ช่วงเวลาที่ลูกน้อยอายุครบหกเดือนและเริ่มอ้าปากรับอาหารบดมื้อแรก เป็นช่วงเวลาที่คุณพ่อคุณแม่ตื่นเต้นกันมาก นั่งลุ้นกันว่าลูกจะชอบรสชาติไหม จะกินเลอะเทอะแค่ไหน แต่ในมุมมองของกุมารแพทย์ สิ่งที่หมอเป็นห่วงและมักจะกระซิบเตือนคุณพ่อคุณแม่เสมอคือเรื่องของธาตุเหล็กครับ
ตอนที่น้องอยู่ในท้องคุณแม่ เขาโกยสะสมธาตุเหล็กเก็บไว้ในตับจนเต็มกระเป๋าแล้ว แต่พออายุเข้าเดือนที่หก เจ้าสะสมนี้เริ่มพร่องลงไปเยอะมาก ในขณะที่ตัวลูกโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ปริมาณเลือดในร่างกายเพิ่มขึ้น สมองก็กำลังพัฒนาอย่างเต็มที่ ถ้าตอนนี้ร่างกายขาดธาตุเหล็ก ลูกอาจจะเหนื่อยง่าย งอแงโดยไม่ทราบสาเหตุ และที่สำคัญคือพัฒนาการทางสมองอาจสะดุดได้
ทำไมอาหารมื้อแรกของลูก ถึงต้องมองหากลุ่มอาหารที่มีธาตุเหล็กสูงและเหมาะกับท้องน้อยๆ
เพราะระบบย่อยอาหารของเด็กวัยหกเดือนยังทำงานได้ไม่เต็มร้อยครับ เอนไซม์ย่อยอาหารยังมีน้อย ผนังลำไส้ยังบอบบาง ถ้าเราเลือกอาหารที่มีธาตุเหล็กสูงแต่มันแข็งเกินไป ย่อยยากเกินหนทางที่ลำไส้เล็กจะรับไหว ลูกก็จะมีอาการท้องอืด ปวดท้อง หรือท้องผูกตามมา
ดังนั้น โจทย์ยากแต่น่าสนุกของเราคือ การตามหาวัตถุดิบที่ตอบโจทย์สองด้านพร้อมๆกัน คือ มีธาตุเหล็กปริมาณสูงปรี๊ด และต้องมีความนุ่มนวล เป็นมิตรกับระบบย่อยอันน้อยนิดของลูกด้วย
เนื้อสัตว์บดละเอียด แหล่งธาตุเหล็กฮีมที่ดูดซึมง่ายที่สุดสำหรับเด็ก
หลายคนอาจจะคิดว่าเด็กเริ่มกินข้าวต้องเริ่มจากข้าวต้มหรือกล้วบน้ำว้าบด แต่ในทางการแพทย์ปัจจุบัน เราแนะนำให้เนื้อสัตว์เป็นหนึ่งในอาหารกลุ่มแรกๆ เลยครับ โดยเฉพาะเนื้อแดงอย่างเนื้อหมู เนื้อวัว หรือเนื้อไก่ส่วนสะโพก
เคล็ดลับการเตรียมเนื้อสัตว์ให้ย่อยง่ายสำหรับท้องเด็ก
ธาตุเหล็กในเนื้อสัตว์เขาเรียกว่าธาตุเหล็กฮีม ซึ่งร่างกายและลำไส้ของเด็กดูดซึมไปใช้ได้ดีกว่าพืชหลายเท่าตัวครับ วิธีทำก็ไม่ยาก แค่เอาเนื้อสัตว์ไปต้มหรือนึ่งจนเปื่อยยุ่ย แล้วนำมาปั่นให้ละเอียดผสมกับน้ำซุปหรือข้าวบด เริ่มจากปริมาณน้อยๆ ช้อนชาสองช้อนชาก่อน เพื่อให้ลำไส้ของลูกค่อยๆ ปรับตัวสร้างเอนไซม์ออกมาย่อยโปรตีนและเหล็กกลุ่มนี้
ไข่แดงต้มสุก ทางเลือกคลาสสิกที่ย่อยง่ายและได้สารอาหารแน่น
ถ้าพูดถึงอาหารพื้นบ้านที่หาซื้อง่ายและมีประโยชน์มหาศาล ไข่แดงต้มสุกนี่แหละครับคือคำตอบ ไข่แดงอัดแน่นไปด้วยธาตุเหล็กและวิตามินหลากหลายชนิดที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโต
สำหรับเด็กวัยหกเดือน เราจะเริ่มให้เฉพาะส่วนของไข่แดงที่สุกสนิทเท่านั้นครับ โดยเริ่มจากปริมาณเพียงครึ่งช้อนชาบดผสมกับนมแม่หรือน้ำอุ่น เพื่อดูว่าลูกมีอาการแพ้ไหม ถ้าไม่มีปัญหาอะไรจึงค่อยๆ เพิ่มปริมาณขึ้นตามวัย ไข่แดงมีความนุ่มละมุนลิ้น ย่อยง่ายมาก เหมาะกับกระเพาะอาหารของเด็กเล็กเป็นที่สุด
ตับบดละมุน อาหารบำรุงเลือดชั้นยอดแต่ต้องกินในปริมาณที่พอเหมาะ
ตับหมูหรือตับไก่ถือเป็นซูเปอร์ฟู้ดเรื่องธาตุเหล็กมาทุกยุคทุกสมัย เนื้อสัมผัสของตับเมื่อนำมานึ่งสุกและบดให้เนียน จะมีความนุ่มลื่นคอ กลืนง่ายมาก
แต่ข้อควรระวังที่คุณหมอมักจะบอกเสมอคือ ตับมีวิตามินเอสะคสมอยู่สูงมาก การให้ลูกกินตับจึงควรให้ในปริมาณที่พอเหมาะ สัปดาห์ละสักสองถึงสามครั้งก็เพียงพอแล้วครับ เพื่อไม่ให้ร่างกายรับวิตามินเอมากเกินความจำเป็น และช่วยให้ตับน้อยๆ ของลูกไม่ต้องทำงานหนักเกินไปในการขับสารอาหารส่วนเกิน
พืชผักใบเขียวเข้มและธัญพืชเสริมธาตุเหล็ก ตัวช่วยเสริมที่ต้องกินคู่กับวิตามินซี
สำหรับครอบครัวที่ทานมังสวิรัติ หรือต้องการเพิ่มความหลากหลายในมื้ออาหาร กลุ่มผักใบเขียวเข้ม เช่น ปวยเล้ง หรือบร็อกโคลี รวมถึงธัญพืชขัดสีน้อยที่นำมาบดเป็นโจ๊ก ก็เป็นแหล่งธาตุเหล็กที่ดีเช่นกัน
เทคนิคเพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็กจากพืชให้ได้ผลดีที่สุด
ธาตุเหล็กจากพืชจะเป็นคนละแบบกับเนื้อสัตว์ เรียกว่าธาตุเหล็กนอนฮีม ซึ่งร่างกายดูดซึมได้ยากกว่า วิธีแก้เคล็ดง่ายๆ คือ การเติมวิตามินซีธรรมชาติลงไปในมื้ออาหารด้วย เช่น การบดมะเขือเทศสุกผสมลงไป หรือบีบน้ำส้มคั้นสดๆ เล็กน้อยลงในอาหาร วิตามินซีจะช่วยแปลงร่างธาตุเหล็กจากพืชให้ลำไส้ของลูกดูดซึมเข้าไปใช้งานได้ง่ายขึ้นเยอะเลยครับ
สัญญาณเตือนจากท้องลูกน้อย อาหารกลุ่มนี้เริ่มไม่เวิร์กหรือเปล่า?
เวลาที่เราเริ่มแนะนำอาหารกลุ่มที่มีธาตุเหล็กสูงเหล่านี้ สิ่งสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่ต้องคอยสังเกตคือการขับถ่ายของลูก อาหารบางตัวอาจทำให้ลูกท้องผูกได้ง่าย เช่น ตับหรือไข่แดงถ้ากินเพลินจนลืมกินน้ำหรือผักผสม
หากสังเกตว่าลูกมีอาการท้องอืด แน่นท้อง ร้องกวน หรืออึแข็งเป็นเม็ดกระสุน แปลว่าระบบย่อยอาหารกำลังส่งสัญญาณประท้วง วิธีแก้คือให้ลดปริมาณลง ดื่มน้ำอุ่นระหว่างวันเพิ่มขึ้น และผสมผักที่มีใยอาหารละลายน้ำได้ดีเข้าไปในมื้ออาหารให้มากขึ้น เพื่อช่วยปรับสมดุลการทำงานของลำไส้ให้กลับมาทำงานได้อย่างราบรื่นเหมือนเดิมครับ