ลูกป่วยบ่อยเพราะอะไร? พามาทำความรู้จักหน้าตาตัวร้ายกันดีกว่า
เวลาที่คุณพ่อคุณแม่พาลูกน้อยมาหาหมอที่คลินิกด้วยอาการไข้ ไอ น้ำูกไหล หรือท้องเสีย สิ่งแรกที่มักจะได้ยินหมอถามกลับไปเสมอก็คือช่วงนี้ที่โรงเรียนหรือแถวบ้านมีใครป่วยไหม เพราะเกือบแปดสิบถึงเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ของอาการป่วยในเด็กเล็ก มักจะมีผู้ร้ายตัวฉกาจที่เรียกว่าไวรัสเป็นต้นเหตุเสมอ
หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมเด็กๆ ถึงติดเชื้อกันง่ายเหลือเกิน นั่นก็เพราะภูมิคุ้มกันของเจ้าตัวเล็กยังพัฒนา ชนิดของเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุ จึงมีหลากหลายและพร้อมใจกันหมุนเวียนมาทักทายลูกเราได้ตลอดทั้งปี วันนี้หมอเลยอยากชวนคุณพ่อคุณแม่มาทำความรู้จักกับแก๊งไวรัสตัวแสบเหล่านี้ เพื่อจะได้รู้ทันและรับมือได้อย่างถูกต้องครับ
ไวรัสอาร์เอสวี (RSV): ตัวร้ายเรื่องทางเดินหายใจที่ต้องระวังเป็นพิเศษ
ถ้าพูดถึงโรคหวัดในเด็กช่วงนี้ ชื่อของไวรัสอาร์เอสวีต้องลอยมาเป็นอันดับต้นๆ เจ้าตัวนี้ไม่ได้ทำให้แค่เป็นหวัดธรรมดา แต่มักจะเล่นงานหลอดลมฝอยของเด็กเล็กๆ ทำให้เกิดอาการอักเสบ บวม มีเสมหะเหนียวข้น
อาการเริ่มต้นจะเหมือนหวัดทั่วไปคือมีไข้ ไอ จาม แต่ถ้าลูกมีอาการหายใจเร็ว หายใจจนอกบุ๋ม หายใจมีเสียงครืดคราด หรือซึมลง นั่นแปลว่าไวรัสตัวนี้เริ่มทำพิษรุนแรงแล้ว คุณพ่อคุณแม่ต้องรีบพาลมาตรวจที่คลินิกทันที เพราะในเด็กเล็กบางคนอาจลามไปถึงขั้นปอดบวมได้เลย
ไวรัสโรตาและโนโรไวรัส: คู่หูตัวป่วนระบบทางเดินอาหาร
ลูกอาเจียนพุ่ง ท้องเสียถ่ายเป็นน้ำจนหมดแรง ส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากอาหารเป็นพิษอย่างเดียว แต่ร้อยละใหญ่เกิดจากไวรัสกลุ่มนี้ โดยเฉพาะ ชนิดของเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุ อย่างไวรัสโรตาที่มักเล่นงานเด็กอายุต่ำกว่าสองขวบ
ความน่ากลัวของไวรัสกลุ่มนี้คือทำให้ร่างกายขาดน้ำอย่างรวดเร็ว ลูกจะซึมและริมฝีปากแห้ง การดูแลเบื้องต้นคือการจีบเกลือแร่โออาร์เอสทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง ห้ามให้ยาหยุดถ่ายเองเด็ดขาดเพราะจะทำให้เชื้อโรคค้างอยู่ในลำไส้
ไข้หวัดใหญ่และโควิด-19: ไข้สูงปวดเมื่อยที่มาตามฤดูกาล
กลุ่มนี้ถือเป็นไวรัสคลาสสิกที่อยู่คู่กับมนุษย์เรามานาน ไข้หวัดใหญ่จะมาแน่ๆ ช่วงเปลี่ยนฤดู เด็กๆ จะมีไข้สูงเฉียบพลัน ปวดเมื่อยตัว ปวดหัว และไอแห้งๆ ส่วนโควิด-19 ในเด็กปัจจุบันอาการส่วนใหญ่ก็คล้ายคลึงกับไข้หวัดใหญ่และไข้หวัดทั่วไป การแยกว่าติดตัวไหนต้องอาศัยการตรวจคัดกรอง หรือ ATK ควบคู่ไปด้วย
สิ่งสำคัญคือการสังเกตไข้สูง ถ้าไข้ไม่ยอมลดหรือชักเนื่องจากไข้สูง ต้องรีบเช็ดตัวและให้ยาลดไข้ตามน้ำหนักตัวอย่างเคร่งครัด
มือ เท้า ปาก และเฮอร์แปงไจนา: ไวรัสในช่องปากที่ทำลูกกินอะไรไม่ได้
เวลาลูกงอแงไม่ยอมกินนม ไม่ยอมกินข้าว น้ำลายไหลยืด ปวดปาก หมอตรวจดูมักจะเจอแผลในคอหรือตุ่มใสที่มือ เท้า และก้น เจ้าตัวการ์ตูนกลุ่มนี้คือเอนเทอโรไวรัส หรือที่เรารู้จักกันในโรค มือ เท้า ปาก และเฮอร์แปงไจนา
อาการจะน่าสงสารมากเพราะเจ็บคอจนกลืนน้ำลายตัวเองไม่ได้ การรักษาหลักๆ เป็นการรักษาตามอาการ ประคบเย็น กินอาหารอ่อนๆ เช่น ไอศกรีม หรือโยเกิร์ตเย็นๆ เพื่อช่วยลดความเจ็บในปาก และต้องระวังภาวะแทรกซ้อนทางสมองที่อาจเกิดขึ้นได้ในบางสายพันธุ์
วิธีป้องกันและเสริมภูมิคุ้มกันให้ลูกรักห่างไกลจากไวรัส
- ล้างมือบ่อยๆ: สอนลูกให้ล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาดให้เป็นนิสัยหลังจับของเล่นหรือก่อนกินข้าว
- หลีกเลี่ยงพื้นที่แออัด: ในช่วงที่มีการระบาดของโรคทางเดินหายใจ ควรงดพาเด็กเล็กไปเที่ยวห้างสรรพสินค้า
- ฉีดวัคซีนเสริม: ปัจจุบันเรามีวัคซีนป้องกันโรคสำคัญหลายชนิด เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่ประจำปี วัคซีนโรตา หรือวัคซีนป้องกัน RSV ในกลุ่มเสี่ยง ช่วยลดความรุนแรงของโรคได้ดีมาก
- พักผ่อนให้เพียงพอ: นอนหลับให้สนิทและกินอาหารครบห้าหมู่เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ
การที่ลูกป่วยบ้างเป็นเรื่องธรรมดาของการสร้างภูมิคุ้มกัน แต่ถ้าคุณพ่อคุณแม่เข้าใจธรรมชาติของเชื้อโรคแต่ละชนิด ก็จะสามารถดูแลลูกรักได้อย่างใจเย็นและปลอดภัยครับ