ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

คุณแม่หลายคนคงเคยเจอปัญหานี้ เวลาที่ลูกน้อยกินอิ่มแล้ว แทนที่จะนอนหลับปุ๋ยสบายใจ กลับร้องไห้โยเย ดิ้นรน งอเข่าเข้าหาอก หรือบางครั้งก็แหวะนมออกมาจนเปื้อนไปหมด อาการเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะลูกเป็นเด็กเลี้ยงยาก แต่ส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากแรงดันในช่องท้องที่สูงเกินไป ซึ่งสร้างความอึดอัดทรมานให้กับร่างกายเล็กๆ ของเขาเป็นอย่างมาก ในฐานะหมอเด็ก หมออยากบอกว่าการที่ลูกมีอาการแบบนี้ไม่ได้เป็นเรื่องที่น่าตกใจจนเกินไป และเราสามารถช่วยให้ลูกรู้สึกสบายตัวขึ้นได้ด้วยวิธีการง่ายๆ ที่หลายคนอาจจะคาดไม่ถึง นั่นคือการปรับเปลี่ยนวิธีอุ้มและการจัดท่าทางของลูกให้ถูกต้อง

ทำไมลูกน้อยถึงอึดอัดท้องบ่อย? เข้าใจสาเหตุของแรงดันในช่องท้องทารก

ก่อนที่เราจะไปดูวิธีแก้ไข หมออยากชวนมาทำความเข้าใจธรรมชาติของร่างกายเด็กทารกกันสักนิด ระบบทางเดินอาหารของทารกแรกเกิดจนถึงวัย 6 เดือนนั้นยังเติบโตไม่เต็มที่ หูรูดกระเพาะอาหารที่ทำหน้าที่ปิดกั้นไม่ให้น้ำนมไหลย้อนกลับขึ้นมายังทำงานได้ไม่สมบูรณ์ ประกอบกับกระเพาะอาหารของลูกยังมีขนาดเล็กและอยู่ในแนวราบมากกว่าผู้ใหญ่

เมื่อลูกกินนมเข้าไป ร่วมกับการกลืนลมขณะดูดนม หรือแม้แต่ตอนที่ลูกร้องไห้ อากาศจะเข้าไปสะสมในทางเดินอาหาร ทำให้ท้องของลูกขยายตัวและเกิดแรงดันในช่องท้องเพิ่มขึ้น หากมีแรงกดดันจากภายนอกไปกระทบ หรือหากเราจัดท่าทางของลูกไม่เหมาะสม แรงดันเหล่านี้จะดันให้น้ำนมและกรดในกระเพาะอาหารไหลย้อนกลับขึ้นมาทางหลอดอาหาร ทำให้ลูกรู้สึกแสบร้อน ท้องอืด และไม่สบายตัวอย่างรุนแรง

เทคนิคการอุ้มและจัดท่าเพื่อลดแรงกดดันในช่องท้องทารก ที่หมอแนะนำ

การปรับท่าทางหลังมื้อนมเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้แรงโน้มถ่วงของโลกทำงานร่วมกับร่างกายของลูกได้อย่างมีประสิทธิภาพ หมอได้รวบรวมเทคนิคการอุ้มและจัดท่าเพื่อลดแรงกดดันในช่องท้องทารกที่ทำได้ง่ายและเห็นผลจริงมาฝากกันดังนี้

ท่าอุ้มพาดบ่าแบบคลาสสิก ช่วยระบายลมได้อย่างนุ่มนวล

นี่คือท่าพื้นฐานที่ดีที่สุดในการลดแรงดันในท้อง วิธีการคืออุ้มลูกขึ้นพาดบ่า โดยให้หน้าอกของลูกแนบชิดกับหัวไหล่ของคุณพ่อคุณแม่ ตัวของลูกจะอยู่ในแนวตั้งตรง ซึ่งช่วยให้ลมที่ค้างอยู่ในกระเพาะอาหารลอยขึ้นสู่ที่สูงและระบายออกทางการเรอได้ง่ายขึ้น

ข้อควรระวัง: อย่ากดตัวลูกลงกับไหล่แรงเกินไป เพราะจะกลายเป็นการไปเพิ่มแรงกดดันที่หน้าท้องของลูก ให้ประคองหลังและก้นของลูกไว้เบาๆ แล้วลูบหลังขึ้นช้าๆ เพื่อช่วยกระตุ้นการเรอ

ท่าอุ้มเสือบนกิ่งไม้ ท่าไม้ตายลดอาการท้องอืด

สำหรับบ้านไหนที่ลูกมีลมในท้องเยอะ ท้องอืดตึง และงอแงมาก ท่านี้เป็นท่าที่หมอแนะนำอย่างยิ่ง วิธีการคือให้ลูกนอนคว่ำลงบนแขนของคุณพ่อคุณแม่ โดยให้ศีรษะของลูกหันออกไปทางข้อศอก ประคองช่วงอกและท้องของลูกไว้ด้วยฝ่ามือ ขาของลูกจะคร่อมอยู่บนแขนของเรา ท่านี้จะช่วยให้แรงดันจากน้ำหนักตัวของลูกกระจายออกไปอย่างสม่ำเสมอ และแรงกดเบาๆ จากท้องแขนจะช่วยนวดช่องท้อง กระตุ้นให้ลูกระบายแก๊สและเรอออกมาได้ดีขึ้น

ท่าอุ้มแบบนั่งตักประคองคาง ทางเลือกที่ดีสำหรับเด็กแหวะนมง่าย

หากลูกเป็นเด็กที่แหวะนมบ่อย การจับพาดบ่าอาจทำให้เกิดการโยกย้ายตัวมากเกินไปจนกระตุ้นการอาเจียน ลองเปลี่ยนมาใช้ท่านั่งตัก โดยให้ลูกนั่งบนตักของคุณพ่อคุณแม่ เอนตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ใช้มือข้างหนึ่งประคองช่วงคางและอกของลูกไว้ (ระวังอย่าให้มือไปกดหลอดลม) ส่วนมืออีกข้างลูบหลังขึ้นเบาๆ ท่านี้ช่วยให้กระเพาะอาหารอยู่ในแนวตั้งตรง ลมจะระบายออกได้ง่ายโดยที่ไม่เกิดแรงกดทับที่หน้าท้องเลย

การจัดท่านอนหลังมื้อนม ป้องกันกรดไหลย้อนอย่างปลอดภัย

หลังจากที่ลูกเรอเรียบร้อยแล้ว การจัดท่าทางในช่วงนอนหลับก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน หมอมีหลักการจัดท่าทางที่ปลอดภัยมาแนะนำเพื่อไม่ให้เกิดแรงดันในท้องย้อนกลับขึ้นมา

  • อุ้มอุ้มประคองในแนวตั้งก่อนนอน: หลังกินนมอิ่มและเรอแล้ว อย่าเพิ่งวางลูกนอนราบทันที ควรอุ้มลูกในแนวตั้งหรือกึ่งนั่งกึ่งนอนไว้อย่างน้อย 20-30 นาที เพื่อให้น้ำนมไหลลงสู่ส่วนลึกของกระเพาะอาหารก่อน
  • ท่านอนหงายคือท่าที่ปลอดภัยที่สุด: แม้ว่าเด็กบางคนจะชอบนอนคว่ำเพราะทำให้ท้องอุ่นขึ้น แต่ทางการแพทย์แนะนำให้นอนหงายเสมอเพื่อป้องกันภาวะไหลตายในทารก (SIDS)
  • ยกระดับหัวเตียงขึ้นเล็กน้อย: หากลูกมีอาการกรดไหลย้อนรุนแรง ให้ใช้วิธีหนุนหัวที่นอนหรือเตียงฝั่งศีรษะให้สูงขึ้นประมาณ 15-30 องศา แทนการใช้หมอนหนุนหัวของลูกโดยตรง เพราะการใช้หมอนอาจทำให้คอของลูกพับ ซึ่งนอกจากจะหายใจลำบากแล้ว ยังเพิ่มแรงดันในช่องท้องอีกด้วย

สิ่งสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่ต้องเลี่ยง เพื่อไม่ให้เพิ่มแรงดันในท้องลูก

นอกจากการจัดท่าทางที่ถูกต้องแล้ว การป้องกันไม่ให้เกิดแรงดันส่วนเกินก็สำคัญไม่แพ้กัน หมออยากให้คุณพ่อคุณแม่เลี่ยงพฤติกรรมเหล่านี้

  • การสวมใส่เสื้อผ้าหรือผ้าอ้อมที่รัดแน่นเกินไป: ขอบผ้าอ้อมสำเร็จรูปหรือกางเกงที่รัดพุงจะกดทับกระเพาะอาหารโดยตรง ทำให้เกิดแรงดันที่ดันให้นมไหลย้อนขึ้นมาได้ง่าย
  • การขยับตัวลูกอย่างรวดเร็วหลังมื้อนม: เลี่ยงการเล่นโลดโผน การจับลูกโยกเยก หรือการเปลี่ยนผ้าอ้อมทันทีหลังกินนม เพราะการยกขาลูกขึ้นสูงเพื่อเช็ดก้นจะทำให้ช่องท้องถูกบีบอัดและทำให้นมไหลย้อนทันที
  • การปล่อยให้ลูกหิวจัดจนร้องไห้นาน: เวลาที่ลูกร้องไห้หนักๆ ลูกจะกลืนลมเข้าไปในท้องเป็นปริมาณมาก ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดลมและแรงดันในท้องตามมา

การดูแลลูกน้อยในช่วงวัยแรกเกิดต้องอาศัยความเข้าใจและความอดทนค่อนข้างสูง หมออยากเป็นกำลังใจให้คุณพ่อคุณแม่ทุกคน ลองนำเทคนิคการอุ้มและจัดท่าทางเหล่านี้ไปปรับใช้ดู สังเกตว่าท่าไหนที่ลูกชอบและทำแล้วสบายตัวที่สุด เพราะเด็กแต่ละคนมีความชอบและสรีระที่ต่างกันเล็กน้อย หากเราค่อยๆ ปรับอย่างถูกวิธี ปัญหาเรื่องการร้องงอแงและอาการอึดอัดท้องของลูกก็จะค่อยๆ ลดลงอย่างแน่นอน

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down