เวลาที่หมอตรวจภายในแล้วเจอความผิดปกติ หรือเวลาที่ผลตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกออกแล้วบอกว่าพบเซลล์ที่ต้องสงสัย หลายคนมักจะตกใจและกังวลใจมาก เพราะโรคมะเร็งเป็นคำที่ฟังทีไรก็ใจหายทุกที แต่ความจริงแล้ว มะเร็งปากมดลูกเป็นหนึ่งในไม่กี่โรคที่ถ้ารู้เร็ว โอกาสรักษาให้หายขาดนั้นสูงมากๆ ครับ
สัญญาณเตือนจากร่างกายในระยะเริ่มต้นที่หลายคนมักมองข้าม
ในระยะแรกเริ่มจริงๆ ของมะเร็งปากมดลูก เซลล์ที่ผิดปกติมักจะยังอยู่แค่ที่ผิวเยื่อบุและยังไม่ได้ลุกลามไปไหน ทำให้ร่างกายแทบจะไม่มีอาการอะไรเลยครับ หลายคนยังใช้ชีวิตได้ตามปกติ ประจำเดือนมาสม่ำเสมอ จนทำให้เราชะล่าใจและไม่ได้มาตรวจภายใน
แต่เมื่อเซลล์เริ่มเปลี่ยนแปลมากขึ้นจนเข้าสู่ระยะเริ่มต้นที่เริ่มแสดงอาการ สิ่งที่หมอมักจะเจอและอยากให้ทุกคนสังเกตตัวเองให้ดี มีดังนี้ครับ
- เลือดออกกะปริบกะปรอย: อยู่ดีๆ ก็มีเลือดออกทางช่องคลอด ทั้งที่ยังไม่ถึงรอบเดือน
- เลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์: อันนี้เป็นจุดสังเกตสำคัญที่หมออยากให้เตือนตัวเองไว้เลยว่า ไม่ควรปล่อยผ่านเด็ดขาด
- ตกขาวเปลี่ยนไป: ตกขาวมีปริมาณมากผิดปกติ มีกลิ่นเหม็น หรือมีเลือดปนมากับตกขาว
- เจ็บปวดเวลามีเพศสัมพันธ์: รู้สึกเจลหน่วงหรือเจ็บลึกๆ บริเวณอุ้งเชิงกรานแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ตรวจพบเร็วแค่ไหน ถึงเรียกว่าระยะเริ่มต้น?
ในทางการแพทย์ เราแบ่งระยะของโรคเพื่อให้วางแผนการรักษาได้ถูกต้อง โดยในระยะแรกสุดจริงๆ (Stage 0 หรือ CIS) เซลล์ยังอยู่แค่ชั้นผิวเท่านั้น ยังไม่เจาะลึก
ส่วนในระยะเริ่มต้น (Stage 1) ตัวก้อนมะเร็งหรือเซลล์ที่ผิดปกติจะเริ่มลุกลามเข้าไปในเนื้อเยื่อของปากมดลูกแล้ว แต่ยังจำกัดอยู่เฉพาะที่บริเวณปากมดลูกเท่านั้น ยังไม่ได้กระจายไปต่อมน้ำเหลืองหรืออวัยวะข้างเคียง ข่าวดีคือ ในระยะนี้เองที่การรักษาจะได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด โอกาสหายขาดสูงมาก และบางกรณียังสามารถรักษาความสามารถในการมีบุตรเอาไว้ได้ด้วยครับ
ทำไมการตรวจภายในและการตรวจแปปสมียร์ถึงช่วยชีวิตเราได้
เพราะมะเร็งปากมดลูกในระยะเริ่มต้นมันไม่มีอาการนี่แหละครับ การรอให้เจ็บป่วยแล้วค่อยมาหาหมอ มักจะเป็นระยะที่โรคเดินทางไปไกลแล้ว การตรวจคัดกรองจึงเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุด
การทำแปปสมียร์ (Pap Smear) หรือการตรวจหาเชื้อไวรัสเอชพีวี (HPV DNA Test) เป็นการตรวจที่ช่วยจับผิดเซลล์ที่กำลังจะกลายพันธุ์ ก่อนที่มันจะทันได้กลายเป็นมะเร็งเสียด้วยซ้ำ หรือถ้าเป็นระยะเริ่มต้นจริงๆ หมอก็จะตรวจเจอได้ตั้งแต่ก้อนยังเล็กมากๆ ทำให้การรักษาง่ายและเจ็บตัวน้อยกว่ามาก
วิธีรักษาในระยะเริ่มต้นที่คุณหมอแนะนำ
เมื่อตรวจพบว่าเป็นระยะเริ่มต้นแล้ว การรักษาจะไม่น่ากลัวอย่างที่คิดครับ โดยแพทย์จะพิจารณาจากขนาดของรอยโรค ความลึก และความต้องการมีบุตรในอนาคตเป็นหลัก
- การตัดชิ้นเนื้อส่วนลึกหรือการตัดปากมดลูกด้วยห่วงไฟฟ้า (LEEP): สำหรับผู้ที่รอยโรคยังน้อยมากๆ และยังอยากมีลูกในอนาคต
- การผ่าตัดเล็กหรือการผ่าตัดมดลูก: หากเซลล์เริ่มลุกลามมากขึ้นและไม่ต้องการมีบุตรแล้ว แพทย์อาจแนะนำให้ตัดมดลูกออกเพื่อความปลอดภัยระยะยาว
- การฉายรังสีร่วมกับการให้ยาคีโม: ในบางกรณีที่เซลล์เริ่มกระจายตัวมากกว่าปกติ หมออาจต้องใช้การฉายแสงร่วมด้วยเพื่อกวาดล้างเซลล์มะเร็งให้หมดจด
ดูแลตัวเองอย่างไรให้ห่างไกลจากมะเร็งปากมดลูก
การป้องกันที่ดีที่สุดเริ่มต้นที่ตัวเราเองครับ นอกจากการมาตรวจภายในประจำปีสม่ำเสมอแล้ว การฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อ HPV ตั้งแต่อายุยังน้อย หรือก่อนมีเพศสัมพันธ์ ก็ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคนี้ได้มากถึงร้อยละ 70-90 เลยทีเดียว
สุดท้ายนี้ หมออยากบอกว่า โรคมะเร็งปากมดลูกไม่ใช่เรื่องน่าอาย และไม่ใช่เรื่องไกลตัว การยอมสละเวลาปีละนิดเพื่อมาตรวจสุขภาพภายใน จะช่วยให้เราใช้ชีวิตได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องมานั่งกังวลกับโรคร้ายที่ซ่อนอยู่ครับ