ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกเหนื่อยง่ายผิดปกติ ดูยังไงว่าแค่เพลียหรือมีโรคซ่อนอยู่

เวลาเห็นลูกวิ่งเล่นเหนื่อยหอบแล้วมานั่งพัก เราก็มักจะคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาของการใช้พลังงานในเด็ก แต่ถ้าวันไหนลูกเริ่มเปลี่ยนไป จากเด็กที่เคยวิ่งเล่นได้นานกลับกลายเป็นขอหยุดพักบ่อยๆ เดินนิดหน่อยก็บอกว่าขาไม่มีแรง หรือนอนตื่นมาแล้วยังดูสะลึมสะลือไม่สดชื่น อาการอ่อนเพลียและเหนื่อยง่ายผิดปกตินี้อาจไม่ใช่แค่เรื่องความเหนื่อยล้าทั่วไป แต่อาจเป็นเสียงสะท้อนจากร่างกายว่ากำลังมีบางอย่างผิดปกติที่ต้องอาศัยการดูแลจากแพทย์

สาเหตุที่พบบ่อยเมื่อลูกน้อยหมดแรงและเหนื่อยง่ายกว่าเดิม

ในฐานะหมอที่ตรวจเด็กๆ อยู่บ่อยๆ เวลาคุณแม่พาลูกมาด้วยอาการเหนื่อยเพลีย เราจะเริ่มมองหาปัญหาสุขภาพตั้งแต่เรื่องพื้นฐานไปจนถึงโรคเฉพาะตัวที่ซ่อนอยู่ โดยสาเหตุหลักๆ มักมาจากกลุ่มเหล่านี้

ภาวะโลหิตจางหรือขาดธาตุเหล็กที่ทำให้ร่างกายขาดออกซิเจน

ธาตุเหล็กเปรียบเสมือนวัตถุดิบสำคัญในการสร้างเม็ดเลือดแดง ซึ่งมีหน้าที่ขนส่งออกซิเจนไปเลี้ยงทั่วร่างกาย เมื่อเด็กขาดธาตุเหล็ก เลือดจึงส่งออกซิเจนไปไม่พอ กล้ามเนื้อและสมองก็ทำงานได้ไม่เต็มที่ ลูกจึงรู้สึกเพลีย หน้าตาซีดเซียว และไม่มีเรี่ยวแรงจะทำอะไร

ปัญหาการนอนหลับและการนอนกรนที่ทำให้พักผ่อนไม่สนิท

เด็กหลายคนนอนหลับไม่สนิทโดยที่พ่อแม่ไม่รู้ตัว เช่น มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากต่อมทอนซิลโต ทำให้สมองตื่นตัวตลอดเวลาโดยที่เด็กไม่รู้ตัว ส่งผลให้ตื่นมาแล้วไม่สดชื่น ง่วงนอนระหว่างวัน และอ่อนเพลียเรื้อรัง

โรคภูมิแพ้หรือหอบหืดที่บั่นทอนพลังงานของเด็ก

อาการภูมิแพ้เรื้อรัง คัดจมูกแน่นจมูกจนหายใจไม่สะดวกตอนกลางคืน หรืออาการหอบหืดที่ทำให้ร่างกายต้องใช้พลังงานหายใจมากกว่าปกติ ล้วนทำให้ร่างกายเด็กต้องทำงานหนักขึ้นโดยไม่รู้ตัว จนเกิดความอ่อนล้าสะสม

สัญญาณอันตรายแบบไหนที่แปลว่าลูกต้องไปหาหมอทันที

อาการเพลียบางอย่างอาจดีขึ้นได้เองถ้าได้นอนหลับพักผ่อนและกินอาหารที่มีประโยชน์ แต่ถ้าลูกมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย คุณพ่อคุณแม่ควรพาลูกมาตรวจกับแพทย์โดยเร็วที่สุด

  • เหนื่อยหอบจนซี่โครงบาน หายใจเร็ว หรือริมฝีปากเริ่มเขียวคล้ำขณะทำกิจกรรมเบาๆ
  • น้ำหนักลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ เบื่ออาหารมาก หรือมีไข้ต่ำๆ เรื้อรังร่วมด้วย
  • มีอาการวิงเวียนศีรษะ หน้ามืด หรือเป็นลมหมดสติขณะลุกขึ้นยืนหรือวิ่งเล่น
  • คลำพบต่อมน้ำเหลืองโต มีรอยช้ำตามตัวง่าย หรือมีเลือดกำเดาไหลบ่อยครั้ง

วิธีดูแลและฟื้นฟูร่างกายลูกรักให้กลับมาสดใสมีพลัง

การช่วยเหลือลูกเบื้องต้นเริ่มต้นได้ที่บ้านด้วยการจัดระเบียบชีวิตประจำวันให้สมดุล ให้ลูกเข้านอนเป็นเวลาและนอนหลับให้เพียงพออย่างน้อย 9 ถึง 11 ชั่วโมงตามวัย พร้อมทั้งเน้นเรื่องโภชนาการโดยเลือกอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง เช่น เนื้อสัตว์แดง ตับ ไข่แดง และผักใบเขียว รวมถึงวิตามินซีที่ช่วยในการดูดซึมธาตุเหล็ก ให้ลูกดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอในแต่ละวัน และสนับสนุนให้เด็กได้ออกกำลังกายกลางแจ้งในปริมาณที่พอเหมาะเพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของหัวใจและปอดแบบค่อยเป็นค่อยไป หากปรับพฤติกรรมแล้วอาการไม่ดีขึ้น การมาพบแพทย์เพื่อตรวจเลือดหรือประเมินร่างกายอย่างละเอียดคือทางออกที่ดีที่สุดเพื่อให้ลูกน้อยกลับมามีรอยยิ้มและพลังงานสมวัยอีกครั้ง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down