ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

อะไรบ้างที่ส่งผลต่อการควบคุมอารมณ์และสมาธิของลูก

คุณพ่อคุณแม่หลายท่านมักเดินเข้ามาปรึกษาที่ห้องตรวจด้วยความกังวลว่า ทำไมช่วงนี้ลูกถึงดูอารมณ์แปรปรวนง่าย โกรธง่าย หรือทำกิจกรรมอะไรได้ไม่นานก็เบื่อ ซึ่งในทางกุมารเวชศาสตร์ ปัญหาเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นโดยไม่มีสาเหตุ แต่มักเป็นผลกระทบต่อความสามารถในการควบคุมอารมณ์และสมาธิของเด็กที่ถูกสะสมมาจากปัจจัยรอบตัว ทั้งเรื่องของการพักผ่อน โภชนาการ และการจัดระเบียบสภาพแวดล้อมที่บ้าน

สัญญาณเตือนว่าลูกกำลังรับมือกับความเครียดภายในใจ

เด็กไม่ได้แสดงออกด้วยคำพูดเหมือนผู้ใหญ่ แต่เขามักจะสื่อสารผ่านพฤติกรรม อาการที่พบได้บ่อยเมื่อเด็กสูญเสียความสามารถในการควบคุมอารมณ์ ได้แก่

  • การร้องไห้อาละวาดเกินกว่าเหตุในสถานการณ์ปกติ
  • การไม่สามารถจดจ่อกับสิ่งที่ทำได้เกิน 5-10 นาที
  • ความรู้สึกหงุดหงิดง่ายเมื่อถูกขัดใจหรือต้องเปลี่ยนกิจกรรม
  • ปัญหาการนอนหลับ หรือการตื่นมากลางดึกด้วยความกังวล

ปัจจัยซ่อนเร้นที่ทำลายสมาธิของลูกน้อยโดยไม่รู้ตัว

หลายคนมองข้ามเรื่องพื้นฐานไป แต่ความจริงแล้วสิ่งเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการควบคุมอารมณ์อย่างรุนแรง

การได้รับข้อมูลผ่านหน้าจอนานเกินไป

แสงสีฟ้าจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ส่งผลโดยตรงต่อสารเคมีในสมอง การได้รับข้อมูลที่รวดเร็วเกินไปทำให้สมองของเด็กไม่ได้ฝึกฝนการรอคอย ส่งผลให้เมื่อต้องมาทำกิจกรรมที่ช้าลงหรือใช้ความอดทน เด็กจึงแสดงอาการหงุดหงิดออกมาทันที

ภาวะอดนอนเรื้อรัง

การนอนไม่พอไม่ใช่แค่ทำให้ลูกงอแง แต่สมองส่วนหน้าที่ทำหน้าที่ควบคุมอารมณ์ (Prefrontal Cortex) จะทำงานได้แย่ลงอย่างเห็นได้ชัด ทำให้เด็กขาดความยับยั้งชั่งใจและสมาธิสั้นลงอย่างมาก

วิธีช่วยให้ลูกกลับมามีสมาธิและควบคุมอารมณ์ได้ดียิ่งขึ้น

การปรับพฤติกรรมไม่ใช่เรื่องยากหากทำอย่างต่อเนื่องและเข้าใจธรรมชาติของเด็ก

  • สร้างตารางกิจกรรมที่ชัดเจน: เด็กจะรู้สึกปลอดภัยและควบคุมตัวเองได้ดีขึ้นเมื่อเขารู้ว่ากิจกรรมต่อไปคืออะไร
  • ฝึกฝนการแสดงออกทางอารมณ์: ให้ลูกหัดพูดชื่อความรู้สึกของตัวเอง เช่น บอกว่ากำลังเสียใจ แทนการกรีดร้อง
  • จำกัดเวลาหน้าจออย่างเข้มงวด: อย่างน้อย 1-2 ชั่วโมงก่อนนอน ควรเป็นช่วงเวลาที่ปลอดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อให้สมองได้พัก
  • ส่งเสริมกิจกรรมที่ใช้สมาธิแบบค่อยเป็นค่อยไป: เช่น การต่อบล็อกไม้ การวาดรูป หรือการอ่านนิทานร่วมกัน เพื่อฝึกกล้ามเนื้อสมาธิให้ทำงานได้นานขึ้น

เมื่อไหร่ที่ควรปรึกษาหมอเพื่อประเมินอย่างละเอียด

หากคุณพ่อคุณแม่ลองปรับสภาพแวดล้อมที่บ้านแล้ว แต่อาการของลูกยังคงรุนแรงจนส่งผลกระทบต่อการเรียน หรือการอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคม จนเกิดเป็นปัญหาความสัมพันธ์ในครอบครัว การพามาพบกุมารแพทย์เพื่อตรวจประเมินพัฒนาการอย่างละเอียดถือเป็นทางเลือกที่เหมาะสม เพื่อแยกแยะว่าปัญหาดังกล่าวมาจากสภาพแวดล้อมหรือภาวะทางพัฒนาการที่ต้องการการช่วยเหลือเป็นพิเศษ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down