ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมเราถึงเริ่มรู้สึกว่าตัวเอง จดจ่อกับอะไรนานๆ ไม่ได้เหมือนเมื่อก่อน

หลายคนเดินเข้ามาปรึกษาหมอในห้องตรวจด้วยอาการคล้ายกัน คือรู้สึกว่าตัวเองสมาธิสั้นและระดับความจดจ่อที่ลดลงอย่างน่าตกใจ จากเดิมที่เคยอ่านหนังสือจบเล่มได้ในไม่กี่วัน กลายเป็นว่าแค่เปิดผ่านหน้าจอมือถือไม่กี่วินาทีก็เผลอไถฟีดไปเรื่องอื่นเสียแล้ว อาการนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลกระทบโดยตรงจากพฤติกรรมการเสพข้อมูลแบบฉับพลัน หรือ Short-form Content ที่เรากำลังเผชิญอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

กลไกของสมองกับสารความสุขที่มาไวไปไว

สมองของมนุษย์เรามีระบบที่เรียกว่า Reward System หรือวงจรรางวัล เมื่อเราได้รับข้อมูลที่น่าตื่นเต้นหรือวิดีโอสั้นๆ ที่มีจังหวะตัดต่อฉับไว สมองจะหลั่งสารสื่อประสาทที่ชื่อว่า โดพามีน ออกมาทันที ซึ่งสารตัวนี้แหละที่ทำให้เรารู้สึกพึงพอใจและอยากดูต่อเรื่อยๆ

ปัญหาคือ เมื่อเราเสพข้อมูลลักษณะนี้ซ้ำๆ สมองจะเริ่มเกิดอาการดื้อต่อสิ่งเร้าทั่วไปที่ไม่ได้มีความหวือหวา ทำให้เวลาเราต้องกลับมาทำกิจกรรมที่ต้องใช้ความอดทน เช่น การอ่านเอกสาร การฟังบรรยาย หรือการทำงานที่ต้องใช้เวลา สมองกลับรู้สึกว่ามันน่าเบื่อและขาดแรงกระตุ้น จนส่งผลให้เราละทิ้งความสนใจไปอย่างรวดเร็ว

สมาธิสั้นและระดับความจดจ่อที่ลดลง ส่งผลกระทบต่อชีวิตอย่างไรบ้าง

ความจดจ่อที่ลดลงไม่ได้ส่งผลแค่เรื่องงานหรือเรื่องเรียน แต่ยังกัดกินคุณภาพชีวิตในด้านอื่นๆ เช่น

  • ประสิทธิภาพในการเรียนรู้ลดลง เนื่องจากสมองไม่ได้รับโอกาสในการประมวลผลข้อมูลเชิงลึก
  • ความสัมพันธ์กับคนรอบข้างแย่ลง เพราะเรามักจะวอกแวกหรือหยิบมือถือขึ้นมาดูขณะที่กำลังสนทนากัน
  • ความเครียดสะสม เพราะงานที่ควรจะเสร็จตามกำหนดกลับล่าช้าไปเรื่อยๆ จนกลายเป็นดินพอกหางหมู

ปรับจูนสมองใหม่ด้วยวิธีง่ายๆ ในชีวิตประจำวัน

หากรู้สึกว่าสมาธิสั้นและระดับความจดจ่อที่ลดลงเริ่มรบกวนชีวิต หมออยากให้ลองปรับพฤติกรรมทีละน้อยโดยไม่ต้องหักดิบ:

ฝึกใจให้นิ่งด้วยการเว้นระยะจากหน้าจอ

ลองกำหนดช่วงเวลาปลอดหน้าจอ หรือที่เรียกว่า Digital Detox สั้นๆ เช่น ระหว่างมื้ออาหาร หรือ 1 ชั่วโมงก่อนเข้านอน เพื่อให้สมองได้พักจากสารโดพามีนที่ถาโถมเข้ามา

ใช้เทคนิคการทำงานแบบเน้นช่วงเวลา

ลองใช้เทคนิค Pomodoro หรือการแบ่งเวลาทำงาน 25 นาทีสลับกับการพักสั้นๆ 5 นาที วิธีนี้จะช่วยฝึกสมองให้รู้ว่ามีเวลาจำกัดในการโฟกัสงาน ซึ่งช่วยลดอาการวอกแวกได้ดีมาก

เลือกเสพข้อมูลที่มีเนื้อหายาวขึ้น

ลองเปลี่ยนจากวิดีโอสั้นเป็นการอ่านบทความยาวๆ หรือการฟังพอดแคสต์ที่ต้องใช้เวลาติดตามเป็นชั่วโมง การฝึกให้สมองคุ้นเคยกับการรับข้อมูลที่ต้องใช้กระบวนการคิดวิเคราะห์จะช่วยกู้คืนความสามารถในการจดจ่อกลับมาได้

การฝึกสมาธิให้กลับมาแข็งแรงเหมือนเดิมต้องอาศัยเวลาและความสม่ำเสมอ หากเราเริ่มรู้ตัวและปรับเปลี่ยนตั้งแต่วันนี้ สมองของเราจะสามารถกลับมาเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังในการเรียนรู้และใช้ชีวิตได้อย่างเต็มศักยภาพอีกครั้ง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down