ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

คนไข้คนหนึ่งเดินเข้ามาหาหมอที่ห้องตรวจด้วยอาการตัวเหลือง ตาเหลือง อ่อนเพลีย และน้ำหนักลดฮวบลงไปหลายกิโลกรัมโดยไม่ทราบสาเหตุ เมื่อหมอซักประวัติลึกลงไปจึงพบว่าคุณลุงชื่นชอบการกินเมนูก้อยปลา ปลาดิบน้ำจืด และปลาร้าดิบมาตั้งแต่วัยรุ่น เหตุการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่เลยในห้องตรวจของหมอ และเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ทำให้หมอต้องหยิบเรื่องนี้มาเขียนเล่าให้ทุกคนฟัง เพราะภัยร้ายที่ซ่อนอยู่ในอาหารจานโปรดของใครหลายคน อาจนำไปสู่โรคร้ายแรงที่รักษาได้ยากยิ่ง

พยาธิใบไม้ในตับเข้ามาอยู่ในตัวเราได้อย่างไร? เส้นทางจากจานอาหารดิบสู่ท่อน้ำดี

หลายคนมักเข้าใจผิดว่าพยาธิในตับคงจะตัวโตเหมือนพยาธิตัวตืด แต่จริงๆ แล้วพยาธิใบไม้ในตับมีขนาดเล็กมากจนแทบมองไม่เห็นด้วยตาเปล่าในระยะตัวอ่อน พวกมันมักอาศัยอยู่ในปลาน้ำจืดมีเกล็ดตระกูลปลาตะเพียน เช่น ปลาซิว ปลาสร้อย ปลาแก้มช้ำ โดยซ่อนตัวอยู่ในเนื้อปลาในระยะติดต่อที่เรียกว่า เมตาเซอร์คาเรีย (Metacercaria)

เมื่อเรากินปลาเหล่านี้เข้าไปแบบดิบๆ หรือกึ่งสุกกึ่งดิบ เช่น ก้อยปลา ลาบปลา หรือแม้แต่ปลาร้าที่หมักไม่ได้ที่ น้ำย่อยในกระเพาะอาหารจะช่วยย่อยผนังหุ้มตัวอ่อนของพยาธิ จากนั้นเจ้าพยาธิตัวน้อยจะเดินทางผ่านลำไส้เล็กส่วนต้น แล้วคืบคลานเข้าไปอยู่อาศัยในท่อน้ำดีในตับ เจริญเติบโตจนเป็นตัวเต็มวัย คอยดูดกินสารอาหารและออกไข่ปนมากับอุจจาระของเราเพื่อขยายพันธุ์ต่อไป โดยพวกมันสามารถมีชีวิตอยู่ในร่างกายเราได้ยาวนานเป็นสิบๆ ปี

ทำไมพยาธิใบไม้ในตับตัวเล็กๆ ถึงกลายเป็นต้นเหตุของมะเร็งท่อน้ำดีได้?

หากถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างพยาธิใบไม้ในตับกับการเกิดโรคมะเร็งท่อน้ำดี หลายคนอาจสงสัยว่าเจ้าพยาธิหน้าตาแบนๆ ตัวเล็กๆ แค่นี้ จะไปสร้างความเสียหายจนกลายเป็นมะเร็งร้ายได้อย่างไร หมออยากอธิบายกระบวนการนี้ให้เห็นภาพง่ายๆ ว่ามันเกิดจาก 3 กลไกหลักที่ทำงานประสานกันดังนี้

  • การบาดเจ็บจากการกัดเซาะ: ตัวเต็มวัยของพยาธิจะใช้ปุ่มดูดเกาะติดกับผนังท่อน้ำดี และคอยเคลื่อนที่ไปมาเพื่อหาอาหาร การเกาะและชอนไชนี้ทำให้ผนังท่อน้ำดีเกิดแผลและการระคายเคืองอย่างต่อเนื่อง
  • การอักเสบเรื้อรังที่ยาวนาน: ร่างกายของเราเมื่อมีสิ่งแปลกปลอมและมีแผลเกิดขึ้น ระบบภูมิคุ้มกันจะพยายามเข้ามาต่อสู้และซ่อมแซม ส่งผลให้เกิดการอักเสบเรื้อรังบริเวณท่อน้ำดี ยิ่งพยาธิอยู่นานเท่าไหร่ การอักเสบก็ยิ่งสะสมยาวนานเป็นสิบๆ ปี จนเซลล์ท่อน้ำดีเริ่มเหนื่อยล้าและทำงานผิดปกติ
  • สารเคมีจากตัวพยาธิกระตุ้นเซลล์กลายพันธุ์: พยาธิใบไม้ในตับจะปล่อยสารคัดหลั่งและของเสียออกมา ซึ่งสารเหล่านี้มีฤทธิ์กระตุ้นให้เซลล์ผนังท่อน้ำดีมีการแบ่งตัวที่รวดเร็วและผิดปกติ ประกอบกับการอักเสบเรื้อรัง ทำให้สารพันธุกรรมหรือ DNA ของเซลล์ท่อน้ำดีเกิดการกลายพันธุ์ จนในที่สุดก็เปลี่ยนสภาพกลายเป็นเซลล์มะเร็งท่อน้ำดี

อาการเตือนแบบไหนที่บอกว่าท่อน้ำดีกำลังมีปัญหา และต้องรีบมาตรวจ?

ความน่ากลัวที่สุดของโรคนี้คือ ในช่วงแรกที่พยาธิเข้าไปชอนไช หรือแม้กระทั่งในช่วงแรกเริ่มของการเกิดมะเร็งท่อน้ำดี คนไข้มักจะไม่มีอาการใดๆ แสดงออกมาเลย เรียกว่าเป็นภัยเงียบอย่างแท้จริง แต่เมื่อโรคเริ่มดำเนินไปจนท่อน้ำดีเกิดการอุดตัน ร่างกายจะเริ่มส่งสัญญาณเตือนเหล่านี้ออกมา

สัญญาณเตือนทางร่างกายที่ต้องสังเกต

  • มีอาการจุกเสียด แน่นท้อง โดยเฉพาะบริเวณใต้ชายโครงขวา ซึ่งมักจะคิดว่าเป็นเพียงอาการท้องอืดท้องเฟ้อทั่วไป
  • ผิวหนังและตาขาวเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลือง หรือที่เรียกกันว่าอาการดีซ่าน
  • ปัสสาวะมีสีเข้มจัดคล้ายน้ำชา และอุจจาระมีสีซีดลงกว่าปกติ
  • น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วโดยไม่ได้ตั้งใจลดน้ำหนัก ควบคู่กับอาการเบื่ออาหารและอ่อนเพลียอย่างต่อเนื่อง
  • ในรายที่มีการติดเชื้อซ้ำซ้อน อาจมีไข้สูง หนาวสั่น และปวดท้องอย่างรุนแรง

ปรับพฤติกรรมการกินง่ายๆ เพื่อปกป้องตับและท่อน้ำดีของเราให้ปลอดภัย

แม้ว่ามะเร็งท่อน้ำดีจะเป็นโรคที่รุนแรงและรักษาได้ยากหากตรวจพบในระยะลุกลาม แต่ข่าวดีคือเราสามารถป้องกันและตัดวงจรของโรคนี้ได้เกือบทั้งหมดด้วยตัวเราเอง เริ่มต้นจากขั้นตอนง่ายๆ ในชีวิตประจำวันดังนี้

ข้อแรกคือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาหาร ยึดหลักการกินอาหารที่ปรุงสุกด้วยความร้อนเท่านั้น หลีกเลี่ยงการกินปลาน้ำจืดดิบทุกชนิด การบีบมะนาว การใส่พริก หรือการแช่น้ำปลาไม่ได้ช่วยฆ่าตัวอ่อนของพยาธิแต่อย่างใด มีเพียงความร้อนจากการต้ม แกง ปิ้ง ยืนยันได้ว่าพยาธิตายแน่นอน สำหรับปลาร้าควรเลือกใช้ปลาร้าที่ต้มสุกแล้วในการปรุงอาหาร

นอกจากนี้ สำหรับใครที่มีประวัติเคยชื่นชอบการกินของดิบในอดีต หมอแนะนำให้ไปตรวจอุจจาระเพื่อหาไข่พยาธิ หรือเข้ารับการตรวจอัลตราซาวด์ช่องท้องส่วนบนเพื่อประเมินสภาพท่อน้ำดีและตับเป็นประจำทุกปี หากตรวจพบพยาธิใบไม้ในตับ แพทย์จะจ่ายยารักษาพยาธิใบไม้ในตับเพื่อกำจัดมันออกไปก่อนที่จะสายเกินไป

การดูแลตัวเองและคนในครอบครัวให้ห่างไกลจากพยาธิใบไม้ในตับไม่ใช่เรื่องยากเลย เพียงแค่เริ่มต้นเปลี่ยนวิธีคิดและวิธีการกินอาหารในวันนี้ เพื่อให้ตับและท่อน้ำดีของเราแข็งแรง อยู่กับเราไปได้อีกนานแสนนาน

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด

คลินิกกุมารเวชกรรมโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ศูนย์รวมวัคซีน ตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพที่คุณต้องการ หรือเลือกดูตามหมวดหมู่

🐻 แชทคุยกับคุณหมอนะคะ