เมนูแซ่บๆ ที่อาจพกพาร้ายมาด้วย
เวลาพูดถึงอาหารอีสานบ้านเรา เมนูลาบ ก้อย หรือปลาดิบส้มปลา ที่มีความสดและรสชาติจัดจ้าน มักจะเป็นจานโปรดบนโต๊ะอาหารของใครหลายคน แต่เบื้องความแซ่บนั้น หลายคนอาจลืมคิดไปว่า อาหารเหล่านี้มักทำจากเนื้อปลาเกล็ดขาวน้ำจืดแบบดิบๆ หรือสุกๆ ดิบๆ ซึ่งเป็นแหล่งอาศัยชั้นดีของเจ้าตัวร้ายที่ชื่อว่าพยาธิใบไม้ตับ
ในฐานะหมอที่ตรวจคนไข้มานาน เวลาเจอเค้ารuติวเรื่องโรคตับอักเสบเรื้อรังหรือถุงน้ำดีอักเสบ หลายครั้งต้นตอไม่ได้มาจากแอลกอฮอล์หรือพันธุกรรม แต่กลับมาจากเจ้าพยาธิบตัวเล็กๆ ตัวนี้แหละครับที่แอบเข้าไปอาศัยอยู่ในร่างกายเราโดยไม่รู้ตัว นานวันเข้าอาจนำไปสู่โรคร้ายแรงอย่างมะเร็งท่อน้ำดีได้เลยทีเดียว
พยาธิใบไม้ตับหน้าตาเป็นอย่างไร และเข้าไปอยู่ในตัวเราได้อย่างไร
เจ้าพยาธิใบไม้ตับนี้ เป็นหนอนพยาธิแบนๆ ขนาดจิ๋ว ยาวประมาณใบไม้สมชื่อ วงจรชีวิตของมันค่อนข้างซับซ้อน เริ่มจากไข่พยาธิหลุดปนลงไปในแหล่งน้ำ ถูกหอยทากกินเข้าไป แล้วไปเจริญเติบโตต่อในปลาเกล็ดขาวตัวเล็กๆ ในน้ำจืด เช่น ปลาตะเพียน ปลาสร้อย
เมื่อเรากินปลาดิบๆ เข้าไป เจ้าตัวอ่อนพยาธิที่ซ่อนอยู่ตามเนื้อปลาจะเดินทางผ่านกระเพาะอาหาร เจาะทะลุกระเพาะอาหารและตับอ่อน จนไปฝังตัวอยู่ในท่อน้ำดีภายในตับของเรา เติบโตเป็นตัวเต็มวัยและแอบผลิตไข่ออกมานับพันตัวทุกวัน วงจรชีวิตในตัวเรานี่แหละที่สร้างความเสียหายให้กับตับอย่างเงียบๆ
เช็กตัวเองด่วน: สัญญาณเตือนภัยแบบไหนที่แปลว่าตับเริ่มมีปัญหา
ช่วงแรกของการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับ ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักไม่มีอาการอะไรเลยครับ เรียกว่ากินอร่อยปากแต่แบกโรคไว้ในตัว จนกระทั่งผ่านไปหลายเดือนหรือหลายปี เมื่อพยาธิมีจำนวนมากขึ้นและเริ่มอุดตันทางเดินน้ำดี ร่างกายถึงเริ่มส่งสัญญาณเตือน
- แน่นท้องและจุกเสียดบริเวณชายโครงขวา: อาการคล้ายโรคกระเพาะหรืออาหารไม่ย่อย แต่พอกินยาแล้วก็ไม่หายขาด
- เบื่ออาหารและน้ำหนักลด: อยู่ๆ ก็รู้สึกไม่อยากอาหาร ทานได้น้อยลงโดยไม่มีสาเหตุ
- ตัวเหลืองตาเหลือง: เริ่มมีภาวะดีซ่าน เมื่อท่อน้ำดีอักเสบหรือถูกพยาธิอุดตันจนน้ำดีระบายไม่ได้
- มีไข้ต่ำๆ และอ่อนเพลีย: เกิดจากการอักเสบเรื้อรังในตับและท่อน้ำดี
ตรวจให้ชัวร์ก่อนสาย: วิธีเช็กว่ามีพยาธิซ่อนอยู่ไหม
ถ้าใครรู้ตัวว่าชอบกินปลาดิบเป็นชีวิตจิตใจ หรือเริ่มมีอาการคล้ายคลึงกับที่หมอเล่ามา การมาตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลคือทางออกที่ดีที่สุดครับ แพทย์สามารถวินิจฉัยโรคนี้ได้ไม่ยาก
วิธีที่มาตรฐานที่สุดคือการนำอุจจาระไปตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์เพื่อหาไข่พยาธิใบไม้ตับ นอกจากนี้ ในปัจจุบันยังมีการเจาะเลือดตรวจหาภูมิคุ้มกัน หรือการทำอัลตราซาวนด์ช่องท้อง เพื่อดูสภาพความเสียหายของตับและท่อน้ำดีร่วมด้วย ทำให้เราเห็นภาพชัดเจนว่าข้างในตับเกิดอะไรขึ้นบ้าง
วิธีรักษาและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อความปลอดภัย
ข่าวดีคือ หากตรวจพบเร็ว การรักษาการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับทำได้ไม่ยากเลยครับ แพทย์จะให้รับประทานยาฆ่าพยาธิ ซึ่งเป็นยาเม็ดที่ใช้เวลาทานไม่กี่มื้อ ตัวยาจะออกฤทธิ์จัดการกับพยาธิในตับให้ออกมาทางอุจจาระ
แต่สิ่งที่สำคัญกว่าการกินยาคือการป้องกันไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ เพราะต่อให้รักษาหายแล้ว หากยังกลับไปทานลาบปลาดิบแบบเดิมอีก ก็มีโอกาสติดเชื้อซ้ำได้เรื่อยๆ ทางออกที่ดีที่สุดคือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน
- หลีกเลี่ยงการกินปลาดิบ: งดเมนูลาบ ก้อย ปลาส้ม หรือปลาดิบจากปลาเกล็ดขาวน้ำจืดโดยเด็ดขาด
- ปรุงสุกด้วยความร้อน: ต้องมั่นใจว่าเนื้อปลาผ่านความร้อนจนสุกทั่วถึงจริงๆ เพราะความร้อนคือวิธีเดียวที่จะทำลายตัวอ่อนพยาธิได้
- ตรวจสุขภาพประจำปี: สำหรับคนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงหรือมีประวัติชอบทานอาหารเหล่านี้ ควรถ่ายอุจจาระตรวจคัดกรองพยาธิเป็นประจำทุกปี
สุขภาพตับเป็นเรื่องใหญ่ การตามใจปากด้วยความอร่อยเพียงชั่วครู่ อาจแลกมาด้วยปัญหารักษาเรื้อรังในอนาคต หันมาทานอาหารที่ปรุงสุกสะอาด เพื่อตับที่แข็งแรงอยู่กับเราไปนานๆ ดีกว่าครับ