ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เคยมั้ยที่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ อย่างการจราจรติดขัด สายไฟพันกัน หรือคำพูดไม่เข้าหูเพียงคำเดียว กลับทำให้ความรู้สึกภายในพุ่งสูงจนเหมือนสมองระเบิด? หลายครั้งที่การแสดงออกจบลงด้วยการตะคอด ขว้างปองสิ่งของ หรือแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวออกมาอย่างฉับพลัน โดยที่หลังจากอารมณ์เย็นลง กลับต้องมานั่งรู้สึกผิดและเสียใจกับสิ่งที่ทำลงไป

หมอมักจะได้ยินคำถามจากคนไข้และครอบครัวเสมอว่า "ทำไมถึงควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ ทั้งที่ไม่อยากเป็นแบบนี้?" ในมุมมองทางการแพทย์ พฤติกรรมอารมณ์ดุร้ายพุ่งสูงอย่างฉับพลันและไม่สมเหตุสมผลกับสิ่งกระตุ้น อาจไม่ได้เป็นเพียงแค่นิสัยส่วนตัวหรือการเป็นคนอารมณ์ร้าย แต่เป็นสัญญาณของ โรคระเบิดอารมณ์เป็นครั้งคราว (Intermittent Explosive Disorder: IED)

โรคระเบิดอารมณ์เป็นครั้งคราว (IED) คืออะไร?

โรคระเบิดอารมณ์เป็นครั้งคราว จัดอยู่ในกลุ่มโรคจิตเวชด้านการควบคุมตนเองและพฤติกรรม (Impulse-Control Disorder) ผู้ป่วยจะมีอาการระเบิดอารมณ์โกรธอย่างรุนแรง ก้าวร้าว และเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน โดยระดับความโกรธนั้นจะสูงเกินกว่าเหตุปัจจัยกระตุ้นไปมาก และเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด

blockquote>จุดเด่นสำคัญของภาวะนี้คือ ผู้ป่วยไม่ได้มีเจตนาอาฆาตหรือต้องการทำร้ายใครเป็นทุนเดิม และเมื่อเหตุการณ์ผ่านไป ส่วนใหญ่มักจะรู้สึกตื่นตกใจ รู้สึกผิด หรืออับอายต่อพฤติกรรมของตนเอง

สังเกตสัญญาณเตือน: แบบไหนคืออารมณ์โกรธธรรมดา แบบไหนคือ IED?

ความโกรธเป็นอารมณ์ปกติของมนุษย์ แต่สำหรับผู้ที่มีภาวะโรคระเบิดอารมณ์เป็นครั้งคราว สัญญาณเตือนมักแสดงออกทั้งทางร่างกายและพฤติกรรมที่เด่นชัด ดังนี้

1. สัญญาณเตือนทางร่างกายก่อนการระเบิดอารมณ์

  • หัวใจเต้นเร็วและแรง เหงื่อออกตามฝ่ามือ
  • รู้สึกแน่นหน้าอก กล้ามเนื้อเกร็งตึงทั่วร่างกาย
  • มีความรู้สึกเหมือนมีแรงดันมหาศาลอยู่ภายในหัว
  • รู้สึกชาตามปลายมือปลายเท้า หรือมีอาการสั่นสะท้าน

2. พฤติกรรมขณะระเบิดอารมณ์

  • การตะโกน โต้เถียง หรือด่าทอด้วยคำรุนแรงเกินกว่าเหตุ
  • การทำลายข้าวของ ทุบโต๊ะ ต่อยกำแพง หรือขว้างปองสิ่งของรอบตัว
  • การทำร้ายร่างกายผู้อื่น หรือสัตว์เลี้ยง (ในกรณีที่มีอาการรุนแรง)
  • การระเบิดอารมณ์มักเกิดขึ้นสั้นๆ โดยส่วนใหญ่จะคงอยู่ไม่เกิน 30 นาที

สาเหตุซ่อนเร้นที่ไม่ใช่แค่เรื่อง "นิสัยไม่ดี"

จากการศึกษาทางประสาทวิทยา พบว่าโรคระเบิดอารมณ์เป็นครั้งคราวมีปัจจัยทางชีวภาพและสภาพแวดล้อมเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างลึกซึ้ง

  • สารเคมีในสมองไม่สมดุล: พบความบกพร่องของสารสื่อประสาทเซโรโทนิน (Serotonin) ซึ่งมีหน้าที่สำคัญในการควบคุมอารมณ์และการยับยั้งชั่งใจ
  • การทำงานของสมองส่วนอารมณ์: สมองส่วนอะมิกดาลา (Amygdala) ที่ตอบสนองต่อภัยคุกคามทำงานไวเกินไป ในขณะที่สมองส่วนหน้า (Prefrontal Cortex) ที่ทำหน้าที่คิดวิเคราะห์และควบคุมอารมณ์กลับทำงานลดลง
  • ประสบการณ์ในวัยเด็ก: การเติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่มีความรุนแรง ถูกทำร้ายร่างกาย หรือเห็นพฤติกรรมก้าวร้าวเป็นประจำ มักส่งผลให้ซึมซับและพัฒนาภาวะนี้ได้ง่ายขึ้น

แนวทางการดูแลและรักษาอย่างถูกวิธี

โรคระเบิดอารมณ์เป็นครั้งคราวสามารถรักษาและควบคุมได้ หากได้รับการดูแลที่ถูกต้องจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

1. การรักษาด้วยจิตบำบัด (Psychotherapy)

การปรับความคิดและพฤติกรรม (Cognitive Behavioral Therapy: CBT) ช่วยให้ผู้ป่วยเรียนรู้การสังเกตสัญญาณเตือนทางร่างกาย ประเมินสถานการณ์อย่างสมเหตุสมผล และฝึกเทคนิคการผ่อนคลายอารมณ์ก่อนที่จะระเบิดออก

2. การรักษาด้วยยา (Medication)

ในบางกรณี แพทย์อาจพิจารณาใช้ยาในกลุ่มปรับระดับสารสื่อประสาท เช่น ยาในกลุ่ม SSRIs หรือยาปรับอารมณ์ เพื่อช่วยลดความไวของการตอบสนองต่ออารมณ์โกรธให้กลับมาอยู่ในระดับปกติ

3. เทคนิคการรับมือเบื้องต้นด้วยตนเอง

  • ฝึกการปรับเปลี่ยนสถานที่ (Time-Out): เมื่อเริ่มรู้สึกถึงสัญญาณเตือนทางร่างกาย ให้รีบปลีกตัวออกจากสถานการณ์นั้นทันที
  • ฝึกการหายใจชะลออารมณ์: สูดหายใจเข้าลึกๆ และถอนหายใจออกยาวๆ เพื่อกระตุ้นระบบประสาทให้ร่างกายลดความตื่นตัว
  • งดสารกระตุ้น: หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสารเสพติด เนื่องจากมีผลโดยตรงต่อการลดความสามารถในการยับยั้งชั่งใจ

ข้อคิดส่งท้ายจากหมอ

การยอมรับว่าตนเองหรือคนใกล้ชิดกำลังเผชิญกับ โรคระเบิดอารมณ์เป็นครั้งคราว ไม่ใช่ความล้มเหลวหรือเรื่องน่าอับอาย แต่เป็นก้าวแรกที่สำคัญในการเปิดประตูสู่การรักษา หากพบว่าอารมณ์โกรธเริ่มสร้างบาดแผลให้ความสัมพันธ์ กระทบต่อการทำงาน หรือสร้างความทุกข์ใจในชีวิต การปรึกษาจิตแพทย์หรือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญคือทางออกที่จะช่วยคืนความสงบสุขและความสุขให้ชีวิตได้อย่างยั่งยืน

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down