ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมเป็นไข้เลือดออกแล้วต้องระวังให้มาก

ช่วงหน้าฝนทีไร คนไข้มักจะเดินเข้ามาปรึกษาด้วยอาการไข้สูงลอย กินยาลดไข้แล้วอาการไม่ดีขึ้น ซึ่งหนึ่งในโรคที่หมอเน้นย้ำให้ทุกคนเฝ้าระวังเสมอคือ โรคไข้เลือดออก หลายคนอาจเคยได้ยินว่าโรคนี้มีหลายสายพันธุ์ และความน่ากลัวของมันไม่ได้อยู่ที่แค่ตัวไวรัส แต่อยู่ที่ปฏิกิริยาของร่างกายเราเมื่อได้รับเชื้อซ้ำด้วย

รู้จักกับสายพันธุ์ของเจ้าไวรัสเดงกี

เชื้อไวรัสไข้เลือดออก หรือที่เรียกกันว่าไวรัสเดงกี (Dengue virus) ไม่ได้มีแค่ชนิดเดียว แต่แบ่งออกเป็น 4 สายพันธุ์หลัก คือ DENV-1, DENV-2, DENV-3 และ DENV-4 ซึ่งทุกสายพันธุ์มียุงลายเป็นพาหะนำโรคเหมือนกันหมด สิ่งที่น่าสนใจคือทั้ง 4 สายพันธุ์นี้มีความสามารถในการก่อโรคที่ใกล้เคียงกัน แต่สิ่งที่ทำให้คนไข้แต่ละคนป่วยหนักเบาต่างกัน กลับไม่ใช่สายพันธุ์ของไวรัสเพียงอย่างเดียว

ทำไมการติดเชื้อซ้ำถึงเป็นเรื่องอันตราย

หลายคนเข้าใจผิดว่าถ้าเคยเป็นไข้เลือดออกแล้วจะมีภูมิคุ้มกันตลอดไป ความจริงคือเรามีภูมิคุ้มกันเฉพาะสายพันธุ์ที่เราเคยติดเท่านั้น หากเราได้รับเชื้อสายพันธุ์ที่ 2 เข้าไปในภายหลัง ร่างกายจะเกิดปฏิกิริยาที่ซับซ้อนขึ้น ระบบภูมิคุ้มกันจะพยายามต่อสู้กับเชื้อไวรัสอย่างรุนแรงจนส่งผลกระทบต่อหลอดเลือด ทำให้พลาสมาหรือน้ำในเลือดรั่วไหลออกมา ซึ่งนี่แหละคือจุดเริ่มต้นของภาวะช็อกที่หมอกลัวมากที่สุด

สังเกตอาการอย่างไรว่าเข้าขั้นวิกฤต

ช่วงที่ไข้เริ่มลดลง คือช่วงที่ต้องจับตาดูให้ดีที่สุด เพราะมักจะเป็นช่วงที่โรคเข้าสู่ระยะวิกฤต หากคนไข้มีอาการดังต่อไปนี้ หมอแนะนำว่าอย่ารอดูอาการที่บ้าน ให้รีบไปพบแพทย์ทันที

  • ซึมลง อ่อนเพลียมาก หรือกระสับกระส่าย
  • มีอาการปวดท้องรุนแรง โดยเฉพาะบริเวณใต้ชายโครงขวา
  • อาเจียนบ่อย กินอาหารหรือดื่มน้ำไม่ได้
  • มีเลือดออกตามไรฟัน เลือดกำเดาไหล หรือถ่ายอุจจาระเป็นสีดำ
  • มือเท้าเย็น ผิวหนังเริ่มลาย หรือชีพจรเต้นเบาเร็ว

ดูแลตัวเองอย่างไรให้ปลอดภัยจากภาวะช็อก

หลักการรักษาที่สำคัญที่สุดสำหรับไข้เลือดออกคือการประคับประคองตามอาการ หมอเน้นย้ำเรื่องการดื่มน้ำเกลือแร่หรือน้ำผลไม้บ่อยๆ เพื่อชดเชยการเสียน้ำ และที่สำคัญที่สุดคือห้ามซื้อยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs เช่น แอสไพริน หรือไอบูโพรเฟน มารับประทานเองเด็ดขาด เพราะยาเหล่านี้จะทำให้เลือดออกง่ายและเป็นอันตรายถึงชีวิต ให้เลือกใช้เฉพาะพาราเซตามอลตามขนาดที่แพทย์หรือเภสัชกรแนะนำเท่านั้น

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down