เรื่องกินที่เริ่มไม่ปกติ: สัญญาณเตือนที่มากกว่าการควบคุมน้ำหนัก
หลายครั้งเวลาที่เราเดินเข้ามาตรวจที่คลินิกแล้วคุยกันเรื่องน้ำหนักตัวหรือรูปร่าง หลายคนมักจะคิดว่าเป็นเรื่องของการตามใจปากหรือขาดวินัยในการออกกำลังกาย แต่ในความเป็นจริงแล้ว มีคนจำนวนไม่น้อยที่กำลังเผชิญกับภาวะที่เรียกว่าปัญหาความผิดปกติของการรับประทานอาหาร ซึ่งเป็นเรื่องของจิตใจและอารมณ์ที่เข้ามาบงการพฤติกรรมการกิน จนส่งผลกระทบต่อร่างกายและจิตใจอย่างรุนแรง
อาการเหล่านี้ไม่ใช่แค่การอดอาหารเพื่อลดความอ้วนช่วงสั้นๆ หรือการกินจุบจิบยามดึก แต่เป็นวงจรความคิดที่หมกมุ่นอยู่กับรูปร่าง น้ำหนัก และอาหาร จนกลายเป็นความเครียดเรื้อรังที่บั่นทอนชีวิตประจำวัน วันนี้ผมเลยอยากชวนทุกคนมาทำความเข้าใจโรคเหล่านี้ให้มากขึ้น เพื่อที่เราจะได้มองเห็นอกเห็นใจทั้งตัวเองและคนรอบข้าง
โรคกลัวอ้วนจนผอมแห้ง: เมื่อการอดอาหารกลายเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย
โรคแรกที่เรามักได้ยินบ่อยคือภาวะเบื่ออาหารทางจิตใจ หรือที่เรียกกันทางการแพทย์ว่า Anorexia Nervosa อาการหลักคือผู้ป่วยจะมีความกลัวการอ้วนขึ้นอย่างขึ้นสมอง แม้ว่ารูปร่างจะผอมแห้งจนเหลือแต่กระดูกแล้วก็ตาม พวกเขาจะจำกัดปริมาณอาหารอย่างเข้มงวด บางคนเลือกที่จะอดอาหาร ออกกำลังกายหักโหม หรือใช้ยาระบายร่วมด้วย
ผลกระทบที่ตามมาน่ากลัวกว่าที่คิดครับ เพราะร่างกายจะขาดสารอาหาร วิตามิน และแร่ธาตุที่จำเป็น ประจำเดือนจะขาด ผิวแห้ง ผมร่วง หัวใจเต้นผิดจังหวะ และในรายที่เป็นหนักอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ ความน่า and น่ากลัวคือผู้ป่วยมักไม่ยอมรับว่าตัวเองป่วยและมองว่าตัวเองยังอ้วนอยู่เสมอ
กินทะลักแล้วรู้สึกผิด: วงจรลับของการกินตบด้วยการชดเชย
อีกกลุ่มหนึ่งคือโรคกินไม่หยุดสลับกับการขับออก หรือ Bulimia Nervosa คนกลุ่มนี้จะมีช่วงเวลาที่ควบคุมตัวเองไม่ได้ กินอาหารปริมาณมากๆ ในเวลาอัน2สั้นจนแน่นท้องและอึดอัด แต่หลังจากนั้นจะรู้สึกผิด ละอายใจ และกลัวอ้วนจนต้องหาวิธีขับอาหารออก เช่น การใช้นิ้ว ล้วงคออาเจียน การใช้ยาขับปัสสาวะ หรือการออกกำลังกายอย่างบ้าคลั่งเพื่อชดเชยแคลอรี่
คนที่เป็นโรคนี้มักจะมีน้ำหนักตัวขึ้นๆ ลงๆ หรืออยู่ในเกณฑ์ปกติ ทำให้คนรอบข้างสังเกตเห็นได้ยาก แต่ผลกระทบภายในร่างกายนั้นรุนแรงมาก เช่น กรดในกระเพาะอาหารจากการอาเจียนจะกัดกร่อนเคลือบฟัน ทำให้ฟันผุ หลอดอักเสบ และเกลือแร่ในร่างกายผิดสมดุลจนช็อกได้
กินจุบจิบยามเครียด: แอบกินคนเดียวเพราะความรู้สึกผิด
สำหรับภาวะกินไม่หยุดหรือ Binge Eating Disorder จะมีความคล้ายกับกลุ่มที่สองคือการกินอาหารปริมาณมากในครั้งเดียวด้วยความรวดเร็วและควบคุมไม่ได้ แต่จะไม่มีพฤติกรรมขับออกหรืออาเจียนตามมา สิ่งที่เกิดขึ้นคือความรู้สึกอึดอัด รังเกียจตัวเอง และซึมเศร้าหลังกินเสร็จ
คนที่มีภาวะนี้มักใช้การกินเป็นที่ระบายความเครียด ความวิตกกังวล หรือความเหงา มักแอบกินคนเดียวเพราะความอาย ส่งผลให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และตามมาด้วยโรคอ้วน โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง รวมถึงปัญหาไขมันในเลือด
เราจะสังเกตและช่วยเหลือคนที่เรารักได้อย่างไรบ้าง
การรักษาความผิดปกติเหล่านี้ต้องอาศัยความเข้าใจจากคนรอบข้างเป็นหลักครับ สิ่งสำคัญคือการไม่ตัดสิน ไม่ล้อเลียนเรื่องรูปร่าง และไม่พูดทักท้วงเรื่องน้ำหนักจนเกินพอดี หากเริ่มสังเกตว่าคนใกล้ตัวมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป เช่น หมกมุ่นเรื่องแคลอรี่ ใส่เสื้อผ้าตัวใหญ่เพื่ออำพรางรูปร่าง หายตัวไปห้องน้ำทันทีหลังมื้ออาหาร หรือมีน้ำหนักเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ควรค่อยๆ พูดคุยด้วยความห่วงใย
ในฐานะแพทย์ ผมอยากบอกว่าโรคเหล่านี้รักษาให้หายได้ครับ การดูแลรักษาจะต้องทำร่วมกันเป็นทีม ทั้งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวช นักกำหนดอาหาร และจิตแพทย์ เพื่อช่วยปรับเปลี่ยนความคิดความเข้าใจเรื่องอาหารและภาพลักษณ์ของตัวเองใหม่ ให้พวกเขากลับมารับประทานอาหารได้อย่างมีความสุขและมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงอีกครั้ง