ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

คุณพ่อคุณแม่หลายท่านอาจเคยสังเกตลูกน้อย แล้วอดสงสัยไม่ได้ว่า "ลูกเราหายใจเร็วไปไหมนะ?" บางทีก็เห็นอกบุ๋ม บางทีก็ตัวเล็กจนแยกแยะได้ยาก การสังเกตการหายใจของลูกเป็นเรื่องสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่ทุกคนควรรู้ เพราะภาวะหายใจเร็วเป็นสัญญาณเตือนแรกๆ ที่บอกว่าร่างกายของลูกกำลังทำงานหนักผิดปกติ หรืออาจมีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ

ในบทความนี้ คุณหมอจะชวนคุณพ่อคุณแม่มาเรียนรู้วิธีสังเกต และทำความเข้าใจเกณฑ์การวินิจฉัยภาวะหายใจเร็วในเด็กตามช่วงอายุต่างๆ เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่สามารถดูแลลูกได้อย่างทันท่วงที และสบายใจมากขึ้น

ลูกหายใจเร็วไปไหมนะ? ทำไมคุณพ่อคุณแม่ต้องใส่ใจ

ภาวะหายใจเร็ว หรือที่ศัพท์ทางการแพทย์เรียกว่า Tachypnea คือการที่เด็กมีอัตราการหายใจเร็วกว่าปกติเมื่อเทียบกับเด็กในวัยเดียวกัน ซึ่งเป็นกลไกที่ร่างกายพยายามชดเชยเมื่อออกซิเจนในเลือดไม่เพียงพอ หรือเมื่อมีภาวะติดเชื้อต่างๆ เช่น ปอดอักเสบ หลอดลมฝอยอักเสบ หรือแม้แต่ภาวะหัวใจล้มเหลว

การที่ลูกหายใจเร็วผิดปกติเป็นสัญญาณเตือนว่าร่างกายกำลังต่อสู้กับอะไรบางอย่าง การที่พ่อแม่รับรู้และสังเกตได้เร็ว จะช่วยให้ลูกได้รับการวินิจฉัยและรักษาได้ทันเวลา ซึ่งอาจช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้

ก่อนจะนับ: มาเตรียมตัวให้พร้อมกันก่อนดีกว่า

การนับอัตราการหายใจของลูกน้อยอาจดูเหมือนยาก แต่จริงๆ แล้วไม่ซับซ้อนเลย หากเรารู้วิธีที่ถูกต้อง

  • ให้ลูกอยู่ในภาวะสงบ: เลือกช่วงเวลาที่ลูกหลับ หรือกำลังพักผ่อน ไม่ใช่ตอนที่กำลังร้องไห้ เล่น หรือเพิ่งตื่นเต้น เพราะการทำกิจกรรมเหล่านี้จะทำให้อัตราการหายใจสูงขึ้นชั่วคราวได้
  • มองดูที่หน้าอกหรือหน้าท้อง: สังเกตการขึ้นลงของหน้าอกหรือหน้าท้อง นับ 1 ครั้งเมื่อหน้าอกหรือหน้าท้องพองขึ้นและยุบลงครบหนึ่งรอบ
  • นับนานแค่ไหน: เพื่อนับให้ได้ค่าที่แม่นยำที่สุด ควรก้มหน้าลงไปใกล้ๆ หน้าท้องหรือหน้าอกลูก และนับเป็นเวลา 1 นาทีเต็มๆ (ห้ามแค่ 15 วินาทีแล้วคูณสี่เด็ดขาด เพราะอาจคลาดเคลื่อนได้มาก)
  • ทำซ้ำ 2-3 ครั้ง: หากไม่มั่นใจในครั้งแรก ลองนับซ้ำอีก 1-2 ครั้ง แล้วนำค่าที่ได้มาหาค่าเฉลี่ย เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่น่าเชื่อถือ

เกณฑ์ 'หายใจเร็ว' ที่คุณหมอใช้ดูในเด็กแต่ละวัย

สิ่งสำคัญที่ต้องจำคือ เกณฑ์การหายใจเร็วในเด็กจะแตกต่างกันไปตามช่วงอายุ เพราะระบบทางเดินหายใจของเด็กแต่ละวัยยังพัฒนาไม่เต็มที่เท่ากัน คุณหมอจะแบ่งเกณฑ์ง่ายๆ ตามนี้

เด็กแรกเกิด - 2 เดือน (0-2 เดือน)

  • อัตราการหายใจปกติ: ประมาณ 30-50 ครั้งต่อนาที
  • เมื่อไหร่ที่เรียกว่า 'หายใจเร็ว': มากกว่า 60 ครั้งต่อนาที
  • เด็กวัยนี้มักมีอัตราการหายใจที่ค่อนข้างถี่อยู่แล้ว การหายใจเร็วกว่า 60 ครั้งต่อนาที ถือเป็นสัญญาณสำคัญที่ต้องระวัง

เด็กอายุ 2 เดือน - 1 ปี

  • อัตราการหายใจปกติ: ประมาณ 25-40 ครั้งต่อนาที
  • เมื่อไหร่ที่เรียกว่า 'หายใจเร็ว': มากกว่า 50 ครั้งต่อนาที
  • ในเด็กวัยนี้ การหายใจเร็วกว่า 50 ครั้งต่อนาที ควรได้รับการประเมินจากแพทย์

เด็กอายุ 1 ปี - 5 ปี

  • อัตราการหายใจปกติ: ประมาณ 20-30 ครั้งต่อนาที
  • เมื่อไหร่ที่เรียกว่า 'หายใจเร็ว': มากกว่า 40 ครั้งต่อนาที
  • เมื่อลูกอยู่ในวัยหัดเดินจนถึงเข้าโรงเรียนเล็กๆ การหายใจเร็วกว่า 40 ครั้งต่อนาที ถือว่าผิดปกติ

เด็กอายุ 5 ปีขึ้นไป

  • อัตราการหายใจปกติ: ประมาณ 15-25 ครั้งต่อนาที
  • เมื่อไหร่ที่เรียกว่า 'หายใจเร็ว': มากกว่า 30 ครั้งต่อนาที
  • เด็กโตใกล้เคียงผู้ใหญ่มากขึ้น การหายใจเร็วกว่า 30 ครั้งต่อนาที เป็นสัญญาณที่ต้องพิจารณา

ข้อควรจำ: ตัวเลขเหล่านี้เป็นเพียงค่าเฉลี่ยและเกณฑ์เบื้องต้นเท่านั้น หากคุณพ่อคุณแม่ไม่สบายใจหรือไม่แน่ใจในอาการของลูก ควรปรึกษาแพทย์เสมอ

แค่หายใจเร็วอย่างเดียวพอไหม? สังเกตอาการอื่นร่วมด้วย

นอกจากการนับอัตราการหายใจแล้ว การสังเกตอาการอื่นๆ ร่วมด้วยจะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่ประเมินสถานการณ์ได้ดียิ่งขึ้น

  • อกบุ๋ม/ชายโครงบุ๋ม (Retractions): สังเกตเห็นบริเวณซี่โครงหรือใต้ซี่โครงยุบตัวลงไปตามจังหวะการหายใจอย่างชัดเจน นั่นหมายถึงลูกกำลังพยายามหายใจอย่างหนัก
  • ปีกจมูกบาน (Nasal flaring): เวลาหายใจเข้า ปีกจมูกของลูกจะขยายออกใหญ่กว่าปกติ
  • ตัวเขียว/ปากเขียว (Cyanosis): ริมฝีปากหรือปลายมือปลายเท้ามีสีคล้ำลง นั่นหมายถึงร่างกายขาดออกซิเจนอย่างรุนแรง
  • เสียงหายใจผิดปกติ: มีเสียงหวีด วี้ดๆ (Wheezing) เสียงครืดคราด หรือเสียงหายใจดังผิดปกติ
  • ซึม ไม่ร่าเริง: ลูกดูอ่อนเพลีย ไม่เล่น ไม่ยอมกินนมหรืออาหาร
  • กระสับกระส่าย: ลูกดูไม่สบายตัว งอแงผิดปกติ

เมื่อไหร่ที่ต้องรีบพาไปหาคุณหมอทันที?

หากคุณพ่อคุณแม่สังเกตเห็นอาการเหล่านี้ในลูกน้อย ไม่ว่าอัตราการหายใจจะเป็นเท่าไรก็ตาม ควรรีบพาลูกไปพบแพทย์ทันที

  • ลูกหายใจเร็วเกินเกณฑ์ที่กำหนดในแต่ละช่วงอายุ
  • มีอาการอกบุ๋ม หรือชายโครงบุ๋มชัดเจน
  • ปีกจมูกบาน
  • มีเสียงหายใจผิดปกติ เช่น เสียงหวีด หรือเสียงครืดคราด
  • ริมฝีปาก หรือปลายมือปลายเท้ามีสีเขียวคล้ำ
  • ลูกซึมลงมาก ไม่เล่น ไม่ตอบสนอง หรือปลุกตื่นยาก
  • มีไข้สูงร่วมกับอาการหายใจผิดปกติ
  • ลูกหายใจลำบาก ดูเหนื่อยหอบอย่างเห็นได้ชัด

การเข้าใจเกณฑ์และรู้จักสังเกตอาการเหล่านี้ จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่สามารถเป็นฮีโร่ตัวจริงที่ช่วยชีวิตลูกน้อยได้ หากลูกมีอาการผิดปกติเกิดขึ้น อย่าลังเลที่จะปรึกษาแพทย์ เพื่อให้ลูกน้อยได้รับการดูแลรักษาอย่างเหมาะสมและทันท่วงที

ด้วยความห่วงใยจากคุณหมอ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down