ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ชีวิตติดจอส่งผลอย่างไรต่อร่างกายและจิตใจ

ในแต่ละวัน เราใช้เวลาไปกับการไถหน้าจอมือถือ ไล่ดูสตอรี่ หรือจดจ้องกับแท็บเล็ตจนลืมมองสิ่งรอบตัว พฤติกรรมเหล่านี้ดูเหมือนจะเป็นเรื่องปกติ แต่รู้หรือไม่ว่าการได้รับสื่อดิจิทัลมากเกินไปนั้นแอบสะสมปัญหาให้ร่างกายและสมองของเราโดยไม่รู้ตัว หมอเห็นคนไข้หลายคนมาปรึกษาด้วยอาการเพลียเรื้อรัง ปวดเมื่อยตามตัว หรือแม้แต่ความเครียดที่หาสาเหตุไม่ได้ ซึ่งบ่อยครั้งต้นเหตุก็มาจากพฤติกรรมการเสพสื่อที่หนักหน่วงเกินไปนั่นเอง

เมื่อดวงตาประท้วงด้วยความล้าและอาการตาแห้ง

อาการแรกที่คนติดจอมักเจอคือภาวะตาล้า หรือ Digital Eye Strain พฤติกรรมการเพ่งมองตัวหนังสือเล็กๆ บนหน้าจอที่สั่นไหวและมีแสงสีฟ้าตลอดเวลา ทำให้กล้ามเนื้อตาทำงานหนักเกินขีดจำกัด ยิ่งไปกว่านั้นคืออัตราการกะพริบตาของเราจะลดลงโดยอัตโนมัติเมื่อจดจ่อกับหน้าจอ ส่งผลให้ตาแห้ง ระคายเคือง และหากปล่อยไว้นานอาจนำไปสู่ภาวะสายตาสั้นเทียมได้

ปวดคอ บ่า ไหล่ จากท่าทางที่ไม่เหมาะสม

หมอมักพบคนไข้ที่มีอาการออฟฟิศซินโดรมตั้งแต่อายุน้อย สาเหตุหลักมาจากการก้มคอจ้องมือถือนานๆ หรือที่เรียกกันว่า Text Neck ท่าทางนี้สร้างภาระให้กระดูกสันหลังส่วนคออย่างมหาศาล กล้ามเนื้อบ่าและสะบักต้องเกร็งค้างอยู่ในท่าเดิมเป็นเวลานานจนเกิดอาการปวดตึงเรื้อรัง หากปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไม่ได้ อาการเหล่านี้จะลุกลามจนกลายเป็นการปวดหัวจากความเครียดตามมา

สมองล้าจากการรับข้อมูลมหาศาลแบบไม่หยุดพัก

สมองคนเราไม่ได้ถูกออกแบบมาให้รับข้อมูลเร็วและเยอะขนาดนี้ การเปลี่ยนผ่านจากแอปหนึ่งไปอีกแอปหนึ่งอย่างรวดเร็วทำให้สมองอยู่ในสภาวะตื่นตัวตลอดเวลา ส่งผลให้ความสามารถในการจดจ่อกับงานที่ซับซ้อนหรือการอ่านหนังสือเล่มโตลดลง สมาธิสั้นลง และหลายคนเริ่มมีอาการหงุดหงิดง่ายเมื่อต้องรอคอยอะไรนานๆ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นผลกระทบจากการได้รับสื่อดิจิทัลที่มากเกินไปจนระบบประสาทส่วนกลางทำงานหนักเกินรับไหว

วงจรการนอนพังเพราะแสงสีฟ้า

หลายคนชอบเล่นมือถือก่อนนอนโดยไม่รู้ว่าแสงสีฟ้าจากหน้าจอนั้นเข้าไปยับยั้งการหลั่งของเมลาโทนิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ทำหน้าที่ควบคุมการนอนหลับ เมื่อฮอร์โมนตัวนี้ถูกรบกวน สมองจะเข้าใจว่ายังไม่ถึงเวลานอน ทำให้เราหลับยาก หลับไม่สนิท และตื่นมาด้วยความรู้สึกไม่สดชื่น กลายเป็นวงจรที่ทำลายสุขภาพในระยะยาว

เทคนิคปรับตัวให้ห่างจากจอแบบค่อยเป็นค่อยไป

  • ใช้กฎ 20-20-20 ทุกการทำงานหน้าจอ 20 นาที ให้พักสายตามองไกล 20 ฟุต เป็นเวลา 20 วินาที
  • ตั้งเวลาตัดขาดจากโลกโซเชียลก่อนนอนอย่างน้อย 1 ชั่วโมง เพื่อให้สมองได้พักและเตรียมตัวเข้าสู่การนอนที่แท้จริง
  • จัดที่นั่งทำงานให้ถูกต้องโดยระดับสายตาควรอยู่ที่ขอบบนของหน้าจอ เพื่อลดการก้มคอ
  • หาเวลาทำกิจกรรมที่ไม่มีหน้าจอมาเกี่ยวข้องบ้าง เช่น การออกกำลังกายเบาๆ หรือการอ่านหนังสือเล่มแทนการอ่านบทความออนไลน์
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down