ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ความสัมพันธ์ระหว่างรังสีจากอุปกรณ์สื่อสารกับการเปลี่ยนแปลงของคลื่นสมอง (EEG)

หลายคนมักถามหมอเวลาตรวจสุขภาพว่า การที่เราต้องอยู่กับสมาร์ทโฟนหรืออุปกรณ์ไร้สายตลอดทั้งวัน จะทำให้สมองเราทำงานผิดปกติหรือเกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรไหม โดยเฉพาะเรื่องของคลื่นสมองที่วัดได้จากเครื่อง EEG ซึ่งเป็นประเด็นที่พูดถึงกันมานานในแวดวงสุขภาพว่า รังสีที่ปล่อยออกมาจากอุปกรณ์เหล่านี้มีผลกระทบถึงระดับเซลล์ประสาทจริงหรือเปล่า

คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากมือถือทำงานอย่างไร

อุปกรณ์สื่อสารทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต หรือเราเตอร์ Wi-Fi ทำงานโดยการส่งและรับคลื่นวิทยุ ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ไม่ก่อให้เกิดการแตกตัวของไอออน (Non-ionizing radiation) พูดให้เข้าใจง่ายคือ พลังงานของมันไม่ได้สูงพอที่จะเข้าไปทำลายดีเอ็นเอหรือเปลี่ยนโครงสร้างทางเคมีของเซลล์ในร่างกายเราเหมือนรังสีเอกซ์หรือสารกัมมันตภาพรังสี

สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อเราวัดคลื่นสมองด้วยเครื่อง EEG

ในการตรวจ EEG หมอจะติดแผ่นอิเล็กโทรดบนหนังศีรษะเพื่อบันทึกกิจกรรมทางไฟฟ้าที่เกิดจากเซลล์สมองสื่อสารกัน การทดลองทางวิทยาศาสตร์ที่ผ่านมามีการนำอาสาสมัครมาทดสอบว่าคลื่นจากมือถือจะเข้าไปกวนสัญญาณไฟฟ้าของสมองหรือไม่ ซึ่งผลลัพธ์ส่วนใหญ่ชี้ให้เห็นว่า

  • ไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนของคลื่นอัลฟา หรือคลื่นสมองขณะพัก
  • ค่าความต่างศักย์ไฟฟ้าที่ตรวจวัดได้ยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ
  • ไม่พบหลักฐานว่าคลื่นจากอุปกรณ์เหล่านี้จะเข้าไปรบกวนการทำงานของระบบประสาทส่วนกลางจนเกิดภาวะผิดปกติ

ความร้อนจากอุปกรณ์ส่งผลต่อสมองได้จริงหรือ

ประเด็นที่ควรแยกออกจากเรื่องรังสีคือ เรื่องของอุณหภูมิครับ เวลาเราแนบมือถือกับใบหูเป็นเวลานาน ความร้อนที่เกิดขึ้นจากตัวเครื่องและแบตเตอรี่อาจทำให้เรารู้สึกอุ่นๆ บริเวณข้างหู ซึ่งความร้อนนี้เองที่เป็นปัจจัยหลักที่อาจส่งผลต่อความสบายตัว หรือทำให้ระบบไหลเวียนเลือดบริเวณผิวหนังมีการเปลี่ยนแปลงชั่วคราว แต่ไม่ได้หมายความว่ารังสีเหล่านั้นเจาะเข้าไปทำลายสมอง

คำแนะนำจากหมอเพื่อการใช้งานที่สบายใจ

ถึงแม้ผลการศึกษาปัจจุบันจะยืนยันว่ารังสีจากอุปกรณ์สื่อสารไม่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของคลื่นสมองในระดับที่เป็นอันตราย แต่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเล็กน้อยก็ช่วยให้เราลดความเสี่ยงจากปัจจัยอื่นๆ ได้

  • ใช้หูฟังแบบมีสายหรือบลูทูธแทนการแนบโทรศัพท์กับหูโดยตรง เพื่อลดความร้อนที่สัมผัสกับผิวหนัง
  • วางโทรศัพท์ห่างจากตัวเมื่อไม่ได้ใช้งาน โดยเฉพาะเวลานอน เพื่อลดการรบกวนจากแสงสีฟ้าและเสียงแจ้งเตือนที่ทำให้นอนหลับไม่สนิท
  • เลือกใช้งานอุปกรณ์ที่ผ่านมาตรฐานการรับรองจากหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ ซึ่งมีการจำกัดค่าการดูดซับพลังงานจำเพาะหรือค่า SAR ไว้ในระดับที่ปลอดภัย

สรุปคือ การใช้ชีวิตกับเทคโนโลยีในปัจจุบันยังถือว่ามีความปลอดภัยสูงตราบใดที่ใช้งานอย่างพอดี พักสายตาและพักร่างกายบ้าง หากรู้สึกมีอาการปวดศีรษะหรือล้าจากการจ้องหน้าจอนานๆ มักเกิดจากท่าทางการใช้งานที่ผิดสุขลักษณะ หรือการใช้สายตามากเกินไปมากกว่าจะเกิดจากรังสีครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down