ลูกตาแดงแป๊ดตอนตื่นนอน: คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ต้องตั้งสติอย่างไรดี
ช่วงเวลาที่ลูกน้อยตื่นนอนตอนเช้าแล้วลืมตาไม่ขึ้น มีขี้ตาเกรอะกรังจนขนตาติดกัน หรือดวงตากลมโตเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ มักทำให้คนเป็นพ่อเป็นแม่ตกใจและกังวลใจไม่น้อย ยิ่งถ้าลูกต้องไปโรงเรียนด้วยแล้ว ความเครียดพุ่งสูงขึ้นทันทีว่านี่คือโรคตาแดงติดต่อที่กำลังระบาดหรือเปล่า ในฐานะหมอเด็กและคนที่เคยตรวจเคสแบบนี้มานับไม่ถ้วน อยากบอกให้คุณพ่อคุณแม่สูดหายใจลึกๆ แล้วมาทำความเข้าใจโรคตาแดงในเด็กไปด้วยกันทีละสเต็ป เพื่อที่เราจะได้ดูแลรักษาลูกได้อย่างถูกต้องและตรงจุด
โรคตาแดงในเด็กเกิดจากอะไร ทำไมถึงติดกันง่ายจัง
เวลาที่เราพูดถึงโรคตาแดง ทางการแพทย์เราจะหมายถึงภาวะเยื่อบุตาอักเสบ ซึ่งเกิดได้จากหลายสาเหตุมากๆ แต่ตัวการหลักๆ ที่เรามักเจอในเด็กมักแบ่งออกเป็นสองกลุ่มใหญ่ๆ ที่คุณพ่อคุณแม่ต้องแยกให้ออก
กลุ่มเชื้อไวรัส: ตัวการตาแดงน้ำใสๆ ที่ระบาดกันในโรงเรียน
ถ้าลูกมีอาการตาแดง น้ำตาไหลเยอะ เคืองตาเหมือนมีฝุ่นเข้าตา แต่ไม่มีขี้ตาเขียวข้น ส่วนใหญ่จะมาจากเชื้อไวรัส ซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกับที่ทำให้เป็นหวัดนั่นเอง เจ้าไวรัสตัวนี้ติดต่อง่ายมาก แค่เพื่อนที่โรงเรียนเอามือขยี้ตาแล้วมาจับของเล่นชิ้นเดียวกัน หรือใช้ผ้าเช็ดหน้าร่วมกัน ลูกก็ติดเชื้อได้แล้ว มักจะมาเป็นคู่กับอาการเจ็บคอ มีไข้หวัด หรือต่อมน้ำเหลืองหลังหูโต
กลุ่มเชื้อแบคทีเรีย: เจ้าขี้ตาเขียวข้นที่ทำให้ตื่นมาแล้วตาติด
ถ้าตื่นมาแล้วลูกลืมตาไม่ขึ้นเลยเพราะมีขี้ตาเหลืองๆ เขียวๆ เหนียวๆ มาปิดตาไว้เต็มไปหมด อันนี้มักเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ตาจะแดงจัด เปลือกตาบวมเป่ง และมักจะเป็นติดกันทั้งสองข้างค่อนข้างเร็ว เชื้อแบคทีเรียนี้ก็แพร่กระจายผ่านการสัมผัสสารคัดหลั่งเช่นเดียวกัน
กลุ่มภูมิแพ้: ตาแดงเรื้อรังที่มักมาพร้อมอาการคันยิบๆ
เด็กบางคนไม่ได้ติดเชื้ออะไรเลย แต่มีอาการตาแดงเรื้อรัง เป็นๆ หายๆ มักจะขยี้ตาบ่อยๆ ร่วมกับมีน้ำมูก จาม หรือประวัติภูมิแพ้ในครอบครัว เกิดจากการแพ้อากาศ ฝุ่นละออง หรือไรฝุ่น ทำให้เยื่อบุตาเกิดการอักเสบขึ้นมาเอง
แยกให้ออกก่อนใช้ยา: ตาแดงแบบไหนต้องหาหมอ ตาแดงแบบไหนดูแลที่บ้านได้
การรักษาโรคตาแดงในเด็กขึ้นอยู่กับสาเหตุอย่างแท้จริง การซื้อยาหยอดตามาหยอดเองโดยไม่รู้สาเหตุอาจส่งผลเสียมากกว่าผลดี
วิธีดูแลเบื้องต้นเมื่อลูกเป็นตาแดงจากไวรัส
เนื่องจากไวรัสไม่มีตัวยาฆ่าเชื้อเฉพาะ การรักษาจึงเป็นการรักษาตามอาการ ถ้ารู้สึกเคืองตามากให้ใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำอุ่นประคบเบาๆ ที่เปลือกตาเพื่อช่วยลดอาการระคายเคือง หมั่นเช็ดขี้ตาออกด้วยสำลีชุบน้ำต้มสุกที่เย็นแล้ว โดยเช็ดจากหัวตาไปหางตา และใช้สำลีแผ่นใหม่สำหรับตาอีกข้างเพื่อไม่ให้เชื้อโรคแพร่กระจาย ที่สำคัญต้องล้างมือให้สะอาดทุกครั้งหลังสัมผัสใบหน้าของลูก
เมื่อไหร่ที่ต้องพาไปพบแพทย์เพื่อรับยาปฏิชีวนะ
ถ้าลูกมีลักษณะของโรคตาแดงจากแบคทีเรีย เช่น มีขี้ตาข้นเขียวตลอดวัน ตาบวมมาก ลืมตาไม่ขึ้น จำเป็นต้องพาไปพบแพทย์เพื่อรับยาหยอดตาหรือป้ายตาที่เป็นยาปฏิชีวนะ ซึ่งคุณหมอจะจ่ายยาให้ตามความเหมาะสม และต้องใช้ให้ครบโดสตามที่แพทย์สั่ง ห้ามหยุดยาเองเด็ดขาดแม้ว่าอาการจะดีขึ้นแล้ว
ข้อควรระวังและวิธีป้องกันการแพร่เชื้อในบ้านและโรงเรียน
โรคตาแดงติดต่อกันได้รวดเร็วมากผ่านการสัมผัสสารคัดหลั่ง หากมีลูกเป็นตาแดงในบ้าน ควรปฏิบัติตามคำแนะนำเหล่านี้อย่างเคร่งครัด
- แยกของใช้ส่วนตัวทุกชนิด เช่น ผ้าเช็ดตัว ผ้าเช็ดหน้า และปลอกหมอน ห้ามใช้ร่วมกันเด็ดขาด
- หยุดเรียนหรือหยุดไปศูนย์เด็กเล็กทันที จนกว่าอาการตาแดงและขี้ตาจะหายสนิท เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดสู่เพื่อนๆ
- สอนให้ลูกล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่และน้ำสะอาด หรือใช้เจลแอลกอฮอล์ และเตือนลูกไม่ให้เอามือขยี้ตา
- ทำความสะอาดของเล่นและพื้นผิวสัมผัสในบ้านด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อเป็นประจำ
สัญญาณเตือนอันตรายแบบไหนที่ต้องรีบพาไปหาหมอด่วน
โดยทั่วไปโรคตาแดงมักจะดีขึ้นได้เองภายในหนึ่งสัปดาห์ แต่หากพบอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ควรรีบพาไปพบจักษุแพทย์หรือกุมารแพทย์ทันที
- ลูกบ่นปวดตามากๆ หรือสู้แสงแดดหรือแสงไฟไม่ได้เลย
- การมองเห็นเริ่มพร่ามัว มองไม่ชัดเหมือนเดิม
- มีอาการบวมแดงลามไปถึงผิวหนังรอบดวงตาหรือใบหน้า
- ผ่านไปสามวันแล้วอาการตาแดงและขี้ตายังไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น กลับแย่ลงกว่าเดิม