ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

สำหรับคนที่รักการออกกำลังกายเป็นชีวิตจิตใจ คงไม่มีอะไรน่าตกใจไปกว่าการเข้าห้องน้ำหลังวิ่งมาราธอน ซ้อมปั่นจักรยานทางไกล หรือเล่นเวทเทรนนิ่งอย่างหนัก แล้วพบว่าปัสสาวะของตัวเองกลายเป็นสีชมพู สีแดง หรือเข้มจนดูเหมือนสีน้ำชาเย็น หลายคนอาจจะเริ่มวิตกกังวลว่าไตกำลังวาย หรือมีโรคร้ายแรงซ่อนอยู่ข้างในหรือเปล่า

ในฐานะหมอที่เจอคนไข้สายสปอร์ตเดินเข้ามาปรึกษาด้วยอาการนี้บ่อยๆ หมออยากบอกให้เบาใจลงก่อนก้าวหนึ่ง เพราะอาการนี้อาจไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอย่างที่คิด หากเราเข้าใจกลไกของมันและรู้วิธีสังเกตอาการอย่างถูกต้อง

วิ่งหนักจนฉี่เป็นสีโค้ก เกิดจากอะไรกันแน่?

อาการปัสสาวะเปลี่ยนสีหลังการซ้อมหนักนี้ ทางการแพทย์เรียกว่า ภาวะปัสสาวะเป็นเลือดจากการออกกำลังกาย (Exercise-induced Hematuria) หรือบางครั้งเรียกว่า March Hematuria ซึ่งมักเกิดขึ้นหลังจากที่ร่างกายผ่านการใช้งานอย่างหักโหม โดยมีสาเหตุหลักๆ อยู่ 3 อย่างด้วยกัน

  • การกระแทกซ้ำๆ ของอวัยวะภายใน: เวลาที่เราวิ่งระยะไกลหรือกระโดดต่อเนื่อง ผนังด้านในของกระเพาะปัสสาวะที่ว่างเปล่าจะเกิดการเสียดสีและกระแทกกันเองจนเกิดบาดแผลเล็กๆ และมีเลือดซึมออกมาปนกับปัสสาวะ
  • เลือดไปเลี้ยงไตลดลงชั่วคราว: ขณะที่เราออกกำลังกายอย่างหนัก ร่างกายจะจัดสรรเลือดส่วนใหญ่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อที่กำลังใช้งาน ทำให้เลือดที่ส่งไปเลี้ยงไตลดลงชั่วคราว ส่งผลให้ตัวกรองของไตยอมให้เม็ดเลือดแดงเล็ดลอดออกมาในปัสสาวะได้ง่ายขึ้น
  • กล้ามเนื้อสลายตัว: ในกรณีที่ออกกำลังกายหนักเกินไปจนกล้ามเนื้อเกิดการบาดเจ็บอย่างรุนแรง สารสีแดงในกล้ามเนื้อที่เรียกว่า "ไมโอโกลบิน" (Myoglobin) จะถูกปล่อยเข้าสู่กระแสเลือดและขับออกทางปัสสาวะ ทำให้ปัสสาวะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้มคล้ายโค้ก ซึ่งภาวะนี้อาจเป็นอันตรายต่อไตหากไม่ได้รับการชดเชยน้ำที่เพียงพอ

ปัสสาวะสีแดงแบบไหนที่เป็นเรื่องปกติ และแบบไหนที่เริ่มอันตราย

หมอมักจะแนะนำให้คนไข้ใช้หลักการสังเกตง่ายๆ เพื่อแยกแยะว่าอาการที่เป็นอยู่เป็นเพียงปฏิกิริยาชั่วคราวของร่างกาย หรือเป็นสัญญาณเตือนของโรคอื่นที่ต้องได้รับการรักษา

หากเป็นภาวะปัสสาวะเป็นเลือดจากการออกกำลังกายทั่วไป อาการมักจะมีลักษณะเฉพาะดังนี้

  • ไม่มีอาการเจ็บปวดขณะปัสสาวะ ไม่มีไข้ และไม่มีอาการปวดหลังหรือเอวร่วมด้วย
  • สีของปัสสาวะจะค่อยๆ จางลงจนกลับมาเป็นสีเหลืองใสตามปกติภายใน 24 ถึง 72 ชั่วโมง หลังจากที่เราหยุดพักและดื่มน้ำอย่างเพียงพอ

แต่หากปัสสาวะยังมีสีแดงเข้มต่อเนื่องเกิน 3 วัน หรือมีอาการปวดแสบขัดขณะปัสสาวะ ปวดท้องน้อย มีไข้ หรือมีลิ่มเลือดปนออกมา อาการเหล่านี้อาจชี้ไปที่โรคอื่นๆ เช่น การติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ นิ่วในไต หรือนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ ซึ่งจำเป็นต้องตรวจปัสสาวะและเข้าพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยอย่างละเอียด

ออกกำลังกายอย่างไรไม่ให้ร่างกายประท้วงจนฉี่เป็นเลือด

การป้องกันไม่ให้เกิดภาวะนี้ไม่ได้หมายความว่าต้องเลิกออกกำลังกาย แต่เป็นการปรับพฤติกรรมเพื่อลดความตึงเครียดของร่างกายลง ซึ่งทำได้ง่ายๆ ดังนี้

1. ดื่มน้ำให้เพียงพอก่อน ระหว่าง และหลังออกกำลังกาย

การปล่อยให้ร่างกายขาดน้ำจะทำให้ปัสสาวะมีความเข้มข้นสูง และเพิ่มโอกาสที่ผนังกระเพาะปัสสาวะจะเสียดสีกันจนเกิดแผล การจิบน้ำสม่ำเสมอจะช่วยรักษาปริมาณเลือดที่ไปเลี้ยงไตและช่วยเจือจางปัสสาวะให้ไหลเวียนได้ดี

2. อย่าปล่อยให้กระเพาะปัสสาวะว่างเปล่าจนเกินไป

สำหรับนักวิ่งระยะไกล การปัสสาวะออกจนหมดเกลี้ยงก่อนวิ่งอาจทำให้ผนังกระเพาะปัสสาวะแฟบและกระแทกกันได้ง่ายขึ้น การหลงเหลือปัสสาวะไว้ในกระเพาะปัสสาวะเล็กน้อยจะช่วยทำหน้าที่เป็นเสมือนเบาะกันกระแทกตามธรรมชาติ

3. ค่อยๆ เพิ่มระดับความหนักอย่างค่อยเป็นค่อยไป

หลีกเลี่ยงการหักโหมเพิ่มระยะทางหรือความหนักแบบก้าวกระโดด เพื่อให้กล้ามเนื้อและระบบไหลเวียนโลหิตได้ปรับตัว และลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะกล้ามเนื้อสลายตัว

อาการแบบไหนที่ต้องหยุดพัก และเมื่อไหร่ที่ต้องไปโรงพยาบาลทันที

เมื่อพบว่าปัสสาวะมีสีแดงหลังจากการซ้อมหนัก สิ่งแรกที่ต้องทำคือ "หยุดพัก" และดื่มน้ำสะอาดเข้าไปเพื่อช่วยชดเชยน้ำในร่างกาย สังเกตอาการปัสสาวะในรอบถัดไปว่าสีเริ่มจางลงหรือไม่

แต่หากมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย หมอแนะนำว่าควรรีบไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลทันทีโดยไม่ต้องรอให้ครบ 3 วัน

  • มีอาการปวดกล้ามเนื้ออย่างรุนแรงทั่วร่างกาย ร่วมกับปัสสาวะสีเข้มจัดคล้ายน้ำปลาหรือโค้ก และมีปริมาณปัสสาวะออกน้อยลงมาก (สัญญาณเตือนของภาวะกล้ามเนื้อสลายรุนแรงที่อาจนำไปสู่ไตวายเฉียบพลัน)
  • มีอาการวิงเวียนศีรษะ หน้ามืด คลื่นไส้อาเจียน หรือเหนื่อยล้าผิดปกติ
  • มีไข้หนาวสั่น ปวดเอว หรือปวดหลังอย่างรุนแรง

การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพเป็นสิ่งที่ดีมาก แต่การรับฟังเสียงเตือนของร่างกายก็สำคัญไม่แพ้กัน เมื่อไหร่ที่ร่างกายส่งสัญญาณประท้วงออกมาผ่านสีของปัสสาวะ ขอให้หยุดพัก ผ่อนแรงลง และให้เวลาส่วนต่างๆ ได้ฟื้นฟูตัวเองอย่างเหมาะสม เพื่อที่เราจะได้สนุกกับการออกกำลังกายไปได้อีกยาวนานและปลอดภัย

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down