวจร่างกายตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เพื่อมองหาจุดบกพร่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น ต่อมน้ำเหลืองโต ผื่นตามผิวหนัง ข้ออักเสบ หรือขนาดของตับและม้ามที่อาจโตขึ้น

การตรวจเลือดและปัสสาวะเพื่อหาเบาะแสเบื้องต้น

หากการตรวจร่างกายยังไม่ให้คำตอบที่ชัดเจน ขั้นตอนถัดมาคือการตรวจทางห้องปฏิบัติการเบื้องต้น เช่น การตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือดเพื่อดูระดับเม็ดเลือดขาว เม็ดเลือดแดง และเกล็ดเลือด การตรวจปัสสาวะ การตรวจค่าการอักเสบในเลือด รวมถึงการเพาะเชื้อจากเลือดและปัสสาวะเพื่อตัดประเด็นเรื่องการติดเชื้อในกระแสเลือดออกไป

การตรวจคัดกรองเฉพาะทางเพิ่มเติมเมื่อมีสัญญาณบ่งชี้

หากผ่านขั้นตอนแรกแล้วไข้ยังไม่ลดลง หมอจะพิจารณาการตรวจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เช่น การถ่ายภาพเอกซเรย์ปอด การตรวจอัลตราซาวนด์ช่องท้องเพื่อดูอวัยวะภายใน หรือการตรวจเลือดหาภูมิคุ้มกันที่ทำงานผิดปกติ ในบางกรณีที่สลับซับซ้อน อาจจำเป็นต้องปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านโรคติดเชื้อ โรคภูมิคุ้มกัน หรือโรคเลือดในเด็ก เพื่อร่วมกันวางแผนการตรวจเฉพาะทางขั้นสูงต่อไป

3 กลุ่มโรคตัวการใหญ่ที่มักซ่อนตัวอยู่เบื้องหลังไข้เรื้อรัง

จากการเก็บสถิติและประสบการณ์การรักษา หมอพบว่าสาเหตุของไข้เรื้อรังในเด็กส่วนใหญ่มักจะหนีไม่พ้น 3 กลุ่มโรคหลักนี้

1. กลุ่มโรคติดเชื้อเรื้อรัง

เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดในเด็กไทย โดยเฉพาะการติดเชื้อแบคทีเรียที่ซ่อนอยู่ตามอวัยวะต่าง ๆ เช่น การติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ โรควัณโรค การติดเชื้อที่กระดูกและข้อ หรือแม้แต่โรคติดเชื้อจากไวรัสบางชนิดที่ดำเนินโรคยาวนานกว่าปกติ

2. กลุ่มโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง หรือโรคข้ออักเสบในเด็ก

เมื่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานสับสน แทนที่จะต่อสู้กับเชื้อโรคกลับหันมาโจมตีเนื้อเยื่อของตัวเอง ทำให้เกิดการอักเสบทั่วร่างกายและมีไข้ต่ำ ๆ ถึงไข้สูงเรื้อรัง เช่น โรคข้ออักเสบไม่ทราบสาเหตุในเด็ก หรือโรคพุ่มพวง

3. กลุ่มโรคมะเร็งและโรคระบบเลือด

แม้จะเป็นกลุ่มโรคที่สร้างความกังวลใจให้พ่อแม่มากที่สุด แต่ก็เป็นกลุ่มที่ต้องตรวจสืบค้นให้แน่ชัด เช่น โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว หรือโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ซึ่งมักจะมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น ซีด มีจุดเลือดออกตามตัว หรือตับม้ามโต

สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่สามารถช่วยหมอได้ในการสังเกตอาการลูกที่บ้าน

การจดบันทึกรายละเอียดของไข้เป็นข้อมูลที่มีค่ามหาศาลสำหรับแพทย์ในการวินิจฉัยโรค พ่อแม่ควรจดสิ่งเหล่านี้ไว้เพื่อนำมาแจ้งแพทย์ในการตรวจครั้งต่อไป:

  • ตารางเวลาของไข้: ไข้ขึ้นเวลาไหนบ้าง วันละกี่ครั้ง สูงสุดกี่องศาเซลเซียส และไข้ลดลงสนิทดีหรือไม่หลังจากกินยาลดไข้
  • อาการร่วมอื่น ๆ: ลูกมีอาการเบื่ออาหาร น้ำหนักลด อ่อนเพลีย ปวดตามข้อ มีผื่นขึ้นตอนไข้ขึ้น หรือมีอาการไอ น้ำมูกร่วมด้วยหรือไม่
  • พฤติกรรมในช่วงที่ไม่มีไข้: เมื่อไข้ลดลงแล้ว ลูกยังสามารถวิ่งเล่น ทานอาหารได้ตามปกติ หรือยังคงซึมและงอแงอยู่

สัญญาณเตือนอันตรายที่คุณพ่อคุณแม่ห้ามละเลยเด็ดขาด

แม้ว่าเรากำลังอยู่ในกระบวนการตรวจหาสาเหตุ แต่หากลูกมีอาการดังต่อไปนี้ร่วมกับอาการไข้เรื้อรัง ควรรีบพามาพบแพทย์ด่วนที่สุดโดยไม่ต้องรอวันนัดหมาย:

  • ซึมลงอย่างเห็นได้ชัด ไม่ยอมกินนมหรืออาหาร ปลุกตื่นยาก
  • หายใจหอบเหนื่อย ชายโครงบุ๋ม หรือมีอาการชัก
  • มีจ้ำเลือดคล้ายรอยช้ำตามผิวหนัง หรือมีจุดแดงเล็ก ๆ ขึ้นตามตัว
  • บ่นปวดหัวรุนแรง อาเจียนพุ่ง หรือคอแข็งเกร็ง

การเผชิญกับภาวะไข้เรื้อรังของลูกน้อยเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากและเต็มไปด้วยความเครียด แต่การสืบค้นหาสาเหตุอย่างเป็นขั้นตอนและใจเย็นร่วมกับกุมารแพทย์ จะช่วยให้เราค้นพบต้นตอของโรคและรับมือได้อย่างถูกต้องและปลอดภัยที่สุด

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down