ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

คำถามที่คาใจหลายคน ร่างกายเรามีตัววัดไหมว่าภูมิคุ้มกันพอหรือยัง

เวลาเราได้ยินเรื่องการฉีดวัคซีนหรือการติดเชื้อ หลายคนมักถามหมอเสมอว่า แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าตอนนี้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันมากพอที่จะป้องกันโรคได้จริง หลายคนเข้าใจผิดว่าต้องไปเจาะเลือดตรวจหาค่าตัวเลขสูงๆ เท่านั้นถึงจะเรียกว่าปลอดภัย แต่ความจริงแล้วคำว่า ระดับภูมิคุ้มกันที่เพียงพอต่อการป้องกันโรค ไม่ได้มีค่ามาตรฐานเดียวที่ใช้ตัดสินทุกคนได้ในทุกสถานการณ์

กลไกการสร้างภูมิคุ้มกันไม่ใช่แค่ตัวเลขในผลเลือด

ร่างกายเราเปรียบเสมือนป้อมปราการที่มีระบบป้องกันหลายชั้น เมื่อเชื้อโรคเข้ามา ชั้นแรกจะเป็นด่านหน้าอย่างเยื่อบุผิวและสารคัดหลั่ง ต่อมาคือเม็ดเลือดขาวสายโหดที่คอยกำจัดสิ่งแปลกปลอม และชั้นสุดท้ายคือหน่วยความจำพิเศษที่ผลิตแอนติบอดีขึ้นมาจัดการกับเชื้อนั้นๆ โดยเฉพาะ การตรวจเลือดดูระดับแอนติบอดีเป็นเพียงการมองเห็นแค่ส่วนยอดของภูเขาน้ำแข็ง เพราะในความเป็นจริงร่างกายยังมีหน่วยความจำทางภูมิคุ้มกันที่เรียกว่า T-cell และ B-cell ซึ่งเป็นพระเอกตัวจริงในการจดจำเชื้อโรคไปได้นานหลายปี แม้ระดับแอนติบอดีในเลือดจะลดลงไปบ้างแล้วก็ตาม

ปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้ภูมิคุ้มกันแต่ละคนแข็งแกร่งไม่เท่ากัน

เรามักเห็นคนสองคนที่ได้รับวัคซีนเหมือนกัน แต่พอไปตรวจเลือดกลับได้ค่าภูมิคุ้มกันที่ไม่เท่ากัน นั่นเป็นเรื่องปกติครับ เพราะยังมีปัจจัยหลายอย่างที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการสร้างภูมิของร่างกาย

  • อายุและสุขภาพโดยรวม: ร่างกายที่แข็งแรง พักผ่อนเพียงพอมักตอบสนองต่อการกระตุ้นภูมิได้ดีกว่า
  • โรคประจำตัว: ผู้ที่มีโรคเบาหวาน โรคไต หรือกลุ่มที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน ร่างกายจะสร้างภูมิได้ยากและช้ากว่าปกติ
  • สารอาหารที่ได้รับ: วิตามินและแร่ธาตุต่างๆ เช่น วิตามินดี สังกะสี และโปรตีน คือวัตถุดิบสำคัญในการสร้างเม็ดเลือดขาว

สัญญาณบอกว่าภูมิคุ้มกันในตัวเรากำลังทำงานได้ดี

แทนที่จะมัวแต่กังวลกับตัวเลขในใบตรวจเลือด ให้สังเกตจากวิถีชีวิตประจำวันแทน หากเราเป็นคนที่เจ็บป่วยยาก หายจากอาการหวัดได้ไวภายในไม่กี่วัน หรือเมื่อได้รับวัคซีนแล้วร่างกายมีการตอบสนองบ้างเล็กน้อย เช่น รู้สึกเพลียหรือมีไข้ต่ำๆ นั่นเป็นสัญญาณว่าระบบภูมิคุ้มกันของเรายังทำงานได้ฉับไวและพร้อมรบอยู่เสมอ

ดูแลตัวเองอย่างไรให้ภูมิคุ้มกันพร้อมรบอยู่เสมอ

แทนที่จะหาอาหารเสริมราคาแพง หมอแนะนำให้กลับมาดูแลพื้นฐานชีวิตให้ดีที่สุด เพราะนี่คือวิธีเพิ่มระดับภูมิคุ้มกันที่ยั่งยืนที่สุด

  • นอนหลับให้มีคุณภาพ: การนอนคือช่วงเวลาที่ร่างกายซ่อมแซมและจัดระเบียบระบบภูมิคุ้มกัน
  • จัดการความเครียด: ความเครียดเรื้อรังผลิตฮอร์โมนคอร์ติซอลที่ทำหน้าที่เป็นตัวกดภูมิคุ้มกันโดยตรง
  • ออกกำลังกายพอเหมาะ: การขยับร่างกายช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเม็ดเลือดขาวให้ไปตรวจตราจุดต่างๆ ในร่างกายได้ทั่วถึงขึ้น

เมื่อไหร่ที่ควรปรึกษาแพทย์เรื่องระดับภูมิคุ้มกัน

สำหรับคนทั่วไปไม่จำเป็นต้องวิ่งไปเจาะเลือดเพื่อเช็คค่าภูมิคุ้มกันบ่อยๆ ยกเว้นกรณีที่เป็นกลุ่มเสี่ยงสูง หรือผู้ป่วยที่มีปัญหาเรื่องระบบภูมิคุ้มกันบกพร่องโดยตรง หากคุณรู้สึกว่าตัวเองป่วยบ่อยผิดปกติ ป่วยนานกว่าคนอื่น หรือมีอาการแทรกซ้อนรุนแรงแม้จะเป็นแค่โรคทั่วไป นั่นคือเวลาที่ควรเข้ามาปรึกษาหมอ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและวางแผนการดูแลสุขภาพในระยะยาวแทนการกังวลกับตัวเลขเพียงอย่างเดียว

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down