ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เมื่อบ้านไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัย: ผลกระทบที่มองไม่เห็นของความเครียดในครอบครัว

หลายครั้งที่หมอพบคุณพ่อคุณแม่ในห้องตรวจ มักจะถามด้วยความกังวลว่าลูกมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป ตั้งแต่เริ่มมีการระหองระแหงหรือการตัดสินใจแยกทางกันเกิดขึ้น ความจริงแล้วเด็กๆ มีเซนเซอร์ที่ไวมาก พวกเขาไม่ได้แค่รับรู้เหตุการณ์ แต่เขารับรู้ถึงอารมณ์ความรู้สึกที่ตึงเครียดในอากาศได้ดีกว่าผู้ใหญ่อีกครับ

ความเครียดในครอบครัวและการหย่า: สิ่งที่เกิดขึ้นในใจเด็กแต่ละวัย

ความรู้สึกของเด็กเมื่อเผชิญกับภาวะบ้านไม่ปกติ จะแสดงออกแตกต่างกันไปตามช่วงวัย ซึ่งเราต้องสังเกตให้ละเอียด:

  • วัยเตาะแตะถึงอนุบาล: เด็กวัยนี้มักกลัวการถูกทอดทิ้ง อาจมีอาการติดพ่อแม่มากขึ้น ร้องไห้โยเย หรือถดถอยไปมีพฤติกรรมเหมือนเด็กเล็ก เช่น กลับมาปัสสาวะรดที่นอน
  • วัยเรียน: เด็กวัยมักจะเก็บกดความรู้สึก และมักโทษตัวเองว่าเป็นสาเหตุที่พ่อแม่ต้องหย่าร้างกัน ส่งผลให้ผลการเรียนตกลง หรือแยกตัวออกจากเพื่อน
  • วัยรุ่น: มักแสดงออกด้วยความโกรธ การต่อต้าน หรือหันไปหาพฤติกรรมเสี่ยงเพื่อเรียกร้องความสนใจ หรือหลีกหนีจากความจริงในบ้าน

สัญญาณเตือนใจที่พ่อแม่ต้องรีบสังเกต

ถ้าลูกเริ่มเปลี่ยนไป หมออยากให้ลองสังเกตอาการเหล่านี้ เพราะมันเป็นสัญญาณว่าเด็กกำลังแบกความเครียดไว้เกินตัวครับ:

  • มีอาการเจ็บป่วยทางกายที่หาสาเหตุไม่ได้ เช่น ปวดท้อง ปวดหัว หรือคลื่นไส้บ่อยๆ โดยเฉพาะก่อนไปโรงเรียน
  • อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย หรือดูซึมเศร้าผิดปกติ
  • การนอนหลับมีปัญหา ฝันร้ายบ่อย หรือตื่นกลางดึก
  • ไม่อยากมีส่วนร่วมในกิจกรรมที่เคยชอบ หรือเริ่มปลีกตัวออกจากสังคม

เปลี่ยนวิกฤตให้เป็นความเข้าใจ: วิธีประคับประคองลูกผ่านช่วงเปลี่ยนผ่าน

การหย่าร้างไม่จำเป็นต้องสร้างบาดแผลฉกรรจ์ให้ชีวิตลูกเสมอไป หากพ่อแม่สามารถบริหารจัดการความสัมพันธ์ได้ดี ดังนี้ครับ

  • สื่อสารด้วยความจริงที่พอเหมาะ: ไม่จำเป็นต้องเล่ารายละเอียดความขัดแย้งของผู้ใหญ่ แต่ต้องให้เด็กรับรู้ว่าเหตุผลที่แยกกันไม่ใช่ความผิดของเขา
  • รักษาความสม่ำเสมอในชีวิตประจำวัน: กิจวัตรประจำวันคือสิ่งที่สร้างความมั่นคงทางใจให้เด็กมากที่สุด พยายามอย่าเปลี่ยนโรงเรียนหรือที่พักอาศัยในช่วงที่สถานการณ์ในบ้านยังไม่นิ่ง
  • งดใช้ลูกเป็นเครื่องมือ: อย่าให้ลูกต้องเลือกระหว่างพ่อกับแม่ หรือใช้ลูกเป็นคนส่งสารความโกรธแค้นระหว่างกัน เพราะจะทำให้เด็กเกิดภาวะสับสนและเจ็บปวดที่สุด
  • หมั่นพูดคุยและรับฟัง: ให้พื้นที่เขาได้ระบายความรู้สึก โดยไม่ต้องรีบตัดสินหรือสอน เพียงแค่รับฟังก็เป็นยาที่ดีที่สุดแล้ว

เมื่อไหร่ที่ควรปรึกษาหมอหรือผู้เชี่ยวชาญ

หากลองทำตามวิธีข้างต้นแล้ว แต่ลูกยังมีพฤติกรรมรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เช่น ทำร้ายตัวเอง มีความคิดอยากหายไป หรืออาการซึมเศร้ากระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างชัดเจน หมอแนะนำให้พาลูกมาพบจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นครับ การได้รับคำปรึกษาที่เหมาะสมในเวลาที่ถูกต้อง จะช่วยให้ลูกปรับตัวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้อย่างแข็งแรงขึ้นครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down