ช่วงนี้เวลามีคนไข้เดินเข้ามาปรึกษาเรื่องผิวพัง หน้าแห้ง ผื่นขึ้น หรือสิวเห่อไม่ยอมหาย หนึ่งในคำถามแรกๆ ที่หมอมักจะถามเสมอคือ ช่วงนี้ใช้อะไรล้างหน้าอยู่บ้าง เชื่อไหมครับว่า เกินครึ่งมักจะตอบว่าใช้โฟมหรือเจลล้างหน้าสูตรเข้มข้นที่เคลมว่าสะอาดเอี๊ยด กำจัดความมันได้เกลี้ยงเกลา เพราะคิดว่ายิ่งสะอาดมาก ยิ่งดีต่อผิว
ในความเป็นจริงแล้ว ผิวของเราไม่ได้ชอบสารเคมีรุนแรงขนาดนั้น การโหมใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่มีฤทธิ์รุนแรงทุกวัน กำลังไปทำลายเกราะคุ้มครองผิวตามธรรมชาติโดยที่เราไม่รู้ตัว บทความนี้หมอเลยอยากชวนทุกคนมาทำความเข้าใจเรื่องความสำคัญของการล้างทำความสะอาดด้วยน้ำเปล่าธรรมดาๆ ว่าทำไมบางครั้งมันถึงดีต่อผิวพังๆ มากกว่าสารเคมีราคาแพงเสียอีก
เกราะคุ้มครองผิวธรรมชาติที่เราเผลอทำลายไปทุกวัน
ผิวหนังของคนเราไม่ได้มีหน้าที่แค่ห่อหุ้มร่างกายเท่านั้น แต่ยังมีระบบนิเวศน์ขนาดเล็กที่เรียกว่า Skin Barrier ซึ่งประกอบไปด้วยน้ำมันธรรมชาติ เหงื่อ และจุลินทรีย์ตัวดีที่คอยช่วยกันปกป้องผิวไม่ให้เชื้อโรคและแบคทีเรียร้ายบุกรุกเข้ามา
ทุกครั้งที่เราบีบโฟมล้างหน้าหนาๆ หรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารลดแรงตึงผิวตัวแรงๆ ถูลงไปบนหน้า นอกจากเราจะล้างสิ่งสกปรกออกไปแล้ว เรายังล้างเอาน้ำมันดีที่ผิวสร้างขึ้นเพื่อกักเก็บความชุ่มชื้นออกไปจนหมดเกลี้ยง ผลลัพธ์ที่ตามมาคือผิวสูญเสียความชุ่มชื้น แห้งตึง และส่งสัญญาณเตือนด้วยการผลิตน้ำมันส่วนเกินออกมามากกว่าเดิม กลายเป็นวงจรอุบาทว์ที่ทำให้หน้ามันแต่ข้างในแห้งกร้าน และระคายเคืองง่ายสุดๆ
เมื่อไหร่ที่น้ำเปล่าธรรมดาคือคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับผิว
หมอไม่ได้หมายความว่าเราต้องเลิกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดไปตลอดกาลนะครับ แต่หมอกำลังจะบอกว่า ในบางช่วงเวลาของชีวิตและในบางสถานการณ์ ความสำคัญของการล้างทำความสะอาดด้วยน้ำเปล่าอย่างเดียวก็เพียงพอแล้ว และให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการใช้สารเคมีเสียอีก
- ช่วงที่ผิวหน้ากำลังอ่อนแอและแพ้ง่าย: ไม่ว่าจะเป็นผิวติดสารสเตียรอยด์ ผื่นแพ้สัมผัส หรือผิวไหม้แดดมาหมาดๆ ช่วงนี้งดสารเคมีทุกชนิด เอาแค่น้ำอุณหภูมิห้องล้างหน้าก็พอ เพื่อให้ผิวได้พักและซ่อมแซมตัวเอง
- การล้างหน้าในช่วงเช้า: ตอนนอนเราไม่ได้ไปเผชิญฝุ่นควันอะไรมากนัก น้ำมันที่ออกมาตอนกลางคืนคือน้ำมันธรรมชาติที่มีประโยชน์ การใช้น้ำเปล่าล้างหน้าตอนเช้าจึงช่วยรักษาความชุ่มชื้นสมดุลไว้ได้ดีกว่าการใช้โฟมล้างหน้าซ้ำซ้อน
- คนที่ผิวแห้งมากตามพันธุกรรมหรืออายุที่เพิ่มขึ้น: ยิ่งอายุมากขึ้นต่อมไขมันยิ่งผลิตน้ำมันน้อยลง การล้างหน้าด้วยน้ำเปล่าในบางมื้อช่วยลดการสูญเสียน้ำในผิวได้เยอะมาก
วิธีปรับตัวและล้างหน้าด้วยน้ำเปล่ายังไงให้สะอาดจริง
หลายคนกังวลว่าใช้น้ำเปล่าแล้วจะสะอาดพอไหม กลัวสิวจะบุก กลัวสิ่งสกปรกตกค้าง ลองมาดูเทคนิคที่หมอแนะนำคนไข้ประจำเวลาปรับพฤติกรรมกันครับ
เลือกใช้อุณหภูมิของน้ำให้เหมาะสม
หลีกเลี่ยงการใช้น้ำอุ่นจัดล้างหน้าเด็ดขาด แม้จะรู้สึกสบายผิวแต่น้ำอุ่นจะละลายไขมันดีออกไปจากผิวจนหมดเกลี้ยง แนะนำให้ใช้น้ำอุณหภูมิห้องปกติจะดีที่สุด ช่วยทำความสะอาดสิ่งสกปรกที่ละลายน้ำได้โดยไม่ทำลายเกราะคุ้มครองผิว
ใช้เทคนิคการนวดเบาๆ ช่วยชะล้าง
น้ำเปล่าอย่างเดียวอาจละลายคราบมันหรือกันแดดไม่ได้ แต่ถ้าพูดถึงฝุ่นละออง เหงื่อ หรือความมันส่วนเกินทั่วไป การใช้นิ้วมือสะอาดๆ นวดวนเบาๆ ให้ทั่วใบหน้าประมาณ 30 ถึง 60 วินาที แล้วใช้น้ำกวักล้างออกให้หมดจด ก็เพียงพอที่จะชำระล้างสิ่งสกปรกระหว่างวันออกไปได้โดยไม่ต้องพึ่งสบู่
ถ้าแต่งหน้าหรือทากลันแดด ต้องจัดการอย่างไร
มาถึงจุดนี้หลายคนคงสงสัยว่า ถ้าวันไหนแต่งหน้าจัดเต็ม หรือทาครีมกันแดดกันน้ำ จะให้ใช้น้ำเปล่าล้างอย่างเดียวคงไม่ไหวแน่นอน ตรงนี้หมอขอแบ่งสัดส่วนความเข้าใจให้ชัดเจนครับว่า ความสำคัญของการล้างทำความสะอาดไม่ได้แปลว่าห้ามใช้สารเคมีตลอดไป แต่หมายถึงการใช้อย่างพอดีและถูกจังหวะ
ในวันที่ต้องแต่งหน้าหรือทากลันแดดที่มีความติดทนสูง การใช้ผลิตภัณฑ์เช็ดเครื่องสำอางหรือคลีนซิ่งที่อ่อนโยน เป็นขั้นตอนที่จำเป็นเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการอุดตันและสิวอุดตันตามมา แต่เคล็ดลับคือ เมื่อเช็ดคราบเครื่องสำอางออกหมดแล้ว ให้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่อ่อนโยนที่สุด หรือลดปริมาณการใช้ลง ไม่ควรฟอกถูแรงๆ และในวันที่ไม่ได้แต่งหน้าหรืออยู่บ้านเฉยๆ ก็ให้สลับมาใช้น้ำเปล่าล้วนๆ เพื่อให้ผิวได้พักผ่อนบ้าง
การดูแลผิวพรรณไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเราจ่ายเงินซื้อผลิตภัณฑ์ราคาแพงแค่ไหน แต่ขึ้นอยู่กับความเข้าใจว่าผิวของเราต้องการอะไรจริงๆ ลองเปิดใจปรับเปลี่ยนวิธีล้างหน้าดูสักนิด แล้วจะสังเกตเห็นเลยว่าผิวมีความแข็งแรง ชุ่มชื้น และกลับมาดูสุขภาพดีขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติแน่นอนครับ