ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

อาการสมาธิสั้นและระดับความจดจ่อที่ลดลงจากการเสพข้อมูลแบบฉับพลัน เกิดจากอะไร

หลายคนมักบ่นกับหมอว่า เดี๋ยวนี้ทำอะไรได้ไม่นานก็เผลอหยิบมือถือขึ้นมาดู ทั้งที่งานตรงหน้ายังไม่เสร็จ หรืออ่านหนังสือได้เพียงไม่กี่หน้าก็รู้สึกเบื่อจนต้องเปลี่ยนไปไถฟีดโซเชียลมีเดีย อาการเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลกระทบโดยตรงจากพฤติกรรมการเสพข้อมูลขนาดสั้นแบบฉับพลัน หรือ Short-form Content ที่เราได้รับอยู่ตลอดเวลาในแต่ละวัน

สมองของเราเปลี่ยนไปอย่างไรเมื่อได้รับข้อมูลฉับพลันมากเกินไป

โดยปกติแล้ว สมองของคนเราถูกออกแบบมาให้ตอบสนองต่อสิ่งเร้าที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาเพื่อความอยู่รอด แต่เมื่อเราได้รับข้อมูลที่เปลี่ยนผ่านอย่างรวดเร็วเกินไป เช่น วิดีโอสั้นหรือข่าวพาดหัวที่เลื่อนผ่านทุกๆ 15-30 วินาที สมองส่วนการตัดสินใจจะเริ่มทำงานหนักเกินจำเป็น ทำให้สารเคมีในสมองที่ชื่อว่า โดพามีน หลั่งออกมาเป็นระยะสั้นๆ คล้ายกับการเสพติดความตื่นเต้น ทำให้ความสามารถในการอดทนรอหรือจดจ่อกับสิ่งที่น่าเบื่อแต่มีความสำคัญลดน้อยลงไป

กลไกความเครียดที่ซ่อนอยู่ภายใต้การไถหน้าจอ

เมื่อสมองถูกกระตุ้นด้วยข้อมูลใหม่ตลอดเวลา มันจะไม่มีช่วงเวลาได้พักผ่อนหรือตกตะกอนความคิด ส่งผลให้เกิดภาวะสมองล้าโดยที่เราไม่รู้ตัว นอกจากนี้การรับข้อมูลแบบกระจัดกระจายยังขัดขวางการทำงานของสมองส่วนหน้า ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมสมาธิและการยับยั้งชั่งใจ ทำให้หลายคนมีอาการคล้ายภาวะสมาธิสั้น ทั้งที่ไม่ได้เป็นมาตั้งแต่เด็ก

สัญญาณเตือนว่าสมองของคุณเริ่มมีปัญหาเรื่องการจดจ่อ

  • อ่านหนังสือหรือบทความยาวๆ ได้ไม่กี่บรรทัดก็ลืมเนื้อหา
  • รู้สึกกระวนกระวายใจหากไม่ได้แตะหน้าจอโทรศัพท์นานเกิน 10 นาที
  • ทำงานเดิมซ้ำๆ นานเกินหนึ่งชั่วโมงไม่ได้ เพราะสมองสั่งให้มองหาความบันเทิงใหม่ๆ
  • มีความจำระยะสั้นถดถอย จดจำรายละเอียดเรื่องราวที่ซับซ้อนได้ยากขึ้น

วิธีฝึกสมองให้กลับมานิ่งและจดจ่อได้เหมือนเดิม

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไม่ใช่เรื่องง่าย แต่หมอแนะนำให้เริ่มจากก้าวเล็กๆ คือการกำหนดช่วงเวลาปลอดหน้าจอให้ชัดเจน เช่น การงดใช้โซเชียลมีเดียในช่วงก่อนนอน หรือการแบ่งเวลาทำงานแบบ 25 นาทีสลับกับการพักสั้นๆ โดยไม่แตะต้องอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เลย นอกจากนี้ การฝึกอ่านหนังสือเล่มจริงหรือการทำกิจกรรมที่ต้องใช้เวลาต่อเนื่องอย่างการทำอาหารหรือออกกำลังกาย จะช่วยฟื้นฟูสมรรถนะของสมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับการจดจ่อให้กลับมาแข็งแรงขึ้นได้อีกครั้ง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down