ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมลูกถึงคุมอารมณ์ไม่ได้และวอกแวกบ่อยครั้ง

หลายครั้งที่คุณพ่อคุณแม่มักมาปรึกษาหมอด้วยความกังวลว่า ทำไมลูกถึงดูใจร้อน หงุดหงิดง่าย หรือไม่สามารถจดจ่อกับสิ่งที่ทำได้นานเหมือนเด็กคนอื่น ซึ่งจริงๆ แล้วการที่เด็กคนหนึ่งจะมีพฤติกรรมเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากความตั้งใจดื้อหรือนิสัยส่วนตัวเพียงอย่างเดียว แต่มันมีปัจจัยที่ซับซ้อนกว่านั้นครับ

พัฒนาการทางสมองกับความสามารถในการควบคุมตัวเอง

สมองของเด็กโดยเฉพาะส่วนหน้าหรือที่เรียกว่า Prefrontal Cortex ซึ่งทำหน้าที่เปรียบเสมือนผู้จัดการใหญ่ในการคุมสติและสมาธิ ยังไม่เติบโตเต็มที่ในช่วงวัยเด็กเล็ก ดังนั้นหากเด็กได้รับปัจจัยกระตุ้นที่รุนแรงเกินไป หรือขาดการฝึกฝนที่เหมาะสม ย่อมส่งผลโดยตรงต่อผลกระทบต่อความสามารถในการควบคุมอารมณ์และสมาธิของเด็กได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่

ปัจจัยรอบตัวที่ส่งผลต่ออารมณ์และสมาธิของลูก

สภาพแวดล้อมที่เด็กอาศัยอยู่เป็นปัจจัยต้นๆ ที่กำหนดว่าเด็กจะควบคุมตัวเองได้ดีแค่ไหน หมออยากให้ลองสังเกตดูว่ามีสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นในบ้านหรือไม่:

  • ความเครียดภายในครอบครัว: เด็กเปรียบเสมือนฟองน้ำที่ซึมซับบรรยากาศ หากคนรอบข้างใช้อารมณ์ตัดสินปัญหา เด็กจะเรียนรู้วิธีจัดการอารมณ์แบบนั้นไปโดยไม่รู้ตัว
  • ตารางชีวิตที่ขาดความสมดุล: การนอนไม่พอหรือการกินอาหารที่น้ำตาลสูงเกินไป มีส่วนอย่างมากที่ทำให้เด็กสมาธิสั้นและหงุดหงิดง่าย
  • การใช้หน้าจอมากเกินไป: เนื้อหาที่เปลี่ยนฉากอย่างรวดเร็วในสื่อดิจิทัล ทำให้สมองของเด็กเสพติดความตื่นเต้นจนทำให้การทำกิจกรรมที่ต้องใช้ความอดทนทำได้ยากขึ้น

สัญญาณเตือนที่ควรหันมาใส่ใจดูแลเป็นพิเศษ

บางครั้งปัญหาเรื่องอารมณ์และสมาธิอาจเป็นสัญญาณของภาวะที่ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญดูแล หากพบพฤติกรรมเหล่านี้บ่อยครั้ง หมอแนะนำว่าไม่ควรนิ่งนอนใจครับ:

  • ลูกไม่สามารถเปลี่ยนผ่านจากกิจกรรมหนึ่งไปอีกกิจกรรมหนึ่งได้โดยไม่ร้องโวยวาย
  • เหม่อลอยหรือวอกแวกง่ายแม้ในสิ่งที่ตัวเองชอบ
  • มีพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรงเกินกว่าวัยอย่างเห็นได้ชัด
  • ไม่สามารถรอคอยสิ่งที่ต้องการได้เลยแม้เพียงระยะเวลาสั้นๆ

วิธีปรับพฤติกรรมเพื่อเสริมสร้างความนิ่งให้กับลูก

การฝึกฝนความสามารถในการควบคุมตนเองเหมือนการสร้างกล้ามเนื้อ ต้องทำอย่างค่อยเป็นค่อยไปและอาศัยเวลา:

  • สร้างกิจวัตรที่ชัดเจน: ความคาดเดาได้ช่วยให้เด็กคลายความวิตกกังวลและมีสมาธิมากขึ้น
  • ฝึกการเรียกชื่ออารมณ์: เมื่อลูกหงุดหงิด ให้ช่วยเขาตั้งชื่ออารมณ์นั้น เช่น บอกว่าลูกกำลังโกรธหรือเสียใจ การระบุอารมณ์ได้จะช่วยให้สมองส่วนเหตุผลเริ่มทำงานแทนที่สมองส่วนอารมณ์
  • เพิ่มเวลาเล่นอิสระ: การเล่นที่ปราศจากหน้าจอ เช่น การต่อบล็อกไม้หรือการระบายสี ช่วยฝึกจดจ่อได้ดีที่สุด
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down