เวลาที่หมอบอกคนไข้ว่า สงสัยว่าจะเป็นโรคต้อหิน หรือจำเป็นต้องตรวจเช็กความดันในตาอย่างละเอียด สิ่งที่คนไข้มักจะถามตามมาบ่อยๆ คือ การตรวจตาแบบเดิมไม่พอหรอกหรือ ทำไมถึงต้องมีการส่องกล้องตรวจมุมตาด้วยเลนส์พิเศษเพิ่มเติม วันนี้หมอเลยอยากชวนคุยเรื่องนี้กันแบบสบายๆ เหมือนเวลาเรานั่งคุยกันในห้องตรวจ เพื่อให้ทุกคนเข้าใจได้ง่ายขึ้นว่าเจ้าเลนส์ตัวนี้มันหน้าตาเป็นอย่างไร และทำไมหมอตาทุกคนถึงให้ความสำคัญนัก
โรคต้อหินกับมุมตา เกี่ยวުރข้องกันอย่างไร
ก่อนจะไปถึงเรื่องเลนส์พิเศษ หมออยากให้เห็นภาพการไหลเวียนของน้ำในลูกตาก่อนครับ ภายในตาของเราจะมีน้ำหล่อสร้างขึ้นมาตลอดเวลาเพื่อเลี้ยงเนื้อเยื่อ แล้วก็น้ำนี้จะไหลระบายออกไปทางท่อระบายน้ำเล็กๆ ที่อยู่ตรงรอยต่อระหว่างกระจกตากับม่านตา ซึ่งจุดนี้แหละที่เราเรียกว่า มุมตา (Angle)
ถ้าเปรียบเทียบให้เห็นภาพง่ายที่สุด มุมตาก็เหมือนท่อน้ำทิ้งของอ่างล้างหน้าครับ ถ้าระบายน้ำออกได้ดี น้ำก็ไม่ล้น ความดันในตาก็ปกติ แต่ถ้าท่อนี้เริ่มตีบ ตัน หรือมีอะไรมาขวางทางเดินน้ำ น้ำในตาก็จะคั่งค้าง ทำให้ความดันในลูกตาสูงขึ้น และเจ้าความดันที่สูงนี่เองที่จะค่อยๆ ไปเบียดทำลายเส้นประสาทตา จนนำไปสู่ภาวะต้อหินที่ทำให้ลานสายตาแคบลงและเสี่ยงต่อการมองไม่เห็นในที่สุด
ทำไมการตรวจตาแบบปกติถึงยังไม่พอ
เวลาเราไปตรวจวัดสายตาหรือส่องดูจอประสาทตาตามปกติ หมอจะใช้เครื่องมือส่องดูส่วนหน้าของดวงตา แต่ด้วยความที่มุมตามันอยู่ลึกลงไป และถูกบังด้วยความโค้งของกระจกตา ทำให้แสงสะท้อนกลับมาจนเรามองไม่เห็นซอกมุมข้างในนั้นได้โดยตรง เหมือนเวลาเราพยายามมองลงไปในท่อระบายน้ำมืดๆ ที่อยู่ใต้ซิงค์ล้างจานจากมุมมองด้านบนตรงๆ เราจะมองไม่เห็นอะไรเลยนอกจากความมืด
นี่จึงเป็นเหตุผลที่เราจำเป็นต้องใช้ตัวช่วยพิเศษ นั่นก็คือ การตรวจมุมตาด้วยเลนส์พิเศษ หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า Gonioscopy เพื่อเปิดมุมมองให้หมอสามารถมองเห็นโครงสร้างภายในมุมตาได้อย่างชัดเจนทุกซอกทุกมุม
หน้าตาและขั้นตอนการตรวจด้วยเลนส์พิเศษเป็นอย่างไร เจ็บไหม?
พอพูดถึงคำว่าเลนส์พิเศษ คนไไข้มักจะจินตนาการไปน่ากลัวว่าต้องมีการผ่าตัดหรือเจาะตาหรือเปล่า หมอต้องบอกตรงนี้เลยว่าไม่ต้องกังวลครับ ขั้นตอนไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดเลย
- หยอดยาชา: ก่อนเริ่มตรวจ หมอจะหยอดตาด้วยยาชาเฉพาะที่ให้ก่อน เพื่อให้คนไข้ไม่รู้สึกเจ็บหรือระคายเคืองตอนที่เลนส์สัมผัสกับผิวดวงตา
- ใส่เจลใส: จากนั้นจะหยดเจลใสๆ หล่อลื่นลงบนผิวตา เพื่อช่วยนำแสงและป้องกันไม่ให้เลนส์ไปขูดถูกกระจกตา
- ส่องตรวจ: หมอจะนำเลนส์พิเศษขนาดเล็ก ซึ่งมีกระจกเงาอยู่ด้านใน วางเบาๆ ลงบนกระจกตาของคนไข้ แล้วมองผ่านกล้องจุลทรรศน์ตรวจตา (Slit Lamp) เลนส์ตัวนี้จะช่วยหักเหแสงทำให้เรามองเห็นมุมตาที่ซ่อนอยู่ได้อย่างชัดเจน
ใช้เวลาตรวจทั้งหมดไม่เกิน 5 ถึง 10 นาทีเท่านั้นครับ ระหว่างตรวจอาจจะรู้สึกเหมือนมีอะไรมาสัมผัสที่ตาเบาๆ และเห็นแสงไฟสว่างขึ้นบ้าง แต่ไม่มีอาการเจ็บปวดแต่อย่างใด
ใครบ้างที่หมอจะแนะนำให้ตรวจมุมตาด้วยวิธีนี้
ไม่ใช่ทุกคนที่เดินเข้ามาในคลินิกจะต้องตรวจด้วยเลนส์พิเศษครับ หมอมักจะเลือกใช้ในกรณีเหล่านี้
- คนไข้ที่สงสัยว่าเป็นโรคต้อหิน: เพื่อดูว่าเป็นต้อหินมุมเปิดหรือต้อหินมุมปิด ซึ่งแนวทางการรักษาจะต่างกันคนละเรื่องเลย
- คนที่มีความดันในตาสูงผิดปกติ: หมอต้องเช็กดูว่าท่อระบายน้ำในตามีความผิดปกิตรงไหน ทำไมน้ำถึงระบายออกไม่ทัน
- ผู้สูงอายุหรือคนที่มีภาวะสายตายาวมากๆ: คนกลุ่มนี้มักจะมีลักษณะกายภาพของลูกตาที่มุมตาแคบโดยกำเนิด ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดต้อหินมุมปิดเฉียบพลันที่ทำให้ปวดตาอย่างรุนแรง
- คนที่มีประวัติอุบัติเหตุที่ดวงตา: แรงกระแทกอาจทำให้โครงสร้างภายในมุมตาฉีกขาดหรือเสียหายได้
ข้อดีของการตรวจพบความผิดปกติตั้งแต่เนิ่นๆ
การตรวจมุมตาด้วยเลนส์พิเศษนี้ เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้หมอวางแผนการรักษาได้อย่างแม่นยำที่สุด หากเราเจอว่ามุมตาแคบก่อนที่โรคต้อหินจะแสดงอาการ เราก็สามารถหาทางป้องกัน เช่น การทำเลเซอร์เปิดมุมตา เพื่อช่วยระบายน้ำในตา ลดความเสี่ยงที่ความดันตาจะพุ่งสูงจนเฉียบพลัน ซึ่งวิธีนี้ช่วยปกป้องการมองเห็นของคนไข้ไว้ได้มหาศาล
ดังนั้น ถ้าวันไหนหมอแนะนำว่าถึงเวลาที่ต้องตรวจมุมตาด้วยเลนส์พิเศษแล้ว ขอให้สบายใจได้เลยนะครับว่านี่คือขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยให้เราเข้าใจความลับที่ซ่อนอยู่ข้างในดวงตา และดูแลรักษาสายตาคู่นี้ให้อยู่กับเราไปได้นานที่สุดครับ