ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

หลายครั้งที่คุณหมอได้ยินคุณพ่อคุณแม่เล่าให้ฟังในห้องตรวจด้วยรอยยิ้มปนเอ็นดูว่า ลูกชายนอนกรนเสียงดังครอกฟี่เหมือนผู้ใหญ่ตัวเล็กๆ ดูน่ารักน่าเอ็นดูดี แต่ในความเป็นจริงแล้ว ทางการแพทย์ไม่ได้มองว่าเสียงกรนในเด็กเป็นเรื่องน่ารักเสมอไป เพราะเสียงเหล่านั้นอาจเป็นสัญญาณเตือนภัยเงียบที่กำลังขัดขวางการเจริญเติบโตและพัฒนาการทางสมองของลูกรักโดยที่คุณพ่อคุณแม่ไม่รู้ตัว

ตกลงแล้วเด็กนอนกรนเป็นเรื่องปกติไหม? ชวนคุณพ่อคุณแม่ทำความเข้าใจเสียงกรนของเจ้าตัวเล็ก

ตามปกติแล้ว การนอนหลับที่ดีของเด็กควรจะเป็นการนอนที่เงียบสงบ ร่างกายผ่อนคลาย และหายใจเข้าออกเป็นจังหวะสม่ำเสมอทางจมูก การทำความเข้าใจเกี่ยวกับ คำนิยามและการจำแนกประเภทของการนอนกรนในเด็ก จึงเป็นก้าวแรกที่สำคัญมากในการช่วยคัดกรองสุขภาพของลูก

หากอธิบายด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย เสียงกรนเกิดขึ้นเมื่อลมหายใจเดินทางผ่านทางเดินหายใจส่วนบนที่แคบลง ทำให้เนื้อเยื่อรอบๆ เช่น ต่อมทอนซิล ต่อมอะดีนอยด์ หรือเพดานอ่อนเกิดการสั่นสะเทือนจนเกิดเป็นเสียงขึ้นมา ซึ่งระดับความรุนแรงและลักษณะของการตีบตันนี้เองที่เป็นตัวกำหนดว่า อาการนอนกรนของลูกจัดอยู่ในกลุ่มที่ปลอดภัยหรือกลุ่มที่ต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างเร่งด่วน

เช็กอาการนอนกรนของลูก: แบบไหนแค่กรนธรรมดา แบบไหนเข้าขั้นอันตราย?

ทางการแพทย์แบ่งประเภทของการนอนกรนในเด็กออกเป็นกลุ่มใหญ่อย่างชัดเจน เพื่อช่วยให้คุณหมอและคุณพ่อคุณแม่สามารถประเมินความเสี่ยงและวางแผนการดูแลได้อย่างถูกต้อง โดยแบ่งออกเป็นสองประเภทหลักดังนี้

แบบที่ 1: นอนกรนแบบทั่วไปที่ไม่มีภาวะหยุดหายใจร่วมด้วย

อาการนอนกรนประเภทนี้เรียกอีกอย่างว่า อาการนอนกรนชนิดปฐมภูมิ (Primary Snoring) คือเสียงกรนที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว เช่น ช่วงที่ลูกเป็นหวัด คัดจมูก มีอาการภูมิแพ้กำเริบ หรือหลังจากวันที่มีกิจกรรมเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน เสียงกรนประเภทนี้มักจะสม่ำเสมอ ไม่มีจังหวะสะดุดหรือเฮือกหายใจ และที่สำคัญคือ ลูกยังสามารถได้รับออกซิเจนไปเลี้ยงสมองและร่างกายได้อย่างเพียงพอตลอดทั้งคืน เมื่อตื่นขึ้นมาจะร่าเริงแจ่มใสตามปกติ และไม่มีผลกระทบต่อพัฒนาการหรือพฤติกรรมในตอนกลางวัน

แบบที่ 2: นอนกรนอันตรายที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น

นี่คือกลุ่มอาการที่คุณหมอกังวลมากที่สุด หรือที่เรียกว่า Obstructive Sleep Apnea (OSA) เกิดจากการที่ทางเดินหายใจส่วนบนอุดกั้นอย่างสมบูรณ์หรือบางส่วนเป็นระยะๆ ระหว่างหลับ ทำให้ลมหายใจขาดช่วง สมองของลูกจะขาดออกซิเจนเป็นช่วงสั้นๆ ส่งผลให้สมองต้องคอยสั่งการให้ลูกตื่นขึ้นมาหายใจเฮือกเพื่อเอาชีวิตรอดตลอดทั้งคืน แม้คุณพ่อคุณแม่จะเห็นว่าลูกนอนหลับอยู่ แต่จริงๆ แล้วเป็นการหลับที่ไม่มีคุณภาพและเหนื่อยล้ามาก

สังเกตพฤติกรรมตอนหลับของลูกอย่างไร ว่าเสียงกรนนี้เริ่มส่งสัญญาณเตือนภัยแล้ว

หากคุณพ่อคุณแม่ไม่แน่ใจว่าเสียงกรนของลูกรักจัดอยู่ในประเภทไหน หมอแนะนำให้ลองสังเกตพฤติกรรมร่วมเหล่านี้ในขณะที่ลูกกำลังหลับอย่างใกล้ชิด

  • ท่านอนที่ผิดปกติ: เด็กที่หายใจลำบากมักจะชอบนอนเงยศีรษะไปข้างหลังมากๆ นั่งหลับ หรือนอนคว่ำเพื่อพยายามเปิดทางเดินหายใจให้กว้างขึ้น
  • มีอาการสะดุ้งตื่นหรือหายใจเฮือก: เสียงกรนอาจจะเงียบไปชั่วขณะหนึ่ง แล้วตามด้วยเสียงสูดหายใจดังเฮือกเหมือนคนจมน้ำ
  • หายใจทางปาก: สังเกตว่าลูกนอนอ้าปากตลอดคืน และริมฝีปากแห้งเมื่อตื่นนอน
  • เหงื่อออกมากผิดปกติ: มีเหงื่อท่วมตัวตอนกลางคืนแม้จะเปิดแอร์เย็นฉ่ำ เนื่องจากร่างกายต้องใช้พลังงานอย่างมากในการพยายามหายใจ
  • พฤติกรรมตอนกลางวันเปลี่ยนไป: เด็กบางคนอาจจะมีอาการง่วงนอนบ่อยระหว่างวัน สมาธิสั้นลง ซนผิดปกติ (Hyperactive) ก้าวร้าว เรียนหนังสือไม่รู้เรื่อง หรือปัสสาวะรดที่นอนทั้งที่ผ่านวัยนั้นมาแล้ว

เมื่อไหร่ที่คุณพ่อคุณแม่ควรพาลูกมาตรวจเช็กระบบทางเดินหายใจกับหมออย่างละเอียด

หากพบว่าลูกมีเสียงกรนติดต่อกันมากกว่า 3 คืนต่อสัปดาห์ และมีอาการร่วมในกลุ่มนอนกรนอันตรายแม้เพียงข้อเดียว หมอแนะนำว่าควรรีบพามาพบกุมารแพทย์ หรือแพทย์เฉพาะทางด้านหู คอ จมูก เพื่อทำการตรวจประเมินอย่างละเอียด

การปล่อยให้อาการนอนกรนชนิดอันตรายดำเนินต่อไปโดยไม่รักษา อาจส่งผลกระทบระยะยาวต่อระดับสติปัญญา (IQ) พัฒนาการทางร่างกายที่ล่าช้าเนื่องจากฮอร์โมนการเจริญเติบโต (Growth Hormone) หลั่งได้ไม่เต็มที่ รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดในอนาคต การตรวจวินิจฉัยและรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยคืนการนอนหลับที่สดใสและสุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์ให้กับลูกรักได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down